สมรภูมิค้าปลีกน้ำมันเดือด! เชลล์ รุกฆาตตลาดเมืองไทยเต็มรูปแบบ

0
532

images-2

แม้การเดินหน้าเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21เพื่อสร้างความมั่งคงด้านพลังงานของประเทศอีกหนึ่งนโยบายที่รัฐบาลคสช.ประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ”ในอันที่จะคืนความสุขแก่ประชาชนคนไทยด้วยการรุกคืบปฏิรูปพลังงานทั้งระบบหวังปลุกปั้นให้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง แต่ก็ไม่อาจทนแรงเสียดทานจากการต่อต้านและคัดค้านของกลุ่มปฏิรูปพลังงานต่างๆ เครือข่ายเอ็นจีโอ และนักวิชาการที่ออกโรงขวางลำกล้องอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

จนสุดท้าย “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ยอมกลืนน้ำลายประกาศ “หักดิบ”นโยบายตัวเองกับมือ พร้อมโยนเผือกร้อนให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)รับลูกกระเตง“พ.ร.บ.ปิโตรเลียมพ.ศ.2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514”ไปแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน จนป่านนี้ พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวยังไร้วี่แววปรากฎโฉมต่อสายตาสาธารณชนแต่อย่างใด ทำให้ความหวังปฏิรูปพลังงานไทยทั้งระบบ “แขวนอยู่บนเส้นด้าย”อีกครั้ง

ขณะที่ภาคธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน อีกหนึ่งภาคธุรกิจที่แม้จะกี่ยุคกี่สมัยอุณหภูมิความร้อนแรงของธุรกิจ“ด้านพลังงาน” ไม่เคยลดน้อยลงเพราะในแต่ละปีสมรภูมิตลาดน้ำมันค้าปลีกประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 6 แสนล้านบาท โดยมีพี่ใหญ่อย่าง ปตท.ครองความเป็นเจ้าตลาดในส่วนแบ่งสูงสุดอยู่ที่ 38%ส่วนสัดส่วนที่เหลือเสมือน “เค้กก้อนโต”ที่แบรนด์อื่นๆต่างจ้องตาเป็นมัน

แต่ทว่า อุปสรรคใหญ่ของตลาดค้าปลีกน้ำมันในขณะนี้คือส่วนต่างของกำไรในธุรกิจน้ำมันเริ่มลดน้อยถอยลงทุกขณะ จากค่าการตลาดที่ลดลง แต่เวลาเดียวกันธุรกิจนี้กลับต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อเตรียมเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่นับวันจะดุเดือดแรงมากขึ้น เป็นเหตุให้ทุกแบรนด์เร่งการปรับ“โมเดลธุรกิจ”กลายเป็นโจทย์ใหญ่และเร่งด่วน เพื่อยกระดับผลประกอบการให้เติบโตต่อไปได้

1 ในแผนที่ปรากฏชัด คือการพัฒนาธุรกิจที่นอกจากการค้าปลีกน้ำมัน (Non-oil) ซึ่งให้กำไรดีกว่าด้วยการนำธุรกิจค้าปลีกประเภทของกินของใช้บริการด้านการเงิน เข้ามาเป็น“แม็กเน็ต”สำคัญเพื่อดึงดูดการเข้ามาใช้บริการให้มากขึ้น และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจุดเติมน้ำมันส่งผลให้จุดเด่น-จุดด้อยของแต่ละปั๊มตอนนี้มาอยู่การสร้างแมกเน็ตที่หลากหลายและแตกต่างเพื่อดึงดูดความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารร้านกาแฟ ร้านหนังสือ ธนาคารฯลฯ เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร

 

เช่นเดียวกับบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด อีกหนึ่งผู้ค้าปลีกน้ำมันรายระดับต้นๆที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นคู่กับสังคมไทยยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ประกาศเดินหน้ารุกการเติบโตธุรกิจการตลาดค้าปลีกในไทยเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าปรับปรุงสถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ของสถานีบริการที่มีอยู่ในประเทศไทย รุกขยายจำนวนสถานีบริการเพิ่มขึ้นจากเดิมปีละ 30 สาขา เป็นเวลา 3 ปีนับจากนี้ ประกาศอ้าขานรับพันธมิตรร่วมลงทุนบริหารสถานีบริการน้ำมันเชลล์ รองรับความต้องการน้ำมันคุณภาพระดับโลกที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศพร้อมเปลี่ยนโฉมศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในชื่อใหม่ว่า Shell Helix Oil Change+ เป็น 350 แห่งภายในปี 2560

เชลล์ เน้นย้ำ 3 องค์ประกอบ “กุญแจไขความสำเร็จ”

%e0%b8%a1%e0%b8%a3-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5

ทั้งนี้ มร. อิสวาน คาปิทานี รองประธานกรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก กลุ่มบริษัท รอยัล ดัทช์ เชลล์ เปิดเผยว่าเชลล์มีสถานีบริการน้ำมันเชลล์ทั่วประเทศราว 500 แห่ง ให้บริการโดยพนักงานหน้าลานรวมกว่า10,000 คนทั่วประเทศ มียอดซื้อขายมากกว่า 2 ล้านรายการต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ ตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงค้าปลีกในประเทศไทยของเชลล์มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 12.5 จากข้อมูลกรมธุรกิจพลังงาน

“เชลล์มุ่งเน้นความสำคัญที่ 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง สถานีบริการมาตรฐานระดับโลกที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วน และการสนับสนุนการเติบโตของพนักงาน ตลอดจนคู่ค้าของบริษัทฯ ที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนจากความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งในระดับภูมิภาคและทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราคาดว่าการเติบโตจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องไปอีกหลายปี  ประกอบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 จะส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจการตลาดค้าปลีกในภูมิภาคนี้” 

นอกจานี้ มร.อิสวาน ระบุอีกว่าเชลล์มีความแข็งแกร่งและพร้อมผลักดันให้เกิดการเติบโตในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ประทับใจในระดับโลกให้แก่ลูกค้า ตลอดจนนำเสนอสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในเกรดพรีเมี่ยมคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทั่วประเทศ

“กุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกของเชลล์ คือการร่วมมือกันระหว่างพนักงานและคู่ค้าทางธุรกิจ พนักงานที่สถานีบริการถือเป็นตัวแทนของเชลล์ พวกเขาต่างมีความมุ่งมั่นที่จะมอบบริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าทุกคน โดยเราให้การฝึกอบรมกับพนักงานในทุกระดับเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมอบประสบการณ์การบริการที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้า ผู้บริหารของเราทุกคนมีประสบการณ์ในการทำงานที่สถานีบริการมาก่อน ดังนั้น พวกเขาจึงมีความเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี”

124 ปีในไทย ตอกย้ำผู้นำระดับโลก

14160605131416060531l

ด้านนายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และกรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก ภูมิภาคตะวันออก กลุ่มบริษัท รอยัล ดัทช์ เชลล์ เปิดเผยถึงความโดดเด่นการดำเนินธุรกิจการตลาดค้าปลีกในประเทศไทยว่าเชลล์ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 124  ปี พร้อมกับ 3 รางวัลเกียรติยศระดับโลกของกลุ่มบริษัท รอยัล ดัทช์ เชลล์ ที่เชลล์ประเทศไทยได้รับ ซึ่งได้แก่ รางวัลผู้บริหารสถานีบริการยอดเยี่ยมระดับโลก  ประจำปี 2555 (Shell’s Global Retailer of the Year 2012) รางวัลผู้บริหารสถานีบริการตัวอย่างที่มีการบริการยอดเยี่ยมระดับโลก ปี 2557 (Shell’s Global Best Practice Sharing of the Year 2014) และรางวัลผู้จัดการเขตยอดเยี่ยมระดับโลก ปี 2556 (Global Territory Manger of the Year 2013)

“ทีมงานของเชลล์ประเทศไทยได้ทุ่มเทความสามารถเพื่อขยายและปรับปรุงสถานีบริการเชลล์ 500 แห่งที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อมอบประสบการณ์สถานีบริการน้ำมันที่ได้รางวัลมาตรฐานยอดเยี่ยมระดับโลกแก่ลูกค้า การที่เชลล์จะเพิ่มกำลังการเติบโตในธุรกิจการตลาดค้าปลีกนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการนำกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจการตลาดค้าปลีกระดับโลกของเชลล์มาปรับใช้ในประเทศไทยได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ดี นายอัษฎา กล่าวเสริมว่าสำหรักบคนทั่วโลกแล้ว เชลล์ เป็นแบรนด์ที่บ่งบอกถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ขณะที่ประเทศไทยนั้น เรายังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคด้วยประวัติการดำเนินธุรกิจในประเทศมาอย่างยาวนาน

ขยาน 30 สาขาต่อเนื่อง 3 ปี เปลี่ยนโฉมShell Helix Oil Change+

%e0%b8%9b%e0%b8%93%e0%b8%95

ขณะที่นายปณต ไตรโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดค้าปลีก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าเชลล์ประเทศไทย รุกหน้าสานต่อเป้าหมายของการขยายสาขาสถานีบริการน้ำมันเชลล์ทั่วประเทศ ปีละ 30 สาขา เป็นเวลา 3 ปีจากนี้ พร้อมเปิดรับผู้สนใจร่วมลงทุนบริหารสถานีบริการน้ำมันเชลล์ รองรับความต้องการน้ำมันคุณภาพระดับโลกที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

“ที่ผ่านมาธุรกิจค้าปลีกของเชลล์ในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่แล้วเชลล์ได้ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจสถานีบริการน้ำมันอย่างเต็มที่ และขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเปิดสถานีบริการน้ำมันเชลล์ตามแผนที่วางไว้อย่างน้อย 30 แห่งต่อปี ภายในเวลา 3 ปีติดต่อกัน และตั้งเป้าปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันเชลล์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ เรายังได้มีการเปลี่ยนโฉมศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ภายใต้ชื่อ Shell Helix Oil Change+ โดยจะดำเนินการให้ครบ 350 แห่งภายในปี 2560  ซึ่งในขณะนี้เราได้เปิดให้นักลงทุนผู้สนใจทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเชลล์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ภายในสถานีบริการฯ เข้ามาดำเนินธุรกิจร่วมกันกับเราเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจที่มีอยู่มากมาย”

“การเดินหน้าพัฒนาและขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันเชลล์ออกไปทุกภาคทั่วประเทศนั้น เป็นผลจากปัจจัยต่างๆ ที่เชลล์มองว่ายังมีโอกาสเติบโตทางธุรกิจอยู่อีกมาก จากการวิจัยทางการตลาดพบว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกสถานีบริการน้ำมันคือมีผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูง มีความสะดวกสบายในการใช้บริการ รวมถึงสถานีบริการน้ำมันนั้นสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการทำตลาดของเชลล์มาโดยตลอด นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมีขึ้นปลายปี พ.ศ. 2558 นี้ ยังเป็นปัจจัยที่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งและคมนาคมในภูมิภาคนี้ ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นกับสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงของเชลล์ด้วยเช่นกัน”

image-275714822

นอกจากนี้ นายปณต สรุปปิดท้ายว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของเชลล์ในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือการทุ่มเทด้านการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูง รวมทั้งการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ “ลุ้นความแรงเร้าใจ กับเชลล์ วี-เพาเวอร์ ไนโตร+” ที่แจกรถยนต์หรู มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท หรือแคมเปญ “เชลล์ แจกโชคใหญ่ ลุ้นไอโฟน 6 ทุกเดือน รวม 300 เครื่อง” ที่เพิ่งจบไปพร้อมกับการตอบรับจากลูกค้าอย่างท่วมท้นในช่วงครึ่งปีแรก เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่ผู้ร่วมลงทุนที่สนใจเปิดสถานีบริการน้ำมันเชลล์ จะประสบความสำเร็จและเติบโตไปพร้อมกันกับเรา

“เชลล์ยังมีการขยายฐานลูกค้าประจำผ่านทางบัตรเชลล์การ์ด ซึ่งเป็นบัตรเติมน้ำมันสำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ และบัตรเชลล์คลับสมาร์ท ซึ่งเป็นบัตรสะสมคะแนนสำหรับลูกค้าทั่วไป รวมถึงมีการจับมือกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจภายในสถานีบริการน้ำมันเชลล์ให้ครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ เชลล์ยังมีการสนับสนุนและให้คำปรึกษาด้านการบริหารอย่างมืออาชีพด้วยมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้การบริหารงานสถานีบริการน้ำมันดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง”

มิติใหม่ด้านการแข่งขันธุรกิจค้าปลีกที่ปรากฏนั้น ล้วนเป็นพัฒนาการจากแรงเสียดทานทางธุรกิจที่ทำให้ต้องหาทางรอดผ่านยุทธวิธีประสานจุดร่วม-สงวนจุดต่างระหว่างสองธุรกิจที่ผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวที่ชัดเจนเห็นจะเป็นการหลอมรวมของธุรกิจ“ค้าปลีกกับการค้าน้ำมัน” ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาประสบผลดีเกินคาด จึงไม่แปลกที่ขณะนี้บรรดาผู้ค้าปลีกต่างพาเหรดเร่งฝีเท้าปูพรมเข้ากุมพื้นที่ในช่องทางสถานีบริการน้ำมันกันอย่างพร้อมเพียง

ดังนั้น การเปิดศึกชิงพื้นที่บนสมรภูมิค้าปลีกในปั๊มน้ำมันจึงเป็นกระแสที่น่าจับตามองเป็นพิเศษเพราะแต่ละแบรนด์ต่างมีการวางหมากกันอย่างแหลมคมโดยหวังจะดึงกำลังซื้อให้ได้มากที่สุด เพราะนี่คือโอกาสที่ทั้งสองธุรกิจจะ Win-Win ด้วยกันทุกฝ่าย

เช่นเดียวกับบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด อีกหนึ่งบริษัทค้าปลีกน้ำมันที่คนไทยรู้จักกันดีในนามปั้ม “ตราหอย” ก็ไม่ยอมหยุดนิ่งพัฒนาตัวเอง ท่ามกลางอุณหภูมิการค้าปลีกที่ดุเดือดเข้มข้นและเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์การค้าการลงทุนในห้วงเวลานั้นๆ ประกาศเดินหน้าปรับ “โมเดลธุรกิจและรุกขยายธุรกิจตลาดค้าปลีกเมืองไทย”เต็มรูปแบบ ผ่านกลยุทธ์แหลมคมที่พร้อมทะยานขึ้นเป็นผู้ค้าปลีกระดับแถวหน้าเมืองไทย

ตลอดระยะเวลา 124 ปีที่ผลิตภัณฑ์ “ตราหอย” คงอยู่คู่สังคมไทย ถือเป็นห้วงเวลาการันตีคุณภาพและมาตรฐานอย่างแท้จริง!