ขบ.เตรียมเปิดทดลองเดินรถ 8 เส้นทาง

0
83

สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเดิมที่ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นผู้เดินรถรายเดียว ทำให้ ขสมก. มีสถานะเป็นผู้ประกอบการเดินรถรายหนึ่ง ส่วนรถร่วม ขสมก. เดิมจะต้องขอใบอนุญาตประกอบการเดินรถกับ ขบ. โดยตรง เพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพการให้บริการอย่างเป็นธรรม ลดการทับซ้อนเส้นทาง เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนประเภทอื่น ๆ ตลอดจนรองรับการพัฒนาเมือง ตอบสนองความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่ง ขบ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐาน สภาพรถ รูปแบบการให้บริการ ด้วยการนำเทคโนโลยีทันสมัย เช่น การติดตั้งระบบ GPS Tracking ระบบ E-Ticket เป็นต้น โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนปฏิรูปฯ ภายใน 2 ปี และในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขบ. จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ และความเข้าใจ เพื่อให้การปฏิรูปเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)กล่าวว่า แผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางฯ ได้กำหนดชื่อเส้นทางอย่างเป็นระบบในเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและการจดจำ โดยในเบื้องต้นแบ่งเป็น 4 โซน กำหนดสัญลักษณ์เชิงสี หมายเลขเส้นทางไม่เกิน 2 หลัก และตัวอักษร ทำให้เข้าใจง่าย และสังเกตเห็นชัดเจน โดยใช้หลักการเชิงพื้นที่เดิมที่มี 8 เขตการเดินรถ ดังนี้
เขตการเดินรถที่ 1, 2 กำหนดเป็นโซนพื้นที่สีเขียว (Green : G)
เขตการเดินรถที่ 3, 4 กำหนดเป็นโซนพื้นที่สีแดง (Red : R)
เขตการเดินรถที่ 5, 6 กำหนดเป็นโซนพื้นที่สีเหลือง (Yellow : Y)
เขตการเดินรถที่ 7, 8 กำหนดเป็นโซนพื้นที่สีน้ำเงิน (Blue : B)
สำหรับเส้นทางที่มีต้นทางและปลายทางเดียวกัน แต่ใช้ทางพิเศษ ได้กำหนดตัวอักษรเพื่อความเข้าใจ คือ Expressway : E ทั้งนี้ ขบ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการจัดระบบหมายเลขเส้นทาง ทางเพจเฟซบุ๊ก “การปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ กทม.” หรือ www.facebook.com/BusRerouteBKK/
เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ประเมินผล และพิจารณาปรับเปลี่ยนการดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน นอกจากนี้ ขบ. ได้กำหนดทดลองเดินรถ 8 เส้นทาง ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 15 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 06.30 น. – 18.30 น. แบ่งจากเส้นทางเดิม เส้นทางละ 5 คัน ให้ ขสมก. เดินรถควบคู่กับการให้บริการในเส้นทางเดิม กำหนดเวลาการเดินรถที่เหมาะสม ค่าโดยสารอัตราเดียวกับที่ ขสมก. จัดเก็บ และเพื่อให้ง่ายแก่การจดจำ บริเวณด้านหน้ารถและด้านข้างรถต้องมีแถบสีแสดงพื้นที่ให้บริการและเส้นทาง รวมถึงแสดงชื่อเส้นทางใหม่ ควบคู่กับเลขสายรถและชื่อเส้นทางเดิม พร้อมทั้งจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง ดังนี้
สาย G21 รังสิต – ท่าเรือพระราม 5 (เทียบเคียงสาย 114 อ.ต.ก. 3 – แยกลำลูกกา)
สาย G59E มีนบุรี – ท่าเรือสี่พระยา (ทางด่วน) (เทียบเคียงสาย 514 มีนบุรี – ถนนรัชดาภิเษก – สีลม)
สาย R3 สวนหลวง ร.9 – สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ (เทียบเคียงสาย 11 อู่เมกา บางนา – มาบุญครอง)
สาย R41 ถนนตก – แฮปปี้แลนด์ (เทียบเคียงสาย 22 อู่โพธิ์แก้ว – สาธุประดิษฐ์)
สาย Y59 สถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน – กระทุ่มแบน (เทียบเคียงสาย 189 สนามหลวง – กระทุ่มแบน)
สาย Y61 หมู่บ้านเศรษฐกิจ – สถานีขนส่งจตุจักร (เทียบเคียงสาย 509 สถานีขนส่งจตุจักร – บางแค)
สาย B44 วงกลมพระราม 9 – สุทธิสาร (เทียบเคียงสาย 54 วงกลมรอบเมืองห้วยขวาง)
สาย B45 หมู่บ้านเอื้ออาทรบึงกุ่ม – ท่าเรือสะพานพุทธ (เทียบเคียงสาย 73 อูโพธิ์แก้ว – สะพานพุทธ)
ขบ. ได้สำรวจความต้องการของประชาชน สำหรับเส้นทางนำร่องที่กำหนดขึ้นใหม่ตามแผนปฏิรูปฯ และได้เปิดรับคำขอแล้ว 2 เส้นทาง ได้แก่ สาย R26E สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ – โรงพยาบาลรามาธิบดี (ทางด่วน) และ สาย Y70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา – สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน)
การดำเนินการตามแผนปฏิรูปฯ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการ โดย ขบ. ยึดหลักการดำเนินการแบบประชารัฐ ด้วยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพการให้บริการ สร้างความเชื่อมั่น และความพึงพอใจของประชาชนผู้ใช้บริการ