ขสมก.เข้มควันดำรถเมล์ ห้ามค่าไอเสียเกิน 35%

0
27

ขสมก.กาง 2 มาตรการระยะเร่งด่วนเข้มควันดำรถเมล์ทุกรอบ ทุกเที่ยว ทุกคันก่อนนำออกวิ่งให้บริการ ระยะยาวเร่งจัดหารถเมล์ใหม่ใช้พลังงานเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม กรุยทางลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ระยะยาวอย่างยั่งยืน

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังเผชิญสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) สูงเกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขสมก. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้กำหนด 2 มาตรการแก้ไขโดยให้ทุกเขตการเดินรถถือปฏิบัติ ช่วยลดปริมาณการปล่อยฝุ่น PM 2.5 จากรถโดยสารเครื่องยนต์ดีเซล

“มาตรการแรกเป็นระยะเร่งด่วนจะตรวจวัดควันดำรถโดยสาร (รถเมล์) ทุกรอบ ทุกเที่ยว ทุกคันก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการประชาชน โดยห้ามไม่ให้รถที่มีค่าไอเสียเกิน 35% ออกวิ่งโดยเด็ดขาด หากตรวจพบจะส่งเข้าซ่อมบำรุงโดยทันที

นายประยูร ระบุอีกว่า อีกทั้งยังขอความร่วมมือให้บริษัทเหมาซ่อมบำรุงรถเมล์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หัวฉีด ไส้กรองไอเสีย ไส้กรองอากาศ และท่อพักไอเสียรวมทั้งล้างทำความสะอาดท่อไอเสียของรถโดยสารทุกคันก่อนรอบปกติเพื่อลดการปล่อยฝุ่นละอองจากท่อไอเสีย การเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซล บี 20 ในรถโดยสารธรรมดา (รถเมล์ร้อน) และรถโดยสารปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) เครื่องยนต์ดีเซล 2,075 คันตั้งแต่ 1 ก.พ.62 เป็นต้นมา

“เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 15% ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 33% ไฮโดรคาร์บอน 21% และลดฝุ่นละอองได้ 3.7% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซลเดิม รวมทั้งล้างทำความสะอาดอู่จอดรถ และรถโดยสาร เพื่อชะล้างฝุ่นละออง และ มอบหน้ากากอนามัย N95 ให้กับพนักงานทุกคน เพื่อสวมใส่ขณะปฏิบัติหน้าที่หรือเดินทางมาทำงาน”

นายประยูร ย้ำว่าส่วนมาตรการที่สองเป็นระยะยาว ขสมก.จะจัดหารถเมล์ใหม่ที่ใช้พลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาให้บริการประชาชน ช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนทุกท่าน ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล โดยเปลี่ยนมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดแล้ว ยังช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้