กรมทางหลวงชนบท(ทช.)เดินหน้าขยายถนนสาย อย.3046 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่อมอำเภอวังน้อย – อำเภอบางปะอิน คืบหน้าเร็วกว่าแผน คาดแล้วเสร็จในปี 2570 เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม – ขนส่งของภาคกลางตอนบน มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคให้มีความคล่องตัว เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุนในการลำเลียงสินค้า และเสริมสร้างความแข็งแกร่งแก่ภาคเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่ง ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบัน ทช. อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสาย อย.3046 แยก ทล.309 – บ้านตลิ่งชัน อำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากถนนสายนี้มีปริมาณการจราจรสัญจรมากกว่า 12,000 คันต่อวัน ส่งผลให้ถนนมีสภาพชำรุดทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ประกอบกับเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอวังน้อยกับอำเภอบางปะอิน มีจุดเริ่มต้นของสายทางเชื่อมต่อกับ ทล.309 และจุดสิ้นสุดสายทางบรรจบ ทล.3056 ซึ่งปัจจุบันเป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร มีช่องจราจรที่คับแคบ ทช. จึงได้ก่อสร้างถนนสายดังกล่าว โดยมีจุดเริ่มต้นที่บริเวณ กม. ที่ 0+000 – 7+250 ระยะทาง 7.250 กิโลเมตร ก่อสร้างขยายถนนจากเดิม 2 เป็น 4 ช่องจราจร เป็นผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก มีไหล่ทาง พร้อมก่อสร้างสะพานกลับรถ 4 แห่ง และสะพานข้ามคลอง 1 แห่ง มีการทำระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง ติดตั้งเครื่องหมายจราจรและสิ่งอำนวยความปลอดภัยผู้ใช้เส้นทาง ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 75 เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างในส่วนของงานโครงสร้างทาง งานผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก งานขุดแต่ง/ดาดคอนกรีตคลองชลประทาน และงานไฟฟ้าแสงสว่าง ใช้งบประมาณ 619.600 ล้านบาท เมื่อเปิดใช้ถนนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2570 จะมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนได้อีกทางหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการก่อสร้าง ทช. ยังคงเข้มงวดและกำชับให้ผู้รับจ้างติดตั้งป้ายเตือน สัญญาณไฟ และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยให้ครบถ้วน เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องมาตรการลดฝุ่น PM 2.5 โดยให้เพิ่มรอบในการรดน้ำ จัดเก็บวัสดุก่อสร้างให้อยู่ในความเรียบร้อย พร้อมตรวจสอบรถ เครื่องจักร อุปกรณ์การก่อสร้างให้พร้อมต่อการใช้งาน เพื่อป้องกันมลภาวะที่อาจกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อีกด้วย






































