มจพ. จับมือ สสว. ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start-Up) ส่งเสริม SMEs ให้มีประสิทธิภาพ

0
101

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งภาคการค้า ภาคบริการและภาคการเกษตรจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start Up) โดยให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการบริหารจัดการงานส่งเสริม SMEs ให้มีประสิทธิภาพ และมีการสร้างกลไกหรือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสนับสนุนให้ SMEs สามารถเริ่มต้นธุรกิจและเติบโตได้ตามวงจรธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนให้หน่วยงานของภาครัฐสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรไทย เน้นการผลิตทางการเกษตรรูปแบบใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร โดยต้องเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยีและเป็นเกษตรกรแบบผู้ประกอบการ การเข้าถึงข้อมูลด้านการตลาด และการเข้าถึงมาตรการส่งเสริมต่างๆ ของภาครัฐ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของการผลักดันให้ SMEs และวิสาหกิจชุมชนเกษตรเติบโตและเข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในการก้าวเข้าสู่สังคมผู้ประกอบการต่อไป

 

รองศาสตราจารย์ ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวถึง ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start-Up) ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน SMEs ให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งนั้น จึงได้เห็นชอบให้มีการดำเนินยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานส่งเสริม SMEs ระยะเร่งด่วนปี 2558 ซึ่งมุ่งเน้นงานที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที และให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการบริหารจัดการ งานส่งเสริม SMEs ให้มีประสิทธิภาพ มีเอกภาพ ดำเนินงานสอดคล้องในทิศทางเดียวกัน และมีการสร้างกลไก หรือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสนับสนุนให้ SMEs สามารถเริ่มต้นธุรกิจและเติบโตได้ตามวงจรธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ด้วยเหตุนี้ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือสำนักงาน จึงได้ร่วมกับ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ดำเนินการส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการใหม่ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนให้หน่วยงานของภาครัฐสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรไทย เน้นการผลิตทางการเกษตรรูปแบบใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร โดยต้องเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม (Traditional Farming) ไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการ และเทคโนโลยี (Smart Farming) และการเข้าถึงมาตรการส่งเสริมต่างๆ ของภาครัฐ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของการผลักดันให้ SMEs และวิสาหกิจชุมชนเติบโตและเข้มแข็ง เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของคณะรัฐมนตรี

 

“จากการดำเนินโครงการดังกล่าว สามารถส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจในการประกอบธุรกิจสามารถเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 2,184 ราย พร้อมทั้งสนับสนุนการเขียนแผนธุรกิจและยื่นเสนอขอรับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน จำนวน 1,019 ราย ซึ่งมีการบ่มเพราะเพื่อพัฒนาเป็นผู้ประกอบการ จำนวน 618 ราย และกิจกรรมสุดท้ายเป็นกิจกรรมด้านการทดสอบตลาด มีผู้เข้าร่วมจำนวน 300 ราย”