“PORT” เซ็นต์ลูกค้ารายใหม่ ‘สายเรือไทคัง’ ขยายตลาดแดนมังกร ดันวอลลุมโต15%

0
25

บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT ประกาศข่าวดีอย่างต่อเนื่อง คว้าลูกค้าใหม่สายเรือไทคัง ซึ่งเป็นสายเรือสัญชาติจีน คาดดันวอลุมปี 2561 เติบโตเพิ่มขึ้นอีกกว่า 15% คาดผลประกอบการปีนี้เติบโตแรงไม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

นางเสาวคุณ ครุจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เซ็นต์สัญญากับลูกค้าสายเรือรายใหม่ สายเรือไทคัง จากประเทศจีน โดยสายเรือไทคัง เริ่มเข้าเทียบท่าเรือสหไทยในปลายไตรมาส 2 โดยคาดว่าจะมีปริมาณการขนส่งคอนเทนเนอร์ของสายเรือไทคังประมาณ 2,000 teus/เดือน จึงคาดว่าวอลุ่มของสหไทยปีนี้ คาดว่าจะเติบโตขึ้นกว่า 15% การเซ็นต์สัญญากับสายเรือไทคังนับเป็นความสำเร็จล่าสุดในการขยายฐานลูกค้าของบริษัทฯ หลังจากที่บริษัทย่อย (BBT) เพิ่งเซ็นต์สัญญากับสายเรือ OCEAN NETWORK EXPRESS หรือ ONE Line ซึ่งเป็นสายเรืออันดับ 1 ของญี่ปุ่น ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันนี้ท่าเรือสหไทย มีสายเดินเรือระดับโลกมากกว่า 10 ราย เข้ามาใช้บริการ เนื่องจากท่าเรือสหไทยมีมาตรฐานการให้บริการระดับสากล มีการลงทุนด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีระดับโลก อีกทั้งยังมีเครื่อง Mobile x-ray จากกรมศุลกากร ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าได้อย่างมาก นอกจากนี้ PORT ยังมีบริการที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร เช่น บริการขนถ่ายตู้สินค้า บริการซ่อมบำรุงตู้สินค้า บริการขนส่งตู้สินค้าทางบกและทางน้ำ และบริการคลังสินค้า ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่าง สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้ครบถ้วน ท่าเรือสหไทยจึงเป็นที่ยอมรับแก่สายเรือระดับโลกต่างๆมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คุณเสาวคุณ ครุจิตร กล่าวต่อว่า “จากการส่งออกที่ดีขึ้นในช่วงนี้ เราเชื่อว่าปริมาณการให้บริการของ PORT ก็จะขยายตัวตามด้วยเช่นกัน ปัจจุบันสินค้าที่ผ่านท่าเรือสหไทยมีหลากหลายประเภท โดยสินค้าหลักจะเป็นกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ตลอดจนถึงสินค้าอุตสาหกรรม อย่างเหล็ก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ขณะเดียวกันบริษัทฯยังมีลูกค้าผู้นำเข้าที่มีปริมาณการนำเข้ามากโดยลูกค้ารายใหญ่คือผู้นำเข้ารถยนต์ Mercedes Benz ซึ่งมีวอลุ่มเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เราคาดว่าการขยายตัวโดยรวมของเศรษฐกิจ การส่งออกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นของไทยจะเป็นประโยชน์

ต่อบริษัท และการลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของรัฐบาลจะเป็นโอกาสในการเติบโตของบริษัทต่อไป บริษัทจึงเตรียมแผนการลงทุนในการขยายธุรกิจมีแผนจะลงทุนอีกประมาณ 300 ล้านบาทในช่วงปี 2018 – 2019 เพื่อขยายโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงและจัดเก็บตู้สินค้า ( Container Depot ) ผ่านบริษัทฯ ย่อย BCDS ซึ่งได้เปิดให้บริการเฟสที่ 1 ไปตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้อีกทางหนึ่ง