“พงษ์ระวี” เสริมเขี้ยวเล็บขนส่งทั้งในและเทศ สั่งซื้อวอลโว่ ทรัคส์ 38 คัน

0
487

พงษ์ระวี ผู้เชี่ยวชาญการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง เสริมเขี้ยวเล็บงานขนส่งเต็มพิกัด ด้วยการสั่งซื้อรถบรรทุกวอลโว่ ทรัคส์ 38 คัน สยายปีกรับแผนขยายงานขนส่งทั้งสปป.ลาว เดินหน้าตั้งบริษัทร่วมทุนในเมียนมา เมียนมา ชี้เป็นตลาดมีศักยภาพเติบโตสูง ย้ำหันใช้วอลโว่ ทรัคส์ เพราะเน้นเรื่อง “ความปลอดภัย”

คุณวรพงษ์ ตั้งอารมณ์สุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พงษ์ระวี จำกัด เปิดเผยหลังการสั่งซื้อรถบรรทุกวอลโว่ ทรัคส์ จำนวนทั้งสิ้น 38 คัน ว่าการสั่งซื้อครั้งนี้เพื่อรองรับแผนการขยายงานขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้แก่  สปป.ลาวและเมียนมา โดยเฉพาะเมียนมานั้น เรามองว่าเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและอัตราการเติบโตสูง

“ตลาดสปป.ลาว เราเข้าไปนานกว่า 20  ปีแล้ว แต่ที่เมียนมานั้น เราเพิ่งเข้าไปได้ไม่นาน ทั้งนี้ เราเล็งเห็นศักยภาพในตลาดนี้ว่าจะสามารถเติบโตสูงมาก”

นอกจากนี้ คุณวรพงษ์ ยังกล่าวย้อนหลังถึงจุดเริ่มต้นการดำเนินธุรกิจของพงษ์ระวีที่กว่ามีวันนี้ว่าบริษัท พงษ์ระวี จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยเริ่มต้นจากรถบรรทุกเพียง 12 คัน และรับจ้างขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับบริษัทน้ำมัน ปตท.  และต่อมาปี 2540 ได้ขนส่งให้กับ เอสโซ่ เริ่มแรกในลักษณะ Spot truck แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ พงษ์ระวี ก้าวกระโดด คือ การรับขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับเชลล์ในปี พ.ศ. 2552 ทำให้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบันที่มีรถที่ใช้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 250 คัน

“การทำงานกับเชลล์ ทำให้เราได้ความรู้และมีประสบการณ์มาพัฒนามาตรฐานการทำงานของเรา ให้มีระบบงานที่ดีและมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง เราจึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกราย ทำให้เราสามารถเจริญเติบโตได้อย่างมั่นคง”

อย่างไรก็ดี คุณวรพงษ์ กล่าวในตอนท้ายว่าเมื่อปลายปีที่แล้ว บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจขนส่งน้ำมันไปยังเมียนมา โดยตั้งบริษัทร่วมทุนคือบริษัท Pongrawe Cargo Link Logistics ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาเพื่อขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่สนามบินทั่วประเทศเมียนมา โดยมีความเชื่อมั่นว่าตลาดเมียนมานั้นเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่บริษัทฯ จะสามารถขยายธุรกิจให้เจริญเติบโตในระยะยาวได้

“ปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์ รุนแรงมากขึ้น เพราะมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่วงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการแข่งขันในเรื่องราคาค่าบริการ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแข่งขันที่รุนแรง แต่บริษัทฯ ยังคงทำธุรกิจโดยเน้นนโยบายในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก  จึงทำให้ได้รับความเชื่อถือจากลูกค้าหลักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ จำเป็นต้องเลือกรถบรรทุกที่มีคุณสมบัติในเรื่องระบบความปลอดภัย ที่สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทฯ”