“มัลลิกา”ลงพื้นที่สนามบินตรัง-กระบี่ ยกระดับสนามบินทันสมัยปลายทางระดับโลก

0
2

มัลลิกา”ลงพื้นที่สนามบินตรัง-กระบี่ ยกระดับสนามบินทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ดันสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมกำชับเตรียมแผนรับมือผลกระทบสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลาง

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญและการพัฒนาการให้บริการของท่าอากาศยานตรังและท่าอากาศยานกระบี่ พร้อมด้วยนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม โดยมีนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ รองอธิบดี ทย. นายปิยะ โยมา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นางธนิสรา สิงหกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ นางสาวสุรีรัตน์ ทิพย์โยธา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานตรัง ผู้แทนบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและรายงานสรุปการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569

นางสาวมัลลิกา เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำให้ ทย. รักษาภาพลักษณ์ภายในอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานตรังให้สะอาด สว่าง สวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ในรูปแบบอัตโนมัติมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ และเร่งรัดการดำเนินโครงการต่อเติมความยาวทางวิ่ง พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบินและองค์ประกอบอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันมีผลการดำเนินงานร้อยละ 37.50 เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นท่าอากาศยานนานาชาติในอนาคต

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่ ได้แก่ โครงการต่อเติมทางขับขนาน พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบินมีผลการดำเนินงานร้อยละ 95.10% โครงการก่อสร้างพื้นคอนกรีตตามแนวรั้วเขตสนามบิน ผลการดำเนินงานร้อยละ 7.66% โครงการก่อสร้างจุดตรวจค้นบุคคล และยานพาหนะเข้าเขตพื้นที่การบิน ผลการดำเนินงานร้อยละ 1.80% โครงการก่อสร้างถนนทางเข้าบริเวณพื้นที่บริการใหม่ และถนนบริการในเขตพื้นที่การบินพร้อมองค์ประกอบอื่น ๆ ปัจจุบันกำลังเริ่มเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการ ทั้งนี้ ได้มีการเร่งรัดโครงการก่อสร้างดังกล่าว เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสายการบินทั้งภายในและระหว่างประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำการให้ความสำคัญการเชื่อมต่อการเดินทางกับการขนส่งภาคพื้น โดยให้บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดและ ขบ. จัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะภายในท่าอากาศยาน เชื่อมต่อการเดินทางสู่ตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ ให้มีศักยภาพเป็นจุดหมายปลายทางเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่น ๆ

นางสาวมัลลิกา กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งท่าอากาศยานกระบี่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินและเที่ยวบินล่าช้านั้น ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในทุกมิติ ทั้งการจัดเตรียมพื้นที่รองรับผู้โดยสารกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก การบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานกรณีที่มีอากาศยานตกค้าง และการตรวจสอบความพร้อมของระบบอำนวยความสะดวก เครื่องมือ อุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งติดตามสถานการณ์ด้านการบินระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบิน พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ชัดเจน ทันต่อสถานการณ์

นายดนัย เรืองสอน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานตรังเปิดให้บริการอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาการเปิดใช้งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,200 คน ต่อชั่วโมง หรือ 3.4 ล้านคนต่อปี ความยาวทางวิ่งขนาด 45 x 2,100 เมตร (รองรับอากาศยานขนาด 189 ที่นั่ง) ทางวิ่งสามารถรองรับได้ 10 เที่ยวบินต่อชั่วโมง พื้นที่จอดรถยนต์ได้ 1,370 คัน สำหรับท่าอากาศยานกระบี่ ปัจจุบันเปิดใช้งานอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 3 สามารถรองรับผู้โดยสาร 3,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 8 ล้านคนต่อปี ความยาวทางวิ่งขนาด 45 x 3,000 เมตร ทางขับ 3 เส้น เมื่อโครงการต่อเติมทางขับขนาน พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบินแล้วเสร็จ จะมีทางขับทั้งหมด 9 เส้น ลานจอดอากาศยานขนาด 1,625 x 135 เมตร สามารถรองรับอากาศยาน B737 หรือ A320 ได้ 34 ลำในเวลาเดียวกัน และอาคารจอดรถที่สามารถรองรับรถยนต์ได้ 2,664 คัน

ทั้งนี้ ทย. พร้อมดำเนินการตามข้อสั่งการทั้งโครงการก่อสร้าง และการติดตามสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และจะประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารและประชาชนทราบข่าวเป็นระยะ ในส่วนของการให้ความสำคัญการเชื่อมต่อการเดินทางกับการขนส่งภาคพื้น จะเร่งดำเนินการขยายผลโครงการศูนย์ขนส่งต้นแบบส่งเสริมการบริการรถสาธารณะในท่าอากาศยานในสังกัดต่อไป