“บ้านปู เพาเวอร์ฯ”ครึ่งปีแรกเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง

0
54

บ้านปู เพาเวอร์ฯ เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก ปักธงในเวียดนามตามกลยุทธ์ Greener ด้วยธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมเป็นครั้งแรก เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มุกะวะในญี่ปุ่น ขณะที่การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลั งงานแสงอาทิตย์อื่นๆ ในญี่ปุ่นคืบหน้าตามแผน

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก ปี 2561 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 3,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 3,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งประสิทธิภาพในการเดินเครื่องและจ่ายไฟของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีและโรงไฟฟ้าหงสายังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้บริษัทฯ ยังแสวงหาโอกาสขยายการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพอยู่เสมอ อาทิ การก้าวเข้าไปลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรก นอกจากจะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามเป้าหมายกำลังผลิต 4,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยมีพลังงานหมุนเวียนไม่น้ อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2568 แล้ว ยังเป็นการยืนยันถึงการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าตลอดครึ่งปีแรก 2561 นี้ บ้านปู เพาเวอร์ฯ รักษาเสถียรภาพในการเดินเครื่ องผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าต่างๆ อาทิ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดเราสามารถเพิ่มสัดส่วนพลั งงานหมุนเวียนตามกลยุทธ์ Greener ผ่านการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้ าพลังงานลม กำลังผลิต 80 เมกะวัตต์ ณ จังหวัดซอกจัง (Soc Trang) ประเทศเวียดนาม ซึ่งแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ จะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิ ชย์ได้ (Commercial Operation Date: COD) ภายในปี 2563 ส่วนโครงการอีก 2 ระยะ กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ และ 20 เมกกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ภายในปี 2564 ทั้งนี้เวียดนามเป็นอีกหนึ่ งประเทศที่มีศักยภาพ มีความเติบโตของความต้องการใช้ ไฟฟ้า และมีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุ นเวียนอย่างชัดเจน สอดคล้องกับแนวทางการศึ กษาโครงการและการตัดสินใจลงทุ นที่บริษัทฯ เชื่อมั่นเสมอมา”

สำหรับไตรมาส 2/2561 บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 2,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 จากไตรมาสก่อนหน้า พร้อมรายงานผลกำไรสุทธิ 1,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยโรงไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาชนจีนมีรายได้รวมที่ 1,354 ล้านบาท มาจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจำนวน 1,143 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 211 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้รวมที่ลดลงร้อยละ 34 จากไตรมาสก่อนหน้า เกิดจากปริมาณความต้องการใช้ ไฟฟ้าและไอน้ำลดลงในช่วงฤดูร้อน แต่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมยั งสามารถสร้างผลกำไรจากการผลิ ตและขายน้ำเย็นแทน ขณะที่บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร จำนวน 1,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 70 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการที่โรงไฟฟ้าบีแอลซี พีจ่ายไฟเข้าระบบได้เต็มกำลังสู งสุด กอปรกับผลบวกจากการแปลงค่าเงิ นทางบัญชี จึงรายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 565 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา ด้านโรงไฟฟ้าหงสายังคงดำเนิ นงานได้ดีต่อเนื่อง เมื่อรวมผลกำไรจากการแปลงค่าเงิ นแล้ว จึงรายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 1,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 124 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แสดงถึงศักยภาพการเดินเครื่ องและจ่ายไฟฟ้าที่ต่อเนื่ องและมั่นคงตามแผน

ขณะเดียวกันการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (Shanxi Lu Guang: SLG) ในจีนยังคงดำเนินไปตามแผนเพื่ อให้โครงการทั้ง 2 หน่วย กำลังผลิตติดตั้ง 1,320 เมกะวัตต์ พร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ภายในปี 2562-2563 เช่นเดียวกับการก่อสร้ างโครงการโรงไฟฟ้าพลั งงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นก็คื บหน้าตามแผนอย่างชัดเจน ล่าสุดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิ ตย์มุกะวะ (Mukawa) กำลังผลิตติดตั้ง 17 เมกะวัตต์ สามารถ COD ได้อย่างราบรื่น เมื่อรวมกับการลงทุ นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวี ยดนาม ส่งผลให้ปัจจุบัน บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าและโรงไฟฟ้าทั้ งหมด 28 แห่ง ในประเทศไทย สปป.ลาว จีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม แบ่งเป็น COD แล้ว 16 โรงไฟฟ้า และอยู่ระหว่างการพัฒนา 12 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม 2,869 เมกะวัตต์เทียบเท่า หากนับเฉพาะกำลังผลิตตามสัดส่ วนการลงทุนของโรงไฟฟ้าที่ COD แล้วคิดเป็น 2,129.2 เมกะวัตต์เทียบเท่า เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิ งทั่วไป 1,955 เมกะวัตต์เทียบเท่า และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 174.2 เมกะวัตต์

“ความเชี่ยวชาญด้านการพั ฒนาโครงการในต่างประเทศอั นยาวนาน ประสบการณ์และความน่าเชื่อถื อในการจัดหาแหล่งเงินทุน ตลอดจนสัมพันธภาพที่ดีกับผู้มี ส่วนได้เสียทุกฝ่ายในทุ กประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้บ้านปู เพาเวอร์ฯ ขยายธุรกิจได้อย่างไม่หยุดยั้ง การลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลั งงานลมในเวียดนามครั้งนี้เป็นอี กข้อพิสูจน์สำคัญที่แสดงถึ งการเติบโตและการขยายธุรกิ จของเรา เนื่องจากลมเป็นพลังงานหมุนเวี ยนที่ผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง (High Reliability) อีกทั้งเทคโนโลยีที่นำมาใช้ก็มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นขณะที่ต้นทุ นต่ำลง ซึ่งช่วยขยายโอกาสในการสร้ างผลกำไร เพราะนอกจากเป้าหมายกำลังผลิต 4,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยมีพลังงานหมุนเวียนไม่น้ อยกว่าร้อยละ 20 แล้ว การสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่ งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียก็เป็ นอีกสิ่งที่บ้านปู เพาเวอร์ฯ มุ่งหวังให้สำเร็จควบคู่กันไป” นายสุธี กล่าวปิดท้าย