กลุ่มไทยแสงฯมั่นใจวอลโว่ ทรัคส์ สั่งซื้อบิ๊กล็อต 41 คัน รองรับขนส่งผลไม้ไทย-จีน

0
675

กลุ่มบริษัทไทยแสง จันทบุรี โลจิสติกส์ มั่นใจใช้วอลโว่ ทรัคส์ สั่งซื้อบิ๊กล็อต 41 คันรองรับขนส่งผลไม้ไทย-จีนโตก้าวกระโดด เชื่อมั่นคุณภาพวอลโว่ ทรัคส์ ตอบโจทย์งานหนัก-ขนส่งระยะไกลได้ดี ช่วยลดต้นทุน-เพิ่มผลกำไร และวิ่งงานได้ต่อเนื่อง ย้ำตลาดส่งออกผลไม้ไทยไปจีนโต 200 – 300% ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คาดปีนี้โตอีกไม่ต่ำกว่า 100%

นายสมหวัง กันยาปรีดากุล กรรมการผู้จัดการ บจก.เจียงไห่ คุนมั่น อินเตอร์เฟรท ทรานสปอร์ต หนึ่งในกลุ่มบริษัท ไทยแสง จันทบุรี โลจิสติกส์ เปิดเผยว่าจากการลงทุนสั่งซื้อรถบรรทุกเพิ่มดังกล่าวเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นในธุรกิจขนส่งสินค้าการเกษตรระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทยของบริษัท ซึ่งปีที่แล้วธุรกิจการขนส่งของบริษัทพุ่งสูงถึง 200% และคาดว่าปีนี้ธุรกิจจะยังคงเติบโตต่อเนื่องอีกไม่ต่ำกว่า 100%

“ปัจจัยจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯทำให้รัฐบาลจีนมีนโยบายลดการนำเข้าสินค้าทางการเกษตรบางชนิดจากเวียดนาม ซึ่งถือเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐฯ จึงทำให้ความต้องการสินค้าทางการเกษตรจากไทยเป็นที่ต้องการมากขึ้นในจีน ทำให้ธุรกิจของเราในไทยเติบโตอย่างรวดเร็วและยังจะเติบโตต่อเนื่องในปีนี้และในอนาคต”

นายสมหวัง กล่าวอีกว่าบริษัท ไทยแสง จันทบุรี โลจิสติกส์ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2556 โดยดำเนินกิจการขนส่งสินค้าทางการเกษตรระหว่างปไทยกับจีน โดยสินค้าที่ส่งออกจากไทยไปยังจีนคือ ผลไม้สด อาทิเช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย ขนุน กล้วยไข่ และมะพร้าว เป็นต้น โดยสินค้าเหล่านี้มีแหล่งผลิตกระจายไปทั่วไทย ขณะที่พืชผลทางการเกษตรที่ส่งจากจีนมายังไทยคือผักและผลไม้สด อาทิเช่น ส้ม องุ่น ลูกพับ แอปเปิ้ลและผักทุกชนิด โดยมีการขนส่งไป-กลับทุกวัน ไม่ต่ำกว่าวันละ 20-30 ตู้คอนเทนเนอร์

“จากความต้องการพืชผลทางการเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้นจากทั้งสองประเทศ ทำให้ความต้องการใช้บริการขนส่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ บ.เจียงไห่คุนมั่นฯจึงตัดสินใจสั่งซื้อรถวอลโว่ ทรัคส์ เพิ่มอีก 41 คัน โดยครั้งนี้ทางบริษัทได้ทำการสั่งซื้อ 2 รุ่นได้แก่ Volvo FH13 400 แรงม้า และ Volvo FM13 400 แรงม้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทของเรามีจำนวนรถบรรทุก รวมเป็น175คัน”

นายสมหวัง ยังย้ำถึงการตัดสินใจสั่งซื้อบิ๊กล็อตในครั้งนี้ว่าเราตัดสินใจสั่งซื้อรถวอลโว่ ทรัคส์ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก เพราะเราได้ศึกษาเทคโนโลยีของรถวอลโว่ ทรัคส์ มาระยะหนึ่งแล้ว จนเรามั่นใจว่ารถวอลโว่ ทรัคส์ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเราที่ต้องการใช้รถเพื่อการขนส่งระยะไกล ด้วยต้นทุนการบริหารจัดการที่ต่ำ สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ซึ่งราคางานบริการที่เราเสนอกับลูกค้า เราอยู่ในระดับแนวหน้าที่ลูกค้ายอมรับได้

“เส้นทางขนส่งสินค้าจากไทยไปยังจีน เป็นเส้นทางประจำโดยผ่านด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย ข้ามไปยังสปป.ลาว ที่ด้านห้วยทราย จากนั้นก็จะใช้เส้นทาง R3A มุ่งสู่ชายแดนจีนที่ด่านบ่อเต็นและทำการขนถ่ายสินค้าใส่รถบรรทุกจีนที่นั่น”

“ผมมั่นใจว่าคุณภาพของรถวอลโว่ ทรัคส์ สามารถรองรับกับการใช้งานหนักและขนส่งระยะทางไกลจากไทยไปยังชายแดนจีนได้ดี และสามารถวิ่งงานได้อย่างต่อเนื่อง” นายสมหวัง กล่าว

นายสมหวัง สรุปปิดท้ายว่าบริษัทมีความเชื่อมั่นว่าธุรกิจขนส่งจากไทยไปยังจีนจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากเมื่อโครงการเมกะโปรเจ็กต์ตามยุทธศาสตร์พัฒนาภายใต้ชื่อ “One Belt One Road” ที่รัฐบาลจีนผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อขยายเส้นทางการค้า การคมนาคมขนส่งข้ามแดน โดยไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาดังกล่าว ซึ่งหากการพัฒนาสำเร็จ จะทำให้เส้นทางขนส่งไปยังจีนและประเทศอื่นๆ สามารถทำได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้นจากระบบถนนที่ได้มาตรฐานสากลในทุกประเทศที่เข้าร่วม

“สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะย้ำก็คือบริษัทมีความภูมิใจอย่างมากที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาพืชผลที่เราส่งไปยังจีน ขณะเดียวกัน เราก็มีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคไทยมีผักและผลไม้ที่สดจากจีนมาขายในไทยในราคาที่ไม่แพง”