“พิพัฒน์”แถลงความร่วมมือยกระดับชำระค่าโดยสารบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน-ม่วงเต็มรูปแบบ เริ่ม 1 มิ.ย.2569 รองรับนโยบายตั๋วร่วม ลดภาระประชาชน พร้อมขยายสู่ระบบขนส่งสาธารณะอื่นในอนาคต
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานแถลงข่าว “คมนาคมเชื่อมทุกการเดินทางแบบไร้รอยต่อ เปลี่ยนจากบัตร MRT/MRT Plus สู่ EMV Contactless” ในระบบจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง รองรับนโยบายตั๋วร่วมของกระทรวงคมนาคม โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ร่วมแถลงข่าว ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมมีความพยายามในการผลักดันนโยบายตั๋วร่วม อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้านความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสารและการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และจากความสำเร็จในการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น เป็นการเปิดทางให้เกิด “ระบบตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการ ทำให้ในอนาคตประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ ฯลฯ ลดความยุ่งยากและความซ้ำซ้อนในการชำระค่าโดยสาร โดยการดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลโครงการบริการขนส่งสาธารณะต่าง ๆ จะต้องเร่งดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชนให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือ การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การผลักดันให้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของระบบตั๋วร่วม ต่อประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีบัตรเครดิต VISA / MasterCard / UnionPay อยู่แล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ก็สามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้า MRT ได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการถือบัตรโดยสารมาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดจึงถือเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงคมนาคม รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันที่จะสื่อสารกับประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน ทั้งบัตร MRT และ MRT Plus ในการชำระค่าโดยสารอยู่ในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไปจนถึงสิ้นปีนี้ สามารถนำบัตรโดยสารแบบเติมเงินใบเดิมของท่านไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทุกสถานี เพื่อขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) และหากต้องการทำบัตรแมงมุม EMV สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อรับสิทธิ์ยกเว้นค่าธรรมออกบัตร หรือหากท่านมีบัตรเครดิต/เดบิตใด ๆ ที่เป็น EMV Contactless อยู่แล้ว ต่อไปสามารถใช้บัตรนั้น ๆ แตะเข้าระบบรถไฟฟ้า MRT ได้เลยทุกสาย ทั้งสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู

สำหรับผู้ที่ยังไม่ประสงค์เปลี่ยนไปใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless โดยทันที จะมีกรอบเวลาไว้คือ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตร MRT/MRT Plus ทุกช่องทาง โดยผู้ถือบัตรยังสามารถใช้มูลค่าเดินทางคงเหลือในบัตรได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 และเมื่อเข้าสู่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสารแบบเติมเงินทุกสถานี จากนั้นวันที่ 1 มกราคม 2570 คาดว่าจะยุติการใช้เหรียญโดยสาร (Token) สำหรับผู้เดินทางเที่ยวเดียว เปลี่ยนไปใช้ระบบ QR Ticket แตะเข้าระบบรถไฟฟ้าแทน นับเป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ
“นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแนวนโยบายที่จะขยายระบบตั๋วร่วมด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ไปสู่ระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ในอนาคต โดยหารือกับผู้ให้บริการระบบต่าง ๆ อาทิ รถเมล์ ขสมก. รถบัส บขส. สำหรับการเดินทางด้วยรถบัสระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดด้วย ซึ่งการเริ่มต้นผลักดันให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ได้เปลี่ยนมาใช้บัตร EMV Contactless ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบรับนโยบายของรัฐบาล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบที่ดียิ่งขึ้นในระดับสากล” นายพิพัฒน์ กล่าว






































