บางจากฯร่วมสมาคม ASAFA ขับเคลื่อนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF ในภูมิภาค

0
0

สมาคมเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนแห่งเอเชีย (Asian Sustainable Aviation Fuel Association: ASAFA) มีความยินดีต้อนรับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศไทย ในฐานะสมาชิกระดับ Gold Member รายล่าสุดของสมาคม

ด้วยประสบการณ์ด้านการกลั่นน้ำมันมากกว่า 4 ทศวรรษ และเป็นผู้บุกเบิกพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยมากกว่า 20 ปี บางจากฯ ถือเป็นบริษัทฯ แนวหน้าของการขับเคลื่อนการลดคาร์บอน ในภาคการบิน โดยได้เปิดดำเนินการหน่วยผลิตเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) แบบครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแบบ HEFA สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนของภาคการบินไทยและยุทธศาสตร์มุ่งสู่ Net Zero ในระดับภูมิภาค

นายฟาบริซ เอสปิโนซา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASAFA กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าสู่ ASAFA ในฐานะสมาชิกระดับ Gold Member หน่วยผลิต SAF ของบริษัทในกรุงเทพมหานครถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะผู้ผลิต SAF เชิงพาณิชย์แบบ Neat SAF รายแรกของประเทศไทย บางจากฯ มีองค์ความรู้ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ทั้งด้านการรวบรวมวัตถุดิบ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี HEFA และการทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อการขยายการใช้ SAF ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเข้าร่วม ASAFA สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบางจากฯ ในการสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศ SAF ที่เข้มแข็งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยประสบการณ์ของเราในด้านการกลั่นน้ำมัน เชื้อเพลิงชีวภาพ และการบริหารจัดการวัตถุดิบ บริษัทฯ พร้อมร่วมแบ่งปันองค์ความรู้เชิงปฏิบัติในการขยายการผลิต SAF ให้เกิดขึ้นได้ในเชิงพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐาน และความร่วมมือระดับภูมิภาค”

การดำเนินงานแบบบูรณาการของบางจากฯ เป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนา SAF เชิงพาณิชย์ โดยมีการจัดทำโครงการ Fry to Fly เพื่อรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากสถานีบริการกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งแนวทางการจัดหาวัตถุดิบจากชุมชนเช่นนี้ช่วยเสริมความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงยั่งยืนที่มีความน่าเชื่อถือ ทางการเงิน

การเข้าร่วม ASAFA ของบริษัทฯ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปีค.ศ. 2050 ภายใต้แผน BCP NET โดยธุรกิจ SAF และแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนของบริษัทช่วยเสริมการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด การใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค่า และการขับเคลื่อนการคมนาคมคาร์บอนต่ำในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก