อย่าหาทำ!“7 พฤติกรรมเสี่ยง”ขณะขับรถ

0
63

ทราบกันดีหรืออาจทราบดีแต่ทำเป็นหลับตาข้างเดียวว่าการขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดคือ“สาเหตุ”ตัวฉกาจฉกรรจ์ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์บนท้องถนน นำมาซื่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินตีเป็นมูลค่าความเสียเหลือคณานับในแต่ละปี ถือเป็นหนึ่งพฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งยวด

ทว่า ยังมีหลายพฤติกรรมเสี่ยงที่เราๆท่านๆไม่ควรมุทะลุทำอย่างยิ่งระหว่างการควบพาหนะบนท้องถนน เพราะมันไม่คุ้มเอาซะเลยหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมา หลายๆพฤติกรรมเสี่ยงนั้นขอแยกย่อยออกเป็น 7 พฤติกรรมเสี่ยงล่ะกัน

1.ฝ่าฝืนกฎจราจร

อย่างที่เกริ่นไว้เบื้องต้นหลายๆครั้งที่เกิดอุบัติเหตุมักจะมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ขับรถไม่ยอมปฏิบัติตามกฎจราจร เช่น ฝ่าไฟแดง  ขับรถย้อนศร ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดังนั้น ผู้ขับรถควรปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ

2.เมาแล้วขับ

เมาแล้วขับ ถือเป็นอีกพฤติกรรมเสี่ยงที่จะให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น เมื่อรู้ตัวว่าเมาแล้วก็อย่าทะลึ่งขับเป็นอันขาดหากต้องเดินทางหลังมีการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาควรจะใช้บริการรถสาธารณะ หรือโทรศัพท์ให้คนที่ไว้ใจมารับ…จะดีกว่านะจ๊ะสายมึนเมาทั้งหลาย!

3.เล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

การเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับรถก็ตัวดีเลยยิ่งยุคสมัยที่สื่อโซเชียละครองเมืองมนุษย์ในปัจจุบัน พากันเสพติดชนิดฉันขาดเธอไม่ได้ต้องเช็ค-ตอบไลน์ เม้นต์เฟส ต้องอัพเดทข่าวสารบ้านเมือง ฯลฯ ไล่ดะตั้งแต่พี่ใหญ่ยันแมงกะไซค์ไรเดอร์ส่งของด่วนๆ

พากันเสพติดจนติดนิสัยลืมหูลืมตาจนลืมไปว่ามันเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากเราเพ่งสมาธิกับโทรศัพท์มือถือแทนการขับรถ ทำให้ความสามารถในการควบคุมรถหายไป หากมีความจำเป็นแนะนำให้ใช้อุปกรณ์เสริมหรือหาที่ปลอดภัยจอดรถให้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยเดินทางต่อ…จะดีเริ่ดประเสริฐศรีกว่านะ!

4. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ช่วยชะลอและรั้งตัวเราไว้ไม่ให้กระเด็นจากเบาะหรือตัวรถ ซึ่งจะช่วยลดแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นกับเราได้เมื่อมีการเบรกแบบกะทันหันหรือมีการเฉี่ยวชน

5. เปลี่ยนเลนกะทันหัน

หลายครั้งผู้ขับรถเปลี่ยนเลนหรือตัดหน้ากระชั้นชิด ส่งผลให้รถคันอื่นๆ ชะลอรถไม่ทันจนทำให้เกิดอุบัติขึ้นในที่สุด ดังนั้นผู้ขับรถจึงควรศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง และให้สัญญาณไฟล่วงหน้าเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน 

6.วางขวดน้ำดื่มไม่เป็นที่

หากขวดน้ำดื่มที่บรรจุน้ำอยู่เต็มขวดกลิ้งไปขัดอยู่ใต้แป้นเบรก ทำให้ผู้ขับรถไม่สามารถเหยียบเบรกได้ รวมไปถึงการถอดรองเท้าแต่ไม่เก็บให้เรียบร้อย รองเท้าอาจจะไหลมากองรวมอยู่ที่บริเวณใต้แป้นเบรกได้เช่นกัน  จนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ

7.หันไปหยิบของที่เบาะหลัง

แม้ว่าจะมีความจำเป็นมากเพียงใด ก็ไม่ควรเอื้อมไปหยิบของที่เบาะหลังในขณะที่กำลังขับรถเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ หากต้องหยิบจริงๆ ควรหาที่ปลอดภัยจอดรถแล้วจึงหยิบของ…มันจะจะปลอดภัยที่สุดเชียวนะ!

ทราบแล้วก็เปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ซะ หากเราๆท่านๆเปลี่ยนได้ นั่นหมายถึงความปลอดภัยบนท้องถนนของเราๆท่านๆเองและคนที่เราๆท่านๆรัก

เลิกเหอะเปลี่ยนเหอะ…อย่าหาทำ!

:ปีศาจขนส่ง

CR.ข้อมูลประกอบจากรมการขนส่งทางบก