เบสท์รินอ่วม!!! กรมศุลฯจ่อเปรียบเทียบปรับนำเข้าจากจีน 489 คัน หลังตรวจสอบพบไม่ใช่รถเมล์ที่ผลิตในมาเลเซียตามที่จดแจ้ง ต้องเสียภาษีเพิ่มอีกเกือบพันล้านบาท

0
254
กรณีที่กรมศุลกากรได้สั่งสั่ง่กัดรถเมล์เอ็นจีวี 100 คันแรกของบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ที่เตรียมนำเข้าเพื่อส่งมอบให้แก่ ขสมก. หลังจากตรวจสอบพบว่ามีการสำแดงเท็จแจ้งนำเข้าจากมาเลเซีย แต่จากเอกสารหลักฐานนำเข้าเบื้องต้นพบว่าเป็นการนำเข้าจากประเทศจีนทั้งคันนั้น
ล่าสุด นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร ได้เปิดแถลงข่าวถึงผลการตรวจสอบ กรณีรถเมล์ใช้ก๊าซธรรมชาติ(NGV)ดังกล่าวที่นำเข้าโดยบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัดว่า กรมศุลกากรได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานงานตรวจสอบข้อมูลที่ประเทศมาเลเซีย ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่ารถโดยสารปรับอากาศยี่ห้อ SUNLONG รุ่น SLK6129CNG YEAR 2016 จำนวน 489 คันที่บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด แจ้งนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย มายังประเทศไทยจำนวน 5 เที่ยวเรือ โดยมีการนำเข้ามาแล้ว 2 เที่ยว จำนวน 100 คัน  ที่เหลือยังอยู่ระหว่างการนำเข้านั้นล้วนเป็น  รถเมล์ที่ผลิตจากประเทศจีนไม่ใช่มาเลเซีย จึงเข้าข่ายต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 40%
โดยกรมศุลกากรได้แยกดำเนินคดีเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 (เที่ยวที่ 1 และ 2 รวมจำนวน 100 คัน) เป็นกลุ่มที่ผ่านพิธีการศุลกากรและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้มีการสำแดงเท็จ เพราะใช้ฟอร์ดี (Form D)แสดงแหล่งกำเนิดสินค้าว่าผลิตจากประเทศมาเลเซีย จึงต้องถูกเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 2 เท่าของอากรและยังถูกเก็บภาษี มูลค่าเพิ่ม (แวต) รวมเป็นเงิน 370  ล้านบาทตามกฎหมายศุลกากร ส่วนกลุ่มที่ 2 (เที่ยวที่ 3 – 5  จำนวน 389 คัน) ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จึงยังไม่มีความผิดแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่า บริษัทผู้นำเข้าคงไม่กล้าสำแดงเป็นฟอร์มดีเพื่อหลบเลี่ยงภาษีอีกแล้ว เพราะตัวอย่างขอรถโดยสาร 100 คัน ที่ถูกปรับก็เป็นเงินจำนวนมากอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม รถโดยสารกลุ่มที่ 2 นี้ หากนำเข้าจะเสียภาษี 40% บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีกคันละ 1.4 ล้านบาท ก็จะเท่าว่า รถจำนวน 389 คันต้องเสียภาษีเพิ่มอีกประมาณ 500 ล้านบาท และเมื่อรวมกับค่าปรับของกลุ่มแรก 100 คันแล้ว ผู้นำเข้าจะต้องเสียภาษีเพิ่มให้แก่กรมศุลกากรเกือบๆ 1,000 ล้านบาท  
“ที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้ชี้แจงให้กับบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด รับทราบ และบริษัทฯ ยอมรับว่า มีความเข้าใจที่ผิดพลาดในข้อมูลการนำเข้าจากบริษัทผู้จำหน่ายในมาเลเซีย จึงแถลงข่าวในครั้งแรกตามข้อมูลที่ได้รับ เมื่อรับทราบข้อเท็จจริงแล้ว บริษัทฯ ยินดีปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากรทุกประการ”
นายออมสิน  ชีวะพฤกษ์  รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ ทางกรมศุลกากรแจ้งว่าบริษัทเบส์ทรินกรุ๊ป ยอมรับว่ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน นำเข้ามาจากประเทศจีน  แต่อ้างว่าไม่รู้รายละเอียดเพราะทำสัญญาซื้อขายรถจากผู้ประกอบการในประเทศมาเลเซีย และยินยอมที่จะวางเงินประกันค่าภาษีรถ 100 คันแรกเป็นเงิน 718 ล้านบาท  และรถส่วนที่เหลือก็มีการเสียภาษีนำเข้าปกตินั้นก็น่าจะไม่มีปัญหา  หากกรมศุลกากรปล่อยรถและทางบริษัทเบสท์ทรินฯ สามารถส่งมอบรถให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ครบตามสัญญาก็คงไม่มีปัญหาอะไร  แต่แผนและเป้าหมายที่วางไว้เดิมจะนำรถมาให้บริการเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่อาจต้องปรับแผนหรือเลื่อนออกไป   แต่ก็หวังว่าจะให้บริการได้ทันภายในช่วงปีใหม่นี้ได้      
อย่างไรก็ตามในเงื่อนไขตามสัญญา ทาง ขสมก.จะเอาผิดกับบริษัทเบส์ทรินได้ ในกรณีที่ครบกำหนดตามสัญญาวันที่ 29 ธ.ค.นี้ ไม่สามารถส่งมอบรถได้  การจะยกเลิกสัญญาก็มีขั้นตอนกระบวนการ ตั้งแต่ทำหนังสือแจ้งเตือน ดำเนินการปรับและค่าเสียโอกาสของ ขสมก. คิดเป็นเงินประมาณ 17,000 บาทต่อคันต่อวัน แต่ถ้าส่งมอบรถได้ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร  ส่วนกำหนดเดิมวันที่ 21 ธ.ค.นี้ จะมีการนำรถเมล์ดังกล่าวออกมาแสดงให้กับพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้นล่าสุดมีการแจ้งยกเลิกไปแล้ว