ศาลปกครองกลางยกคำร้องกลุ่มซี.พี.ฯและพันธมิตร ชวดร่วมประมูลอู่ตะเภา

0
87

กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ถูกตัดสิทธิ์ร่วมประมูลพัฒนาอู่ตะเภาหลังศาลปกครองกลางยกคำขอทุเลา ชี้คำสั่ง คกก.คัดเลือกฯ ตัดสิทธิ์ยังฟังไม่ได้ว่าไม่ชอบ เหตุหลักฐานชัดยื่นกล่องช้าเกินเวลากำหนดจริง

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง ในคดีที่บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) และบริษัทโอเรียนท์ซัคเซส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ฟ้องคดีที่ 1- 5 ฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก กรณีมีมติไม่รับข้อเสนอในส่วนของซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 6 และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ 9 เนื่องจากเป็นเอกสารที่ยื่นภายหลังกำหนดเวลาการยื่นข้อเสนอ จึงเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนมติของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ไม่รับซองข้อเสนอดังกล่าว พร้อมทั้งมีคำขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา ให้ศาลมีคำสั่งให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ รับซองข้อเสนอของ 5 บริษัทไว้พิจารณาตามขั้นตอนการคัดเลือกผู้ร่วมลงทุนต่อไป

ส่วนเหตุผลที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอ ระบุว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำขอของ 5 บริษัท เป็นคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง ซึ่งศาลจะมีคำสั่งกำหนดมาตรการทุเลาการบังคับได้เมื่อมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ประการ คือ 1 กฎหรือคำสั่งทางปกครองที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนั้นน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.การให้กฎหรือคำสั่งทางปกครองดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง และ 3.การทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้นไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่การบริการสาธารณะ ตามมาตรา 66 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบข้อ 72 วรรคสาม ของระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543

โดยมีปัญหาที่ต้องพิจารณาประการแรกว่ามติของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ไม่รับซองข้อเสนอบางส่วนของ 5บริษัท ไว้พิจารณา น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยที่เอกสารการคัดเลือกเอกชน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ ข้อ 31(1) กำหนดว่า กองทัพเรือจะเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอในวันที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 09.00น และปิดการรับซองวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. และ (3) กำหนดว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะไม่รับซองเอกสารข้อเสนอที่ยื่นภายหลังกำหนดเวลาการยื่นซองเอกสารข้อเสนอตามที่ระบุในข้อ 31 (1) ข้อเท็จจริงปรากฏว่า 5 บริษัทกับผู้ยื่นข้อเสนออีก 2 รายได้ไปยังสถานที่รับซองข้อเสนอและลงทะเบียนก่อนเวลา 15.00น. อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนดังกล่าวเป็นเพียงการแจ้งในเบื้องต้นว่าได้ไปถึงสถานที่รับซองข้อเสนอและประสงค์ยื่นข้อเสนอเท่านั้น โดยการรับข้อเสนอจะครบถ้วนตามขั้นตอนเมื่อผู้ยื่นข้อเสนอได้ส่งมอบซองข้อเสนอและกล่องเอกสารให้แก่เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ก่อนเวลา 15.00 น.

คณะกรรมการคัดเลือก ฯ ชี้แจงในชั้นไต่สวนว่า 5 บริษัทยื่นส่งเอกสารกล่องที่ 6 กับกล่องที่ 9 เกินเวลาปิดรับซอง โดยแสดงพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายบุคคลยกกล่องเอกสารดังกล่าวไปถึงจุดลงทะเบียนเวลาประมาณ 15.09 น. และ 5 บริษัทยอมรับตามคำแถลงชี้แจงเพิ่มเติมว่าเอกสารข้อเสนอของทั้ง 5 บริษัท กล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 ไปถึงห้องรับรองชาวต่างประเทศ กองบัญชาการกองทัพเรือเวลา 15.08 น.เหตุที่ล่าช้า เนื่องจากวันดังกล่าวการจราจรติดขัดมาก ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังได้ว่าเอกสารข้อเสนอ กล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 ของ 5 บริษัทไปถึงสถานที่รับซองข้อเสนอภายหลังกำหนดเวลาปิดรับซองข้อเสนอ ซึ่งข้อ 31(3) ของเอกสารการคัดเลือกเอกชน กำหนดห้ามคณะกรรมการคัดเลือกฯรับซองเอกสารข้อเสนอที่ยื่นภายหลังกำหนดเวลาดังกล่าว ดังนั้น การที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ มีมติไม่รับซองข้อเสนอดังกล่าว จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นคำสั่งที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนที่ 5 บริษัทอ้างว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ ไม่ได้ถือเอากำหนดเวลายื่นและรับซองข้อเสนอเป็นสาระสำคัญและได้ขยายระยะเวลาการรับซองข้อเสนอโดยปริยายนั้น ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อโต้แย้งที่ศาลจะต้องพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเพื่อวินิจฉัยในเนื้อหาคดีต่อไป เมื่อชั้นนี้ยังรับฟังไม่ได้ว่าคำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว กรณีก็ไม่จำต้องพิจารณาเงื่อนไขแห่งการมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาประการอื่นอีกต่อไป เนื่องจากถึงอย่างไรก็ไม่ครบองค์ประกอบแห่งเงื่อนไขทั้ง 3 ประการ ที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้ทุเลาการมีผลของคำสั่งไม่รับซองข้อเสนอบางส่วนของ คณะกรรมการคัดเลือกฯ ตามหนังสือสำนักงานบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของกองทัพเรือ ด่วนมาก ที่ กพอ.ทร.182/2562 ลงวันที่ 10 เมษายน 2562 ตามคำขอของ 5 บริษัท จึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ 5 บริษัทดังกล่าว.