“เบสท์ริน” หลังพิงฝา!โร่พึ่งศาลคุ้มครองไม่ให้ถูกยึดเงินประกัน 330 ลบ.

‘เบสท์ริน’ ถึงคราวหลังพิงฝา โร่พึ่งศาลคุ้มครองฉุกเฉินไม่ให้ ขสมก. ยึดวงเงินค้ำประกันรถเมล์เอ็นจีวี 330 ล้านบาท ฟากขสมก. เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่ม 400 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิดประมูลรถเมล์เอ็นจีวีรอบใหม่แล้ว

0
51

‘เบสท์ริน’ ถึงคราวหลังพิงฝา โร่พึ่งศาลคุ้มครองฉุกเฉินไม่ให้ ขสมก. ยึดวงเงินค้ำประกันรถเมล์เอ็นจีวี 330 ล้านบาท ฟากขสมก. เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่ม 400 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิดประมูลรถเมล์เอ็นจีวีรอบใหม่แล้ว

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ซึ่งถูก ขสมก. บอกเลิกสัญญาการจัดหารถโดยสารประจำทางที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (รถเมล์เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน มูลค่า 3,389 ล้านบาท ได้ขอให้ศาลปกครองกลางพิจารณาออกคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินใน 2 ประเด็น1.ขอให้ ขสมก. ไม่เปิดประมูลรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันรอบใหม่ เพื่อทดแทนรถเมล์ของเบสท์รินที่ถูกบอกเลิกสัญญา และ 2. ขอให้ ขสมก. ไม่ยึดวงเงินค้ำประกันมูลค่า 330 ล้านบาท จากกรณีที่เบสท์รินส่งมอบรถเมล์ล่าช้า เพราะยิ่งซ้ำเติมสถานะการเงินของบริษัทฯ

“เนื่องจากเบสท์รินได้ลงทุนไปแล้วกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถรับเงินจากภาครัฐและยังถูก ขสมก. บอกเลิกสัญญา ล่าสุดธนาคารผู้วางเงินค้ำประกันเตรียมส่งเงินค้ำประกัน 330 ล้านบาทให้ ขสมก. ตามสัญญา ซึ่งถ้าธนาคารดำเนินการแล้วก็จะคิดดอกเบี้ยกับเบสท์รินทันทีและทำให้บริษัทฯ มีปัญหาด้านสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น”

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางจึงนัด ขสมก. ไต่สวนและ ขสมก. ได้ชี้แจงประเด็นแรกว่า การเปิดประมูลรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันรอบใหม่จะไม่มีผลกระทบใดๆ กับเบสท์ริน เพราะที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีไว้ถึง 3,183 คัน ถ้าท้ายที่สุดแล้ว ขสมก. ต้องรับรถเมล์ของเบสท์รินก็ยังอยู่ในกรอบที่ดำเนินการได้ สำหรับประเด็นที่ 2 ได้ชี้แจงว่า ขสมก. จำเป็นต้องยึดเงินค้ำประกันจากเบสท์ริน เพราะถ้าไม่ดำเนินการก็จะถูกกล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติได้

“เรื่องการยึดเงินค้ำประกัน ผมได้ให้เหตุผลต่อศาลใน 3 ประเด็น 1.ต้องถือว่าผมปฏิบัติตามสัญญา 2. ถ้าไม่ทำ หน่วยตรวจสอบอย่าง สตง. ปปช. คงมาตรวจสอบผม 3. ถ้าผมผ่อนปรนให้กรณีนี้ ขสมก. ไม่ได้ทำธุรกรรมกับบริษัทนี้บริษัทเดียว มันก็จะกลายเป็น 2 มาตรฐาน ศาลก็รับฟัง แต่ยังไม่ได้มีคำสั่งใดๆ ออกมา”

สำหรับกรณีที่เบสท์รินฟ้องศาลปกครองกลางให้ ขสมก. รับรถเมล์จำนวน 390 คัน ซึ่งนำออกจากท่าเรือแหลมฉบังแล้วนั้น นายสมศักด์ ระบุว่าขสมก. อยู่ระหว่างจัดทำคำชี้แจงและเตรียมเรียกร้องค่าเสียหายจากเบสท์รินเพิ่มเติม เพราะเบสท์รินมีค่าปรับกรณีส่งมอบรถเมล์ล่าช้าอีก 300-400 ล้านบาท ซึ่งเกินจากวงเงินค้ำประกัน โดย ขสมก. จะส่งคำชี้แจงให้สำนักงานอัยการพิจารณาในสัปดาห์หน้าและส่งให้ศาลฯ ต่อไป

“ขสมก. ยังเดินหน้าเปิดประมูลรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันรอบใหม่ มูลค่า 4,021 ล้านบาทเพื่อทดแทนล็อตของเบสท์รินแล้ว โดยเริ่มขายซองเอกสารประกวดราคาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมาและจะสิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค. นี้ จากนั้นจะเปิดรับซองคุณสมบัติและข้อเสนอด้านเทคนิคในวันที่ 12 มิ.ย. แจ้งผลการคัดเลือกผู้มีสิทธิเสนอราคาวันที่ 19 มิ.ย. เปิดให้เอกชนเสนอราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) วันที่ 26 มิ.ย.นี้ จากนั้นจะสรุปผลการประมูลและนำเสนอผู้อำนวยการ ขสมก. ได้ในวันที่ 27 มิ.ย. แล้วเสนอบอร์ดขสมก. 28 มิ.ย. ลงนามสัญญาในเดือน ก.ค. และมีกำหนดส่งมอบรถโดยสารภายในวัน 90 วัน หรือเดือน ต.ค. นี้”