กลุ่มขนส่งฯถล่มรัฐยับ!ห้ามสิบล้อวิ่งวันคี่“จำเลยสังคม-เลือกปฏิบัติ”

0
15816

กลายเป็นปมร้อนแหวกม่านฝุ่น PM2.5 กระแทกหัวอกสิบล้อทันควันหลังปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)”จตุพร บุรุษพัฒน์”เตรียมใช้ยาแรงแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบภายในสัปดาห์หน้าเพื่อเปิดไฟเขียวให้สตช.ออกข้อกำหนดห้าม“รถสิบล้อ”วิ่งถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกในวันคี่โดยเด็ดขาด

แต่อนุญาตให้วิ่งในวันคู่ เวลา 10.00 -15.00 น.โดยจะยกเว้นรถบรรทุกอาหารสดเท่านั้น ซึ่งมาตรการนี้จะมีผลบังคับระยะเวลา 2 เดือนสิ้นสุดเดือนกุมภาฯนี้ ย้ำปัญหาฝุ่น PM 2.5  72 % มาจากยานพาหนะเป็นรถบรรทุกกว่า 20 % รถกระบะ 20 % ภาคอุตสาหกรรม 18 % ส่วนที่เหลือมาจากรถยนต์ประเภทอื่นๆลั่นจำเป็นต้องออกข้อกำหนดห้ามรถบรรทุกวิ่ง ต้องขอโทษผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวนี้

ล่าสุด นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สะท้อนมุมมองผ่านรายการคับข่าวทางช่อง 9 เช้าวันนี้(15 ม.ค.63) ว่าจากมาตรการที่ภาครัฐเตรียมห้ามรถบรรทุกสิบล้อขึ้นไปวิ่งถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกในวันคี่นั้น ย่อมเกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งแน่นอน แต่เราจะทำยังไงได้ก็ต้องปฏิบัติตามหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้นก็ตามแต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน เพราะการขนส่งวัสดุก่อสร้างและสินค้าบางประเภทจะไม่สามารถขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางตามเวลาได้ อาจจะทำให้การจราจรกรุงเทพฯให้เป็นอัมพาตได้ในการขนส่งสินค้า

“เรายินดีปฏิบัติตามแต่ไม่รับรองผลกระทบที่จะตามมา เพราะสินค้าหลักๆนอกจากจะไม่สามารถส่งตามเวลาได้ มันยังส่งผลกระทบด้านจราจรอีกช่องทางหนึ่งด้วย เพราะรถบรรทุกไม่มีที่จอดรถ ที่ผ่านมารถบรรทุกกลายเป็นจำเลยสังคมเสมอมา ถูกมองเป็นตัวการสร้างฝุ่น PM2.5 ทั้งๆที่รถบรรทุกทุกคันที่เป็นสมาชิกสหพันธ์ฯมีการตรวจสภาพตามกฎหมาย และใช้น้ำมัน B20 ตามนโยบายรัฐอยู่แล้ว”

ประธานสหพันธ์ฯย้ำด้วยว่าอีกทั้งภาครัฐไม่เคยเรียกทางสหพันธ์ฯและสมาคมขนส่งต่างๆเข้าไปประชุมขอความคิดเห็นเลย หากจะบังคับมาตรการอะไรออกมาได้โปรดเชิญพวกผมเข้าไปสะท้อนมุมมองและปัญหาบ้าง พวกเราจะได้อธิบายให้ฟังว่ามันมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

“ไม่ใช่มานั่งเทียนแล้วมาคิดมาบอกรถสิบล้อคือต้นตอปัญหาเป็นยักษ์เป็นมาร ผมบอกตรงๆพวกเราเสียความรู้สึก พวกเราทำอาชีพสุจริต พอเกิดมลภาวะขึ้นมาก็มาโทษแต่รถบรรทุก ภาครัฐเอาข้อมูลมาจากไหนมาเป็นข้อพิสูจน์ว่ารถบรรทุกเป็นตัวการกระจายฝุ่น PM2.5”

ขณะที่ดร.ชุมพล สายเชื้อ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA)เปิดเผยกับ Logistics Time ว่าผลกระทบที่ตามมาจากมาตรการนี้มีแน่นอน โดยระดับผู้ประกอบการขนส่งพอเขาไม่ได้วิ่งงานและส่งงานไม่ทันแล้วโดนค่าปรับ ตรงนี้ใครจะไปเยียวยาพวกเขา แล้วภาครัฐได้หามาตรการเยียวยารองรับตรงนี้ไว้แล้วหรือยัง

“ระดับกลุ่มรถขนส่งก็อยากถามภาครัฐกลับว่าทำไมต้องเป็นกลุ่มรถสิบล้ออย่างเดียวทั้งที่บนท้องถนนรถทุกประเภทก็ล้วนแล้วก่อให้เกิดฝุ่นด้วยกันทั้งนั้น แล้วมาห้ามรถบรรทุกประเภทเดียวมันเป็นธรรมแล้วใช่มั้ย มันเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ ก็ต้องห้ามวิ่งวันคี่รถทุกประเภทเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทุกคนในสังคมต้องมีส่วนในร่วมกับการรับผิดชอบและร่วมกันแก้ไข”

ส่วนระดับภาครัฐเห็นแต่ออกมาตรการแต่เรื่องจำกัดการวิ่งรถบรรทุก ไม่เห็นมีมาตรการแก้ไขในต้นตอปัญหาอื่นๆเลย ทำไมมีแค่มาตรการเรื่องรถอย่างเดียว ภาครัฐต้องออกมาตรฐานเข้มงวดในส่วนอื่นๆที่เป็นต้นเหตุด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ภาคการก่อสร้าง และการเผาขยะในที่โล่งแจ้ง ต้องทำคู่ขนานกันไปการแก้ปัญหาจึงจะสัมฤทธิ์ผลได้

ดร.ชุมพล สำทับอีกว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ภาครัฐต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าเป็นการเลือกปฎิบัติหรือไม่ ถ้าจะเอาให้เห็นผลเป็นแบบอย่างและเป็นธรรมจริงๆ บรรดารถท่านรัฐมนตรีทั้งหลายในฐานะผู้นำและเป็นผู้ออกกฎก็ต้องหยุดวิ่งวันคู่หรือวันคี่ด้วย ให้ท่านเลือกเลยจะเอาวันไหนคู่หรือคี่ ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันไม่ใช่การเลือกปฏิบัติแบบนี้

“เอาล่ะเมื่อจะห้ามสิบล้อกลุ่มเดียววิ่งวันคี่ พวกเราเสียสละได้แต่ขอภาครัฐช่วยมาเยียวยาพวกเราด้วย ทุกคนได้ประโยชน์หมดได้วิ่งทั้งวันคู่วันคี่ แต่สิบล้อเป็นกลุ่มเดียวที่เสียสละวิ่งแค่วันคี่ กับผลกระทบที่เกิดขึ้นภาครัฐต้องมาช่วยเยียวยากับประโยชน์ที่พวกเราเสียไปด้วย”