เบทาโกร รุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ทุ่มทุนเปิดโรงงาน PET FOCUS แห่งใหม่ สุดล้ำแห่งอาเซียน

0
848

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีปริมาณความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงแบบอาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดอยู่ที่ประมาณ 14,800 ตันต่อเดือน และใช้สำหรับส่งออกอีกประมาณ  25,000 ตันต่อเดือน มีมูลค่าตลาดรวมเฉพาะอาหารสุนัขและแมวอยู่ที่ 25,000 ล้านบาท โดยเครือเบทาโกรจัดเป็น 1 ใน 5 ของผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของประเทศ ในปีที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้สูงกว่าเป้าหมาย มีการเติบโตกว่า 20% ในขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าเติบโตถึง 60%  ซึ่งมากกว่าอัตราการเติบโตรวมของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศที่โตเพียง 10-15%

ล่าสุด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผานมา เครือเบทาโกร ได้จัดงาน Grand Opening โรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง บริษัท เพ็ท โฟกัส จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเต็มรูปแบบแห่งแรกของเครือฯ ณ ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยมี นายสัตวแพทย์ยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายภาณุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ผู้บริหารเครือเบทาโกร อาทิ ดร.ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานกรรมการ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากส่วนราชการต่างๆ คู่ค้า ลูกค้า เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวถึงที่มาที่ไปของการเปิดโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง PET FOCUS แห่งใหม่นี้ว่า ปัจจุบัน คนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงด้วยความรักและผูกพัน เสมือนสมาชิกในครอบครัว จึงเป็นโอกาสของเบทาโกร ในการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพ สำหรับลูกค้าที่มีความพิถีพิถันมากขึ้น

“เราให้ความสำคัญกับคำว่า คุณภาพชีวิตที่ดี ของทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งหมายรวมถึงสุนัขและแมวที่เปรียบได้กับสมาชิกในครอบครัว อาหารสำหรับสุนัขและแมว จึงควบคุมคุณภาพการผลิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพ โดยเฉพาะโปรตีนชั้นดีจากเนื้อสัตว์ เพื่อคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยให้สัตว์เลี้ยงสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่า สร้างภูมิต้านทานโรค ขนเงางาม มีสุขภาพดีในระยะยาว และทำให้รสชาติอร่อย มีความน่ากินเพิ่มขึ้น”

โรงงานแห่งใหม่เทคโนโลยีสุดล้ำแห่งอาเซียน

สำหรับโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง PET FOCUS แห่งใหม่นี้ ใช้งบลงทุน 1,200 ล้านบาท มีพื้นที่ 46 ไร่ กำลังผลิต 11,200 ตันต่อเดือน โดยในเฟสแรกเริ่มที่ 4,000 ตันต่อเดือน และเฟสที่ 2 ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตอีกประมาณ 7,000 ตันในปลายปีนี้ โดยผลิตอาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ด (Dry Pet Food) และขนมขบเคี้ยวสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Snack) สุนัขและแมว ภายใต้แบรนด์ ด็อก เอ็นจอย (Dog’n joy) แค็ท เอ็นจอย (Cat’n joy) เพอร์เฟคต้า (Perfecta) และบิงโกสตาร์ (Bingo Star) เพื่อจำหน่ายในประเทศให้กับร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Shop) คลินิก/โรงพยาบาลสัตว์ (Vet Clinic) โมเดิร์น เทรด (Modern Trade) ลูกค้าฟาร์มสัตว์เลี้ยง (Pet Farm) และรับจ้างผลิต รวมถึงส่งออกไปขายในยุโรป ญี่ปุ่น ประเทศในกลุ่ม AEC ฯลฯ ใช้ระบบบริหารคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ได้แก่ ระบบ BRC มาตรฐานของยุโรป, GMP, HACCP, ISO9001: 2015, ISO14001: 2015, OHSAS18001: 2007 เป็นบริษัทลำดับแรกๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Sushi Berish สามารถส่งออกไปขายในกลุ่มประเทศมุสลิมได้ รวมถึงเป็น 1 ใน 4 ของผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ที่ได้รับเครื่องหมาย ไทยแลนด์ ทรัสต์ มาร์ก จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ด้านกระบวนการผลิต มีระบบควบคุมอุณหภูมิการจัดเก็บและการขนส่ง (Cold Chain Management) เนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ตั้งแต่โรงงานแปรรูปมาสู่ห้องเย็นในโรงงาน เพื่อคงคุณค่าความสด สะอาด ปลอดภัย ที่สำคัญใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน  โรงงานมีการออกแบบพื้นที่การผลิตตามหลักการออกแบบทางวิศวกรรมอาหารเพื่อความสะอาดและปลอดภัย (Hygienic Design) กำหนดให้เป็น Low Care Area และ High Care Area แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ทั้งประตูทางเข้า-ออก พื้นที่ผลิต และพนักงานซึ่งต้องเปลี่ยนชุดเครื่องแบบ อุปกรณ์ต่างๆ ก่อนผ่านเข้าสู่พื้นที่ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามของเชื้อจุลินทรีย์ (Cross Contamination) มาตรฐานสากลเทียบเท่าโรงงานผลิตอาหารของคน (Food Grade)

ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่ง 10% ขึ้นแท่น 1 ใน 3 ผู้นำตลาด

ส่วนด้านแผนการตลาดนั้น นายวสิษฐ กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมวอยู่ที่ประมาณ 5% โดยปีที่แล้วมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท เราตั้งเป้ายอดขายในปี 60 นี้ อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ซึ่งการเปิดโรงงานแห่งใหม่นี้จะสามารถขยายกำลังการผลิตของเราได้ถึง 4,000 ตันในเฟสแรก ทำให้สามารถรับออเดอร์การสั่งซื้อได้มากขึ้น นั่นจะทำให้เรามีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นถึง 10% ภายใน 1-2 ปีนี้ และก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมวทันที ซึ่งมั่นใจว่า เราจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน

“ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมวมีอัตราการเติบโตขึ้นทุกปี มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 25,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมาเราสามารถทำยอดขายได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้กว่า 20% และปีนี้เราตั้งเป้าจะเติบโตถึง 60% เรามั่นใจในกระบวนการผลิตที่มีทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้มาตรฐานในระดับสากล รวมถึงตัวสินค้าเองที่เราใส่ใจในเรื่องคุณภาพของสินค้า ความสะอาด ความปลอดภัย และคุณประโยชน์ที่สัตว์เลี้ยงจะได้รับ”

นอกจากนี้ เบทาโกร ยังมีแผนที่จะปรับปรุงผลิตภัณฑ์และออกสินค้าใหม่ที่หลากหลาย เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่เน้นสินค้าสุขภาพและรสชาติอร่อยสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเบทาโกรมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทดสอบความน่ากินก่อนสินค้าออกสู่ตลาด เพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้า และการเข้าถึงลูกค้า ผู้บริโภคผ่าน โซเชียล มีเดีย ทาง Application “PET ENJOY”