ทช.ระดมกำลังเจ้าหน้าที่-รถบรรทุกเข้าบรรเทาความเดือดร้อน รับ-ส่ง ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

0
3

กรมทางหลวงชนบท(ทช.) ร่วมเคียงข้างประชาชนก้าวผ่านวิกฤตอุทกภัย ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมรถบรรทุกเข้าบรรเทาความเดือดร้อน รับ-ส่ง ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำเครื่องจักรกลเข้าปรับปรุงซ่อมแซมผิวจราจรในบางพื้นที่ที่นำลดลงแล้ว เพื่อให้ประชาชนสัญจรผ่านได้โดยเร็ว

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบัน ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ยังคงร่วมเคียงข้างประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ติดตามเหตุน้ำท่วมในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้หน่วยงานในสังกัดได้ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และยังคงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพร้อมเครื่องมือเครื่องจักรในทุกภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้ หากสายทางในพื้นที่ไหนที่ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว ทช. จะได้เร่งเข้าพื้นที่สำรวจและดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น อาทิ แขวงทางหลวงชนบทระยอง ได้ดำเนินการซ่อมแซมบริเวณคอสะพานที่ทรุดตัวจากเหตุอุทกภัย บนถนนทางหลวงชนบทสาย รย.3004 แยก ทล.344 – บ้านเขาวงเวียน อ.แกลง จ.ระยอง แล้วเสร็จ ปัจจุบันสามารถสัญจรได้แล้ว นอกจากนี้ ทช. ยังได้นำรถบรรทุกน้ำเข้าบริการประชาชนที่อพยพมาอาศัยบริเวณสายทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมจัดรถรับ-ส่งประชาชนที่อาศัยในเขตพื้นที่น้ำท่วมสูงให้สามารถเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย และได้ติดตั้งป้ายเตือน ตรวจสอบระบบไฟฟ้าบริเวณสายทางที่มีประชาชนมาพักอาศัยเป็นการชั่วคราวในช่วงภาวะวิกฤตนี้ด้วย

โดยโครงข่ายทางหลวงชนบท ขณะนี้มีถนนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 21 จังหวัด ( บุรีรัมย์, นครราชสีมา, ชัยภูมิ, สระแก้ว, ระยอง, ปราจีนบุรี, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, กาญจนบุรี, นครปฐม, ลพบุรี, กำแพงเพชร, สุพรรณบุรี, สมุทรปราการ, ราชบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครสวรรค์,  นครนายก, ปทุมธานี, นนทบุรี )

ได้รับผลกระทบ 124 สายทาง แบ่งเป็น สัญจรผ่านได้ 66 สายทาง ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 58 สายทาง โดยสายทางที่ผ่านไม่ได้มีดังนี้

จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 1 สายทาง

– บร.3069

จังหวัดสระแก้ว จำนวน 1 สายทาง

– สก.2031

จังหวัดระยอง จำนวน 1 สายทาง

– รย.4005

จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 19 สายทาง

– ปจ.5009, ปจ.4043, ปจ.4013, ปจ.2045, ปจ.2042, ปจ.2041, ปจ.2032, ปจ.2027, ปจ.2006, ปจ.5050, ปจ.4025, ปจ.4018, ปจ.4014, ปจ.3022, ปจ.3017, ปจ.2033, ปจ.2024, ปจ.2007, ปจ.2001

จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 3 สายทาง

– ฉช.3003, ฉช.3042, ฉช.3028

จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 22 สายทาง

– กจ.011, กจ.026, กจ.6030, กจ.4063, กจ.4062, กจ.4051, กจ.4041, กจ.6043, กจ.3091, กจ.6018, กจ.5098, กจ.6030, กจ.4063, กจ.4062, กจ.4051, กจ.4041, กจ.6043, กจ.3091, กจ.6018, กจ.5098, กจ.4122, กจ.4122

จังหวัดราชบุรี จำนวน 3 สายทาง

– รบ.002, รบ.019, รบ.4038

จังหวัดนครปฐม จำนวน 3 สายทาง

– นฐ.058, นฐ.4055, นฐ.4006

จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 3 สายทาง

– กพ.021, กพ.023, กพ.4049

จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 2 สายทาง

– สป.5003, สป.2014

จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 1 สายทาง

– นว.3099

จังหวัดนครนายก จำนวน 8 สายทาง

– นย.5036, นย.5032, นย.4034, นย.3001, นย.2029, นย.2024, นย.2014, นย.2011

สำหรับในพื้นที่อื่น ๆ ทช. ยังคงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจโครงข่ายทางหลวงชนบทที่อยู่ในความรับผิดชอบทั่วประเทศ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทช. ได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายบอกระดับน้ำ และปักเสาตามแนวเขตทาง เรียบร้อยแล้ว หากระดับน้ำลดลงจะเร่งดำเนินการประเมินสถานการณ์และเร่งเข้าซ่อมแซมเบื้องต้นโดยเร็วที่สุดต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่แขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ หรือแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146