0
89

LT  society  Dec

อินทราภรณ์

นิตยสาร LOGISTICS TIME ฉบับที่ 156  ประจำเดือนธันวาคม 2559  เนื้อหาภายในเล่มยังคงเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม…. พสกนิกรทั่วสารทิศหลั่งไหลถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ  ทางประตู่วิเศษไชยศรี  บางครั้งอาจจะมีฝนโปรยปรายสลับกับแดดร้อนบางก็ตาม แต่หาใช้อุปสรรคเข้าร่วมถวายบังคมพระบรมศพแต่ประการใด    โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์เส้นทาง เจ้าหน้าที่บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาตื้นตันที่มีประชาชนต่อแถวรอคิวเข้าภวายบังคมพระบรมศพ

**ขณะที่ท้องสนามหลวงยังคงเน้นตรวจบัตรประชาชนทุกประตูทางเข้าออก เพื่อความปลอดภัย   สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมจำนวนประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  21 วันรวมทั้งสิ้น 635,048 คน

** ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่    ในที่สุดรัฐบาลใช้มาตรการว่านเม็ดเงิน 12,750  ล้านบาท แจกให้คนจน ที่มีรายได้น้อยจับจ่ายใช้สอย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ   เรื่องนี้ดูเหมือนรัฐบาล คสช.ถูกวิพากษ์ว่า ใช้นโยบาย “ประชานิยม”   ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นด้วยกับ“นโยบายประชานิยม”     แต่จนแล้วจนรอดกลับทำการแจกเงินงัดนโยบายแจกเงิน   หากย้อนอดีตสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์  ก็เคยกระทำเยี้องนี้มาแล้ว  ครั้งนั้นเรียกว่าเรียกว่า“ เช็คช่วยชาติ  2,000 บาท”  ให้กับลูกจ้างที่มีรายได้ไม่เกินเดือน 15,000 บาท  พร้อมกับให้เหตุผลว่า  เพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ

จนกระทั่ง  รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นำกลับปัดผุ่นขึ้นมาใช้ใหม่  อินทราภรณ์ว่า  เพียงแค่ครั้งนี้เลี่ยงบาลีไม่อยากให้เรียกว่า ไม่ใช่ประชานิยม   แต่เป็นมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ว่าไปนั้น   ด้าน อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประธิปัตย์ ชี้แจงว่า จุดเริ่มต้นรัฐสวัสดิการ  หากมีฐานข้อมูลประชาชนผู้มีรายได้น้อยชัดเจน ไม่ใช่ประชานิยม    ขณะที่ เสธ.ไก่อู่   พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาลก็ไม่รอช้ารีบชี้แจงทันทีว่า  เป็นมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย   ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ   โดยให้เพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยรายละ 1,500-3,000 บาท จำนวน 5.4 ล้านคน เริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 1-30 ธ.ค. 2559 นี้

** อินทราภรณ์  ขอทำนายเอาไว้ล่วงหน้าโครงการนี้  เงินที่คนจนได้รับเงินรอบในนี้   ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นเจ้าหนี้ระบบมาเคาะประตูรถหน้าบ้าน เพื่อท้วงดอกเบี้ยรายเดือน- รายวัน  เมื่อเป็นอย่างนี้จะเห็นทีมาตรการกระตุ้นการบริโภค กระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลจะได้ผลตรงเป้าแค่ไหน ยังน่าห่วง หากทำให้ได้ผลจริงน่าจะแก้ที่ต้นต่อ แก้หนี้ครัวเรือนประชาชนให้ได้ก่อนเถอะ  ใช่ไหมครับท่านนายกฯ ที่เคารพ …

** ปรับแล้วค่าจ้างขึ้นต่ำ หลังอั้นมาหลายปี      โดย มติ ครม.วันที่ 22 พ.ย.2559 รับทราบการปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำของคณะกรรมการค่าประจำปี 2560 รวม 69 จังหวัด โดยปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 5 -10 บาท โดยจังหวัดที่ปรับขึ้นค่าแรงขึ้น 5  เป็น 305 บาท มี 49 จังหวัดและปรับขึ้นวันละ 8 บาทเป็น 308 บ่าท มี 13 จังหวัด   พร้อมกับกำชับไม่ต้องการให้การปับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำในครั้งนี้เป็นนจุดเริ่มต้นการปรับขึ้นราคาสินค้า   เจ้าภาพที่ทำหน้าที่เรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ก็มาคำนวณต้นราคาสินค้าไม่มีกระทบโครงสร้างต้นทุนของราคาสินค้านน้อยมาก  เช่น มีผลกระทบราคาอาหารจานด่วนแค่  11-12 สตางต์   หากไม่ปฏิบัติตามมีโทษตาม กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. 2542  มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากร้านค้าใดที่ฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า

**  อินทราภรณ์  ว่ากันจริงตามประสาคนรู้น้อย แต่ตั้งใจจริง  โฟกัสกันที่เจ้าภาพหลักที่กระทรวงพาณิชย์  นันทวัลย์ ศกุนตนาค  อธิบดีกรมการค้าภายใน ควรเดินหน้าให้ชัดเจน และเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะมาตรการบังคับใช้กฏหมายอย่างเด็ดขาด   หากใครฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ก็ต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่จับกุมและโทษลงตามกฎหมายสถานเดียวและทันที  หรือเรียกง่ายๆว่า  “ เชือกไก่ ให้ลิงดู สักที เถอะ..” เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ทำกฎหมายให้มันศักดิ์สิทธิ์  ไม่ใช่แค่ขู่ ไปวันๆ  เห็นทีไม่มีพ่อค้า แม่ค้า หน้าไหนเกรงกลัวกฎหมาย

**  ส่วนแวดวงการส่งออกก็เริ่มฟื้นตัวบ้าง   กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ส่งออกทั้งปี 2559 ขยายตัวอยู่ที่ 5 %   และล่าสุดในช่วง 9 เดือนปีนี้  มูลค่าส่งออกพลิกกลับมาเติบโตเป็นบวกในรอบ 7 ไตรมาส  โดย 9 เดือนแรกปีนี้ขยายตัว 0.6%    แต่มองต่างมุง  นพพร  เทพสิทธา  ประธานสภาผู้สินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กลับมองตัวเลขส่งออกทั้งปี 2559 นี้ อย่างที่ สรท.เคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ คือ อย่างดีขยายตัวอยู่ที่ 0 – 0.1%

** แต่สิ่งที่น่าห่วงผลกระทบต่อกรณีสายเรือควบรวมและปิดกิจการ  อย่าง เช่น สายเรือ COSCO  ซึ่งก่อนหน้านี้ควบร่วมกิจการกับ China Chipping สายเรือของจีน  ประธาน สรท.บอกว่า  สาเหตุมาจากปัญหา Supply สายเรือเติบโตเกินขนาด  และคิดว่าขาดทุนยาวไปถึงปี 2020  หรืออีก 4  ข้างหน้าโน่น และมีโอกาสความเป็นไปได้สูงยิ่ง สายเรือที่มีอยู่ฉวยโอกาสปรับขึ้นค่า Freight /ค่าระวางเรือ เพราะบ้านเรายังไม่มีกฎหมายควบคุมเหมือนกับต่างประเทศ   อย่างเวียดนาม ศรีลังกา ที่มีกฎหมายควบคุมห้ามสายเรือปรับขึ้นค่าระวาง  ประธานนทพร  เน้นให้ “จับตาสายเรือปรับขึ้นค่าระวาง ”

**อินทราภรณ์  มองสอดคล้องกับสรท. และยังเชื่อว่าโอกาสเป็นไปได้สูงยิ่ง  เพราะสายเรือกำลังตกอยู่ในภาวะการขาดทุนยับเยินขนาดนั้น   ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า  Demand น้อยกว่า Supply  สายเรืออยู่ไม่ได้  หนทางออกที่ดีและง่ายสุด  หนีไมพ้นปรับขึ้นค่าระวางแน่ๆ    ยิ่งประเทศไทยด้วยแล้ว   เวลานี้ไม่มีกฎหมายควบคุมเหมือนกับต่างประเทศ ก็ง่ายสะดวกโยธินเป็นไหนๆ

** พบกันใหม่ฉบับหน้า …