เอสซีจี เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น โครงการ Long Son Petrochemicals ประเทศเวียดนาม

0
120

บริษัท วีนา เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (VSCG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เอสซีจีถือหุ้นทั้งหมดได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับ QPI Vietnam Limited (QPIV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Qatar Petroleum International เพื่อซื้อส่วนทุนทั้งหมดร้อยละ 25 ของ QPIV ที่มีอยู่ใน Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) มูลค่า 36.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมของเอสซีจีใน LSP เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 71 (จากเดิมร้อยละ 46) โดยฝ่ายผู้ร่วมทุนเวียดนามมีสัดส่วนร้อยละ 29

LSP เป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนาม มีความสามารถในการแข่งขันในเชิงธุรกิจเนื่องจากเป็นโครงการที่มีการเชื่อมโยงจากโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นถึงขั้นปลายครบวงจร มีความประหยัดจากขนาด (Economies of scale) และสามารถปรับเปลี่ยนการใช้วัตถุดิบเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจ เช่น ท่าเรือน้ำลึก และสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งมีมูลค่าประมาณร้อยละ 30 ของเงินลงทุนทั้งหมด

จุดเด่นของโครงการนี้คือการมีโรงงานผลิตเอททีลีนขนาดกำลังการผลิต 1 ล้านตันต่อปี ที่มีความยืดหยุ่น สามารถเลือกใช้ก๊าซร่วมกับแนฟทาเป็นวัตถุดิบในสัดส่วนต่างๆ เพื่อการผลิตโอเลฟินส์รวมกันได้สูงถึง 1.6 ล้านตันต่อปี โดยสามารถใช้ก๊าซเพื่อบริหารต้นทุนได้สูงสุดถึงร้อยละ 80 ของวัตถุดิบทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลายซึ่งผลิตโพลิโอเลฟินส์ (PE/PP) ที่มีกำลังการผลิตในปริมาณใกล้เคียงกันอีกด้วย

แหล่งเงินทุนของโครงการนี้จะมีทั้งส่วนของผู้ถือหุ้นและเงินกู้ คาดว่าโครงการจะมีข้อสรุปเรื่องการลงทุน (Final Investment Decision) ภายในครึ่งปีแรกของปี 2560 หลังจากนั้นจึงจะสรุปรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการลงทุน คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 5 ปี และจะเริ่มผลิตได้ในปี 2564

LSP ตั้งอยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ซึ่งเป็นตลาดหลัก และเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามเพียง 100 กิโลเมตร โดยในปี 2558 ประเทศเวียดนามนำเข้าโพลิโอเลฟินส์ มากกว่า 2 ล้านตัน และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ดีในอนาคต ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนตามวิสัยทัศน์ของเอสซีจีในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน