การศึกรถใหญ่!“อีซูซุ-ฮีโน่” มวยถูกคู่สังเวียนรถญี่ปุ่น

0
165

หากจะเอ่ยถึงยุทธจักรค่ายรถบรรทุกจากแดนซามูไรในเมืองไทยต้องเปิดทางพิเศษให้กับ 2 พี่ใหญ่แห่งวงการอย่างพี่ใหญ่ “อีซูซุ-ฮีโน่” แต่ละค่ายครองเป็นเบอร์ 1 เบอร์ 2 และอยู่คงกระพันคู่วงล้อสังคมขนส่งไทยมาอย่างนานาน

ใหญ่ไม่ใหญ่แต่ละปีกวาดยอดขายโกยส่วนแบ่งตลาด 2 ค่ายรวมกันก็ปาเข้าไปแล้วกว่า 94-95 % ที่เหลืออันเพียงน้อยนิดก็ปล่อยให้ค่ายน้องๆเปิดศึกชิงกันเอาเอง ถือเป็นมวยถูกคู่บนสังเวียนรถใหญ่จากแดนซามูไร  เป็น 2 มหาอำนาจรถใหญ่ที่ไล่บี้ไล่เบียดชิงความสิบล้อยี่ห้อมหาชนบนพื้นแผ่นดินไทยได้อย่างสนุกสูสี

บนถนนสายสิบล้อ ณ แผ่นดินไทยพี่ใหญ่แห่งวงการค่ายอีซูซุ หรือคอรถบรรทุกเมืองไทยพากันเรียกขานง่ายๆ “อีซู” หากจะนับอายุแห่งการตะบันวงล้อธุรกิจในไทยปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปี62 แล้วโดยเพิ่งฉลอง 60 ปีทอง เป็น 6 ทศวรรษตำนานแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เคียงคู่สังคมไทยไปเมื่อปี 60  ที่ผ่านมานี่เอง

ถามว่าเจ้าแห่งถนน “อีซูซุ คิงออฟทรัคส์”ดีเลิศประเสริฐศรีด้านไหนบ้าง บรรดาสิงห์รถบรรทุกเมืองไทยถึงได้เทใจให้และยึดหัวหาดครองความเป็นเบอร์หนึ่งตลาดในฐานะยี่ห้อที่มียอดขายอันดับ 1  เมืองไทยมาอย่างยาวนานได้

พี่เบิ้มแห่งตลาดโชว์เหนือ 4 ความสุดยอดสมฐานะเจ้าแห่งรถบรรทุกในไทย ทั้งในด้านสุดยอดแห่งสมรรถนะและการประหยัดน้ำมัน สุดยอดแห่งความแข็งแกร่ง ทนทาน สุดยอดแห่งความสะดวกสบาย และสุดยอดแห่งระบบเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังโชว์ความเก๋าเกมในแง่ราคาขายต่อดีเยี่ยม พรั่งพร้อมด้านบริการหลังการขาย ราคาอะไหล่ไม่แพง อีกทั้งยังขยายระยะเวลาการรับประกันจากเดิม 3 ปี เป็น 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง มีเครือข่ายการจำหน่าย ศูนย์บริการและอะไหล่เกือบ 300 แห่งทั่วประเทศ แว่วมาว่าจะเริ่มส่งออกรถบรรทุกไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนในปีนี้อีกด้วย

ฟากค่ายฮีโน่ก็ธรรมดา…กาไก่ซะที่ไหน ดีกรีความแข็งแกร่งและมีฐานสาวกฮีโน่ในไทยไม่แพ้พี่ใหญ่อย่างอีซูเช่นกัน ในแง่การขับเคลื่อนองค์กรควบคู่สังคมไทยปีนี้ก็ย่างเข้าปีที่ 57 โดยเพิ่งจัดงานฉลองการดำเนินธุรกิจในไทยครบรอบ 55 ปีเมื่อปี 60

ฮีโน่ ชูจุดขายที่สุดแห่งความประหยัดเพื่อทุกธุรกิจ งานหนักงานเบาฮีโน่เอาอยู่ แกร่งจริงทนจริง แชมป์ตัวจริงต้องฮีโน่ ราคาขายต่อก็ไม่เป็นสองรองใคร ส่วนงานหลังบ้านด้านบริการหลังการขายก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน มีตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่กว่า 96 แห่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ที่สำคัญฮีโน่ยืนยันนอนยันว่าเป็น “เจ้าแรก”ในประเทศไทยที่กล้ารับประกันผลิตภัณฑ์ยาวนานถึง 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารทุกรุ่น เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าได้สบายใจในการใช้งานได้อย่างยาวนานโดยขยายเวลารับประกัน 5 ปี

ที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง ฮีโน่ ไม่หยุดนิ่งในการสร้างความแข็งแกร่ง ประกาศทุ่มเม็ดเงิน 4 พันล้านบาท เพื่อสร้างฐานการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย ศูนย์ดังกล่าวจะมีโรงงานแห่งใหม่ มีศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์และสนามทดสอบ พร้อมอาคารบนพื้นที่ 250 ไร่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยจะเริ่มก่อสร้างเดือนก.ค. 62 และเปิดดำเนินงานในปี 64 และมีแผนการส่งออกไปยังตลาดในภูมิภาคอาเซียนในปี 67

และวันที่ 9 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ค่ายฮีโน่จะทำการเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่อีกด้วย!

แม้เหลือบเห็นฟอร์มยอดขายรวมทั้ง 2 ค่ายหลังผ่านมาแล้วครึ่งปี ที่รวบรวมโดยค่ายฮีโน่ พบว่าพี่ใหญ่อีซุโกยยอดขายไปแล้่ว 7,213 คัน ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วที่ 7,366 คัน ส่วนพี่รองฮีโน่ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันกวาดไป 5,932 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วที่ 5,671 คัน

วัดกันหมัดต่อหมัดห่างจากพี่ใหญ่อีซุระดับพันคันนิดๆ แม้สุดท้ายแล้วพอเห็นทิศทางลมจะโชยลมเย็นเข้าทางพี่ใหญ่อีซุครองเป็นเบอร์หนึ่งตลาดรถใหญ่ไทยแลนด์อีกเช่นเคย แต่สิ่งที่เห็นชัดคือความใจสู้ของค่ายฮีโน่ เดินหน้าเติมเต็มศักยภาพในทุกด้านๆเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ท้ายที่สุดแล้วการตะบันวงล้อธุรกิจ 2 มหาอำนาจรถใหญ่ในไทย “อีซุ-ฮีโน่”สู้กันด้วยกลยุทธ์การตลาดอันหลากหลายหวังช่วงชิงสัดส่วนทางการตลาด ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือผู้ซื้อผู้ใช้ที่มีทางเลือกมากขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใดมิติใครเป็นพี่ใหญ่-พี่รองก็ไม่ต่างอะไรกับเกมกีฬามี “แพ้-ชนะ”เป็นเรื่องธรรมดา การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ว่ายากแล้ว ทว่า การรักษาแชมป์ยิ่งยากไปหลายเท่า อยู่ที่ว่าเมื่อขึ้นแท่นแชมป์ก็อย่าหลงลำพองตัว เพราะคู่แข่งพร้อมจะทวงคืนบังลังก์ได้เสมอ

….สำเหนียกให้จงหนัก “ขึ้นได้ก็ร่วงลงได้ เพราะสรรพสิ่งมันล้วนแล้วอนิจจัง” ฉันใดก็ฉันเพล!

:ปิศาจขนส่ง