เกินครึ่ง!ทช.สร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ จ.จันทบุรี เชื่อม2อำเภอ ร่นระยะทางกว่า 20 กม.คาดแล้วปี 70

0
0

เกินครึ่ง!กรมทางหลวงชนบท(ทช.)วางรากฐานการคมนาคม บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม สร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ จ.จันทบุรี เชื่อมสองอำเภอ ร่นระยะทางกว่า 20 กม. เสริมเศรษฐกิจการขนส่งทุเรียน – ลำไย พื้นที่ภาคตะวันออก คาดแล้วเสร็จปี 2570

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในระดับพื้นที่ให้มีความเชื่อมโยง บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน สอดรับกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งยกระดับการเดินทางอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้ผู้ใช้ทางสามารถสัญจรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร อันจะนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านคลองคต ตำบลบ้านคลองคต อำเภอโป่งน้ำร้อน และหมู่ที่ 6 บ้านสำโรงล่าง ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ได้รับความเดือดร้อนในการเดินทาง เส้นทางมีลักษณะอ้อมกว่า 20 กิโลเมตร ทำให้การคมนาคมขนส่งต้องใช้ระยะเวลา ใช้พลังงานในการขนส่งสินค้าจำนวนมาก ทั้งนี้ เทศบาลตำบลหนองตาคง จึงได้ขอรับการสนับสนุนจาก ทช. เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน จากนั้น ทช. จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เชื่อมระหว่างอำเภอ มีความยาวรวม 100 เมตร รองรับการจราจร 2 ช่องทาง กว้างรวม 9 เมตร ไม่มีทางเท้า พร้อมก่อสร้างถนนเชื่อมต่อรวมระยะทาง 1,930 เมตร โดยมีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับแยก ทล.3210 และจุดสิ้นสุดเชื่อมต่อกับถนนท้องถิ่น มีลักษณะผิวทางเป็นแอสฟัลต์คอนกรีต กว้าง 6 เมตร พร้อมไหล่ทางข้างละ 1 เมตร พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางให้สัญจรได้อย่างอุ่นใจตลอดสาย โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 43 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างในภาพรวมมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 56 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของงานก่อสร้างพื้นสะพาน คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2570 

ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ สะพานแห่งนี้จะสามารถร่นระยะทางได้มากถึง 20 กิโลเมตร จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เหลือเพียง 5 นาที รวมทั้งยังเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3210 และ 3193 ตลอดจนช่วยสนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร อาทิ ลำไย ทุเรียน และช่วยพัฒนาพื้นที่โดยรอบสายทางให้มีความเจริญ ควบคู่กับการขยายตัวของสาธารณูปโภคที่จะเกิดขึ้นตามแนวเส้นทาง ซึ่งจังหวัดจันทบุรี

ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกและมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดตราด ระยอง สระแก้ว อันจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจระดับภาคได้อีกทางหนึ่งด้วย