ผักตบชวายุคไทยแลนด์ 4.0

0
575

เห็นนายกฯ “บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ออกมาฟ้อนเงี้ยวเรื่องที่นักวิชาการออกมาสัพยอกนายกฯที่ลงไปคลุกฝุ่นแก้ปัญหาไปซะทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องหยุมหยิมอย่างผักตบชวา ถึงขั้นไล่นักวิชาการที่ออกมาวิจารณ์เอาผักตบไปกินแทนผักบุ้ง   

ทั้งที่ก่อนหน้า ตัวนายกฯเองก็ออกมาบ่นกระฟัดกระเฟียด เอะอะอะไรก็ต้องให้นายกฯลงไปจัดการปัญหาให้ซะทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องของผักตบชวา “ถ้าทุกคนเห็นผักตบแล้วเก็บกันคนละต้นปัญหานี้คงหมดไปนานแล้ว ก่อนหน้านี้มี พ.ร.บ. เกี่ยวกับผักตบ ปี 2546 แต่ก็ยกเลิกไป จะเอาหรือไม่ถ้าใครปล่อยให้มีผักตบอยู่ในบ้านต้องถูกปรับต้นละ 100 บาท ทำไมต้องให้สั่งทุกเรื่อง เพราะท้ายที่สุดผักตบก็ไปไหลลงคลอง ทำให้น้ำไม่ระบาย แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ใช้คนกี่คนทหารไม่ต้องทำงานอื่นเลยหรือ”

สำหรับ “เนตรทิพย์” แล้วเห็นด้วยกับนายกฯเราทุกกระเบียดนิ้วที่ว่าเรื่องของผักตบชวานั้นมันต้องร่วมแรงร่วมใจกันกำจัดอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน ไม่ใช่คิดแต่ว่า ธุระไม่ใช่ต่างคนต่างปัดสวะโยนกันไปให้พ้นตัว

แต่ที่นักวิชาการเขาสัพยอกเอานั้น ก็ใช่จะห่างไกลความเป็นจริง เพราะแค่การกำจัดผักตบชวามันเป็นเรื่องหยุมหยิมเกินที่ไม่ควรต้องให้นายกฯลง ไปคลุกฝุ่นโชว์กึ๋นแม้แต่น้อยหากหน่วยงานต่างๆจะรู้จักบูรณาการแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืน ไม่ใช่สักแต่ว่าขุดลอกผักตบชวาขึ้นมาบนฝั่งแบบขายผ้าเอาหน้ารอดไปอย่างที่ นายกฯ ดำเนินการไปก่อนหน้า

ฯพณฯ ไม่รู้เลยหรือว่า ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานประโคมข่าวการกำจัดผักตบชวาที่กล่าวได้ว่า สามารถนำไปสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจได้มากมายมหาศาล นอกเหนือจากการนำเอาไปประดิษฐเป็นผลิตภัณฑ์จักสาน ทำเป็นกระเป๋า ชะลอม เป็นเครื่องจักสานหัตกรรมอะไรต่อมิอะไรนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะมีกันมานานนมแล้ว

ระยะหลังนั้นหลายชุมชนเริ่มนำเอาผักตบชวาตากแห้งนี้ไปทำปุ๋ยคุณภาพ หรือเป็นวัสดุกำจัดกลิ่นให้สัตว์เลี้ยงที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชุมชนต่าง ๆ อย่างวิสาหกิจบ้านศาลาดิน ริมคลองมหาสวัสดิ์ ตำบลศาลายาจังหวัดนครปฐมที่แปรรูปเป็นดินผสมพร้อมปลูกจำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเป็นกอบเป็นกำ จนถึงกับต้องขึ้นป้ายรับซื้อผักตับชวาตากแห้งในราคากิโลกรัมละ 20 บาทเพื่อนำเอาผักตบชวาตากแห้งที่ว่านี้ไปบดผสมแกลบ / ขี้เถ้า / ดินบดผสมขี้วัวทำเป็นดินผสมพร้อมปลูก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ชุมชนเดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว ใครสนใจก็ลองโทรไปที่ศูนย์โอท๊อปศาลาดิน โทร 08-1498-6340 ดูเอาครับ

ที่มหาวิทยาลุยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่นั้น มีน้องนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ รวมกลุ่มกันช่วยคิดวิธีการกำจัดและลดปริมาณของผักตบชวา จนได้แนวคิดนำมาเอาผักตบชวาตากแห้งอัดแท่งทำเป็นถ่านใช้ในการหุงต้มจนสำเร็จ เป็นโครงการที่เคยส่งเข้าประกวดจนได้รับรางวัลระดับประเทศมาแล้ว

เห็นแล้วเสียดายไหมครับผักตบชวาที่สำนักงานเขต กทม.ขุดลอกขึ้นมาฝันกลบ ปล่อยทิ้งร้างข้างลำคลองกว่าปีละ 300,000 ตัน หรือที่นายกฯสั่งกองทัพร่วมกับจังหวัดพิจิตรที่เพิ่งจะขุดลอกออกจากหน้า เขื่อนเจ้าพระยาไปกว่า 50,000-60,000 ตัน จนถูกนักวิชาการสัพยอกเอานั้น

หากได้ใช้องค์ความรู้บูรณาการจัดการกับปัญหานี้ (อย่างมีกึ๋น) จะสร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นมหาศาล เอาว่าแค่ตากแห้งแล้วใช้เครื่องบดสับขายแค่ กก.ละ 10-145 บาท 50,000 ตันที่ตากแห้งแล้วคงมีปริมาณไม่ต่ำกว่า 30,000 ตันนั้นอย่างน้อยจะสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่น้อยกว่า 500-600 ล้านบาทครับ มากกว่าเบี้ยเลี้ยงที่ผลาญกันไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่

ทำเป็นเล่นไป!!