คค.เตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อนปาบึก

0
23

กระทรวงคมนาคมจัดตั้งศูนย์ (Nodes)ติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) 3 – 5 .62 อย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร และป้ายเตือนต่าง ๆ ตลอด 24 ชม. รับมือให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทันที

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงฯ กล่าวว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ระมัดระวังพายุโซนร้อนปาบึก ซึ่งจะเคลื่อนตัวลงทะเลอ่าวไทยในวันที่ 3 มกราคม 2562 และขึ้นฝั่งบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานีในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 ซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ระหว่างวันที่ 3 – 5 มกราคม 2562 ทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้น มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้สั่งการให้กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมเจ้าท่า (จท.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด จัดตั้งศูนย์ (Nodes) ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และระนอง โดยให้ตั้งอยู่ ณ สำนักงานทางหลวง ท่าอากาศยาน ท่าเรือ เพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร ป้ายเตือนต่าง ๆ พร้อมรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทันที
สำหรับมาตรการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึกของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ สรุปได้ดังนี้
– ทล. และ ทช. เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และตรวจสอบพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบ ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของถนนและสะพาน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ติดตั้งป้ายเตือนบริเวณที่มีน้ำท่วม กรณีถนน/สะพานขาดเร่งดำเนินการติดตั้งสะพานเบลี่ย์เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้โดยเร็ว รวมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย- กรมการขนส่งทางบก ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีปิดท่าอากาศยาน ท่าเรือ หรือเส้นทางรถไฟขาด พร้อมกำหนดแผนการเดินรถรองรับการเดินทาง และประสานงานกับผู้ประกอบการรถโดยสารให้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ ศึกษาเส้นทางสำรองกรณีน้ำท่วมเส้นทางหลัก รวมทั้งพิจารณาปรับแผนการเดินรถ เลือกใช้รถโดยสารที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับสภาพทาง
– รฟท. เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาและศูนย์ปลอดภัยฝ่ายการเดินทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม
– จท. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมปฏิบัติการและประสานงานกับศูนย์บัญชาเหตุการณ์ประจำจังหวัด จัดตั้งศูนย์ปลอดภัยทางน้ำ ณ จท. ศูนย์บัญชาการฝั่งอ่าวไทย ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 และศูนย์บัญชาการฝั่งอันดามัน ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 เพื่อเฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์จนกว่าจะเข้าสู่ปกติ รวมทั้งเตรียมความพร้อมเรือตรวจการณ์ ขนาด 130 ฟุต และ 80 ฟุต พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำเรือรองรับการเผชิญเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
– ทย. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์มีผลกระทบต่อเที่ยวบินที่จะทำการบินขึ้น – ลง จะหารือกับสายการบินนั้น ๆ เพื่อปรับเที่ยวบินหรือยกเลิกเที่ยวบินตามความเหมาะสม รวมทั้งออกประกาศขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการท่าอากาศยาน “ห้ามจอดรถค้างคืน” บริเวณลานจอดรถ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน และประสานงานกับสายการบินเพื่อพิจารณาเที่ยวบินพิเศษรองรับผู้โดยสารให้สามารถเดินทางกลับได้อย่างสะดวก ปลอดภัย
ทั้งนี้ พายุโซนร้อนปาบึกจะเคลื่อนตัวลงทะเลอ่าวไทยในวันที่ 3 มกราคม 2562 และขึ้นฝั่งบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานีในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 3 – 4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ในช่วงวันที่ 4 – 5 มกราคม 2562 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3 – 5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งตั้งแต่วันที่ 3 – 5 มกราคม 2562