“ศักดิ์สยาม”ลุยโคราช ตรวจโครงการปรับทางหลวง-ทางเลี่ยง

0
47

ทุ่มไม่อั้น! คมนาคมลงพื้นที่ “โคราช” ติดตามโครงการก่อสร้างฯ ทางลัด-ทางเลี่ยงหวังยกระดับการคมนาคม เพิ่มคุณภาพชีวิตรองรับการเติบโตเมืองสู่ จังหวัดกลุ่มภาคอีสาน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่บริเวณทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 201 กม. ที่ 34+930 จุดเริ่มต้นของโครงการก่อสร้างถนนสาย นม.4008 แยกทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 201 ถึงแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 อำเภอด่านขุนทดและพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา และพบปะกับประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ว่า จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชนให้เดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางบนถนน และสะพานที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงคมนาคมอย่างยั่งยืน ประกอบกับกระทรวงคมนาคมได้ให้ ความสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง

รวมถึง การแก้ไขปัญหาจราจรเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงมอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ดำเนิน โครงการก่อสร้างถนนสาย นม.4008 แยก ทล.201 – แยก ทล.205 อำเภอด่านขุนทดและพระทองคํา จังหวัด นครราชสีมา เพื่อเป็นการยกระดับการคมนาคมในจังหวัดนครราชสีมา บรรเทาปัญหาการจราจรของถนนสายหลัก ต่อเติมโครงข่ายทางหลวงให้สมบูรณ์ และยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบทเพื่อรองรับปริมาณจราจรในอนาคต ให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

โดยโครงการดังกล่าวมีลักษณะเป็นถนนก่อสร้างใหม่ ปรับปรุงและขยายถนนเดิม (นม.4008) มีจุดเริ่มต้นจากแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 อำเภอด่านขุนทด แนวถนนโครงการเป็นถนนตัดใหม่ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม ไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือตัดกับทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 2148 และเข้าสู่ทางหลวงชนบทสาย นม.4008 ซึ่งดำเนินการปรับปรุงและขยายถนนเดิม จากนั้นแนวสายทางมุ่งตรงไปตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 และแนวสายทางโครงการจะไปสิ้นสุดที่ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2369 บริเวณอำเภอพระทองคำ โครงการมีรูปแบบเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมโครงสร้างต่างระดับ จำนวน 3 แห่ง บริเวณจุดตัด ทล.201 ทล.2148 และ ทล.205 รวมระยะทางประมาณ 34 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันโครงการดังกล่าวสำรวจและออกแบบแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถออกพระราชกฤษฎีกา เวนคืนที่ดินได้ในปี 2565 จากนั้นจะดำเนินการสำรวจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 และจ่ายค่าชดเชย อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างก่อสร้างได้ในปี 2568 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี

ทั้งนี้ เมื่อโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยแบ่งเบาปริมาณการจราจรของทางหลวงแผ่นดินสาย ทล.2 ทล.201 และ ทล.205 นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณทางแยก เพิ่มทางลัด ทางเลี่ยง ไปสู่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือและรองรับการเจริญเติบโตของเมืองในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ตลอดจนสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านพาณิชย์ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
นายศักดิ์สยาม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกระทรวงกำลังดำเนินการก่อสร้าง โครงการเพิ่มช่องจราจร ทล.205 ตอน อำเภอหนองบัวโคก – อำเภอพระทองคำระยะทาง 17 กม. ผลงาน ร้อยละ 63.30 ค่าก่อสร้าง 659 ล้านบาท คาดว่าเปิดให้บริการปี 2565 ส่วนโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) ระยะทาง 196 กม. วงเงินลงทุนรวม 81,121 ล้านบาท คาดว่า เปิดให้บริการปี 2556

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการในโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา และมีแผนงานที่จะก่อสร้างระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ระยะทาง 356 กิโลเมตร ขณะนี้โครงการออกแบบแล้วเสร็จอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาด ว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีได้ในปี 2565 เปิดใช้บริการได้ในปี 2571 รวมถึงระยะที่ 3 ช่วงหนองคาย – เวียงจันทน์ ระยะทาง 16 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมการขนส่งสินค้าระหว่างไทย – สปป.ลาว – จีน ในอนาคต นอกจากนี้ กระทรวงกำลังพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อพัฒนาระบบการคมนาคม ขนส่งในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือให้เชื่อมโยงและครอบคลุมทุกโครงข่าย ช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็วใน การเดินทางให้กับประชาชน