กรมทางหลวงชนบท(ทช.) เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างสะพานข้ามแยกบนถนนสาย ชร.1023 อำเภอเมืองเชียงราย (บริเวณทางแยกแม่ข้าวต้ม) รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือ เพิ่มศักยภาพโครงข่ายคมนาคมสู่สนามบิน – แบ่งเบาจราจร คาดแล้วเสร็จปี 2572
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกบนถนนทางหลวงชนบทสาย ชร.1023 (บริเวณทางแยกแม่ข้าวต้ม) ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 ถือเป็นอีกโครงการสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ ตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้เน้นย้ำในเรื่องแผนการพัฒนาสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมการคมนาคมขนส่งการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อความสะดวกปลอดภัยของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันบริเวณทางแยกแม่ข้าวต้มมีปริมาณการจราจรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน มีทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถขนส่ง และรถยนต์ส่วนบุคคล ส่งผลให้เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจร ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในระยะยาว พร้อมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการขนส่งของพื้นที่ปริมณฑลอย่างเป็นระบบ ยกระดับการเดินทางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทช. จึงดำเนินโครงการดังกล่าว ระยะทางรวม 1.250 กิโลเมตร ประกอบด้วย สะพานคู่ขนานยาวตัวละ 268.60 เมตร ช่วงขึ้นลง 170 เมตร รวม 438.60 เมตร ถนนต่อเชื่อมคอนกรีตเสริมเหล็ก 811.40 เมตร 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง กว้างช่องละ 3.50 เมตร มีไหล่ทางกว้าง 2 เมตร มีเกาะกลางแบบยก พร้อมก่อสร้างสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้ม เป็นสะพานคู่ขนาน ขนาด 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง กว้างช่องละ 3.50 เมตร รวมไปถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ และงานอำนวยความปลอดภัย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ทช. กำหนด ใช้งบประมาณ 329.784 ล้านบาท นอกจากนี้ ทช. ได้ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยระหว่างก่อสร้าง ซึ่งได้เตรียมการติดตั้งแบริเออร์ ผ้าใบ เพื่อแบ่งเขตพื้นที่ก่อสร้าง ควบคู่กับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างในเวลากลางคืน รวมถึงการก่อสร้างสะพานในพื้นที่ปิด ซึ่งจะห้ามไม่ให้การจราจรผ่านใต้สะพานระหว่างการก่อสร้าง โดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุด ตลอดจนจะใช้ผ้าใบเพื่อปกคลุมรถบรรทุกในการเคลื่อนย้ายวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง และรดน้ำบริเวณโดยรอบพื้นที่โครงการเพื่อป้องกันฝุ่นไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทช. ได้ให้ความสำคัญในการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการฯ ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ได้จัดประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนก่อนเริ่มดำเนินโครงการไปแล้ว พร้อมทั้งได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง ทช. ผู้รับจ้าง ผู้แทนประชาชน โดยได้มีการนำเสนอความเป็นมา ลักษณะของโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด






































