ยังพอมีลุ้น!?กทพ.ถก BEM ปมปรับขึ้นค่า“ด่วนประจิมรัถยา”หวังลดผลกระทบ“ซ้ำเติมประชาชน”

0
0

กลายเป็นกระแสร้อนระอุในโลกโซเชียล ณ บัดดลหลังข่าวการปรับขี้นค่าทางด่วนประจิมรัถยา (ทางพิเศษสายศรีรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร) ซึ่งจะมีผล 15 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ถูกตีแผ่ในทุกซอกหลืบโลกข่าวสาร ตามมาด้วยแรงคลื่นคอมเมนต์-เสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่น

เสียงสะท้อนมติเอกฉันท์เป็นการโยนภาระให้กับประชาชน หรือ “ซ้ำเติมประชาชน” หรือไม่?ท่ามกลางท่ามกลางวิกฤติพลังงานโลก พิษเศรษฐกิจตกต่ำ กระแทกซ้ำจากภาวะหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ไฉนเล่า?ภาคเอกชนผู้ได้รับสัมปทานถึงได้ใจจืดใจดำสูบเลือดสูบเนื้อประชาชนในห้วงข้าวยาหมากแพงได้เพียงนี้

เพราะดูจากอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยาที่จะถูกปรับขึ้นในระลอกใหม่นี้ไม่ธรรมดา!

– รถยนต์ 4 ล้อ (รถที่มีล้อไม่เกิน 4 ล้อ): อัตราใหม่ 80 บาท/คัน (เดิม 65 บาท)

– รถยนต์ 6–10 ล้อ (รถที่มีล้อเกิน 4 ล้อ แต่ไม่เกิน 10 ล้อ) อัตราใหม่ 130 บาท/คัน (เดิม 105 บาท)

– รถยนต์เกิน 10 ล้อ (รถที่มีล้อเกิน 10 ล้อขึ้นไป) อัตราใหม่ 185 บาท/คัน (เดิม 150 บาท)

ร้อนไปถึงภาครัฐอย่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)ทำอะไรอยู่?ทำไมถึงไม่มีการหารือกับภาคเอกชนผู้รับสัมปทาน เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคา หรือกำหนดแนวทาง-มาตรการลดผลกระทบ“ประชาชน”ก่อนที่จะมีการปรับขึ่นค่าผ่านทางในอัตราใหม่นี้

ล่าสุด การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ออกโรงแจงถึงกรณีดังกล่าวว่าการปรับอัตราค่าผ่านดังกล่าว การปรับอัตราค่าผ่านทางดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานการลงทุน ซึ่งระบุให้มีการปรับอัตราค่าผ่านทาง (15-35 บาท) ทุก ๆ 5 ปี

โดยบริษัท ทางด่วน และรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นผู้รับสัมปทาน และเป็นผู้ลงทุนโครงการทั้งหมด 100% การดำเนินงานรวมถึงการกำหนดอัตราค่าผ่านทางจึงเป็นไปตามสิทธิ หน้าที่ และข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาสัมปทาน

ทั้งนี้ กทพ. อยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปแนวทางการช่วยเหลือที่เหมาะสมบรรเทาความเดือดร้อน และลดผลกระทบจากภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยจะประกาศรายละเอียดให้ประชาชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการล่วงหน้าก่อนที่จะมีการปรับขึ้นค่าผ่านทางในวันที่ 15 ธันวาคม 2569

เป็นอันว่าประชาชนคนไทย…ยังจะมีลุ้นหรือไม่?อย่างไร?

ลุ้นว่าภาคเอกชนผู้รับสัมปทานเต็มใบจะใจดี“ชะลอ”การปรับราคาออกไปก่อน แม้รู้อยู่เต็มอกว่า “เป็นไปได้ยาก”และรู้อยู่แก่ใจว่าเอกชนมีสิทธิ์เต็มที่ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานการลงทุน เพราะผู้รับสัมปทาน-ลงทุนโครงการทั้งหมด 100%ก็ตาม

ลุ้นต่อไปว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)จะมี “น้ำยา”สามารถกล่อมเอกชนให้“ใจอ่อน”ยอมรับข้อหารือแล้วคลอดมาตรการเพื่อลดผลกระทบความเดือดร้อนประชาชนในรูปแบบที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการคูปองลดราคา และส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ที่ใช้บัตร Easy Pass ที่กทพ.เคยทำมา

…ลุ้นจริงๆพี่น้องคนไทย!

:จิ้งเหลนไฟ