“เสรีชัยพัฒนา”เขย่าวงการ! ต่อฟลีทตู้ผ้าใบ DHL 80 คัน เชื่อม“สะพานท้ายไฮดรอลิก”รายแรกในไทย

0
1666

หากเอ่ยชื่อ “เสรีชัยพัฒนา” แล้ว ผู้คร่ำหวอดในวงการขนส่งเมืองไทยต่างรู้กิตติศัพท์อันลือลั่นเป็นอย่างดี ในฐานะบริษัทรับต่อตัวถังรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ทุกชนิด ผลิตสินค้าคุณภาพคงอยู่คู่วงล้อธุรกิจขนส่ง ผนวกด้วยมาตรฐานสินค้ารวมถึงการบริการหลังการขายเป็นที่ไว้วางใจและเข้าไปนั่ง “กลางบัลลังก์ใจ”ขนส่งเมืองไทยมานานกว่าสามทศวรรษ

ภายใต้อาณาจักรธุรกิจ “เสรีชัยพัฒนา” คงไม่มีใครไม่รู้จัก “เฮียเสรีชัย ชำนิโชคธนทรัพย์” บิ๊กบอสเก๋าประสบการณ์ ผู้บ่มเพาะองค์ความรู้งานช่างต่อตัวรถบรรทุกมาตั้งแต่อายุ 18 ปี พร้อมก่อร่างสร้างธุรกิจให้เติบโตและเป็นที่ไว้ใจลูกค้าชาวไทย พร้อมกุมบังเหียนการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ พุ่งทะยานสู่ความผู้นำด้านการต่อรถเพื่อการพาณิชย์ครบวงจรในเมืองไทย ภายใต้โลโก้ SCP” เครื่องหมายการค้าติดอยู่บั้นท้ายสิบล้อที่โลดแล่นทั่วท้องถนนเมืองไทย

ล่าสุด “เสรีชัยพัฒนา” ได้สร้างปรากฏการณ์หน้าใหม่เขย่าวงการขนส่งเมืองไทย ด้วยการต่อกระบะรถบรรทุกผ้าใบปิดข้างแม่ลูก 2 เพลา รวม 80 คันให้กับยักษ์ใหญ่ขนส่งระดับโลกอย่าง DHLพร้อมยกระดับมาตรฐานขนส่งมิติใหม่ด้วยการติดตั้ง“สะพานท้ายไฮดรอลิก”เชื่อมตู้แม่ลูก ตัดปัญหาเดิมๆที่ต้องปลดตู้ตัวแม่ลูกออกจากกัน ช่วยให้ “การโหลด-ขนถ่ายสินค้า”ตู้แม่ลูกอย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์การลด“ต้นทุน-แรงงาน-เวลา ผงาดเป็นผู้บุกเบิก“’รายแรก”ในไทย ปลื้มไตรมาสแรกยอดขายพุ่งแตะ 200 คัน ตั้งเป้าโตทั้งปีที่ 500 คัน

ปลื้มไตรมาสแรกยอดพุ่ง 200 คัน คาดทั้งปีทะลุ 500 คัน

โดยแม่ทัพแห่งอาณาจักรธุรกิจเสรีชัยพัฒนาอย่าง “เฮียเสรีชัย  ชำนิโชคธนทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสรีชัยพัฒนา 2004  จำกัด ได้ฉายภาพถึงที่มาที่ไปการตะบันธุรกิจอู่เสรีชัยพัฒนาว่ากว่าจะมีวันนี้ก็ต้องย้อนหลังกลับไปเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ผมคลุกคลีในวงการต่อรถยนต์มาตั้งแต่อายุ 18 ปี สั่งสมความรู้และประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ทำเป็นเองทุกอย่างตั้งแต่ต่อตัวถังรถไม่ว่าจะเป็นกระบะไม้-เหล็ก รวมไปถึงงานอ๊อก-เชื่อม-พ่นสี จากนั้นก็ก่อตั้งบริษัทเพื่อรองรับงานจากลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

“เสรีชัยพัฒนารองรับการต่อตัวถังรถทุกประเภททั้งขนาดเล็ก-ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรถพ่วง รถกึ่งพ่วง รถเทรลเลอร์ รถดัมพ์ รถเซมิต่างๆทั้งก้างปลา พื้นเรียบ รวมไปถึงรถตู้ผ้าใบบรรทุกสินค้าทุกชนิด โดยใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่มีประสิทธิภาพในการบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักได้มากขึ้น การผลิตสินค้าได้คุณภาพและมาตรฐานสากล พร้อมด้วยทีมช่างประสบการณ์สูง เรามีความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการในทุกๆด้าน  มีทีมวิศวกรให้คำปรึกษาและเขียนแบบให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า  และมีทีมบริการหลังการขายที่พร้อมให้บริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว ลูกค้าของเรามีอยู่ทั่วประเทศด้วยชื่อเสียงของเราทำให้ลูกค้าเก่าที่มาใช้บริการก็ได้แนะนำลูกค้ารายใหม่มาใช้บริการอีกด้วย”

นอกจากนี้ เฮียเสรีชัย  ยังได้สะท้อนมุมมองต่อภาพรวมของตลาดด้วยว่าต้องยอมรับปีที่ผ่านมา ยอดขายของเสรีชัยพัฒนาลดลงถึง 50 % ซึ่งนั่นก็เป็นผลพวงจากวงล้อในภาพรวมเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสดใสมากนัก โดยเฉพาะประเภทสินค้าภาคการเกษตรที่ปรับตัวลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งยอดขายของเราปีที่แล้วอยู่ที่ 300 คันเท่านั้น แต่ปีนี้เริ่มส่งสัญญาณบวกแล้ว เห็นได้จากยอดขายที่พุ่งขึ้นแตะ 200 คันในไตรมาสแรกนี้ ส่วนเป้าในปีนี้เราก็จะทำให้ดีที่สุด คาดยอดขายน่าจะทะลุ 500 คัน

สะพานท้ายไฮดรอลิก ตอบโจทย์ลด “ต้นทุน-แรงงาน-เวลา”

อย่างไรก็ดี เฮียเสรีชัย  เปิดเผยถึงฟลีท DHL ล็อตล่าสุดว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้รับความไว้วางใจจาก DHL ให้ต่อรถเพื่องานขนส่งหลายรูปแบบและได้ส่งมอบไปแล้วหลายร้อยคัน แต่ฟลีทล่าสุดเป็นการต่อกระบะรถบรรทุกผ้าใบปิดข้างแม่ลูก 2 เพลา มีความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราได้ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า“สะพานท้ายไฮดรอลิก”เชื่อมระหว่างตู้แม่ลูกเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ เกิดจากการที่เราไปศึกษาดูงานที่เยอรมันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และนำมาเสนอให้กับบริษัท DHL จากนั้นเราก็ต่อตัวรถต้นแบบให้เขาทดลองใช้ 1 ชุดแม่ลูก และทาง DHL ก็ได้เห็นประสิทธิภาพจากการใช้งานจริง จึงได้ให้เราต่อฟลีทตู้ผ้าใบรวมแม่ลูก 80 คัน พร้อมติดตั้งสะพานท้ายไฮดรอลิกจำนวน 40 ชุด

“ความพิเศษของสะพานท้ายไฮดรอลิกนี้ ตามปกติแล้วเวลาการโหลดสินค้าของรถพ่วงหัวหางก็ต้องแยกตัวแม่ลูกออกจากก่อนแล้วจึงทำการโหลดสินค้าออกจากตู้ เมื่อเสร็จแล้วก็ค่อยเชื่อมต่อกันใหม่อีกที ทำให้ต้องเสียเวลาค่อนข้างมากกับการโหลด-ขนถ่ายสินค้าออกจากตัวรถทั้งจากตัวแม่และลูก อีกทั้งยังต้องใช้กำลังคนและกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อนหลายขึ้นตอน แต่หากติดตั้งอุปกรณ์พิเศษนี้ก็จะทำหน้าที่เชื่อมจากตัวแม่เชื่อมต่อกับตัวลูก ทำให้การโหลดสินค้าหรือการเปิดทางให้รถโฟล์คลิฟท์วิ่งขนถ่ายสินค้าได้สะดวกรวดเร็วโดยที่ไม่จำเป็นต้องปลดตัวลูกออกจากตัวแม่ ตอบโจทย์การลดต้นทุน ร่นระยะเวลา และลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้เป็นอย่างดี”

ผงาดเป็นผู้บุกเบิก “เจ้าแรก”ไนไทย

ถึงกระนั้น เฺฺฮียเสรีชัย ยังระบุอีกว่าปกติการโหลดสินค้าแบบเดิมๆจะใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อการโหลดสินค้าให้เต็มทั้งตัวแม่ตัวลูกและรวมไปถึงกระบวนเชื่อมต่อระบบลากจูงให้มีสภาพพร้อมวิ่ง ซึ่งหากติดตั้งสะพานท้ายไฮดรอลิกนี้แล้ว เวลาที่ใช้ในการโหลดสินค้าเหลือเพียง 40 นาทีเท่านั้นหากคำนวณเวลาที่เหลืออีก 20 นาที คูณด้วยจำนวนคัน-เที่ยวด้วยแล้วก็จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก

“เรากล้ายืนยันเลยว่าเสรีชัยพัฒนาเป็นเจ้าแรกในไทยที่บุกเบิกโมเดลพิเศษตัวนี้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานสู่มิติใหม่การเปลี่ยนแปลงการขนส่งเมืองไทย ไม่ต้องถามหาโมเดลนี้ที่อู่อื่น เพราะมีที่นี่ที่แรกและที่เดียว เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ร่วมกับทีมวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงพันธมิตรสำคัญอย่าง HYVA ที่ได้ออกแบบและคำนวณการเปิด-ปิดสะพานท้ายไฮดรอลิก นำไปสู่การใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ”  

อย่างไรก็ดี เฮียเสรีชัย สรุปปิดท้ายว่าเสรีชัยพัฒนากล้านำแนวคิดใหม่ๆเพื่อสร้างความแตกต่างจากที่อื่นๆแล้วนำมาสู่เปลี่ยนแปลงเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า และที่สำคัญยักษ์ใหญ่ขนส่งและโลจิสติกส์ระดับโลกอย่าง DHL ได้วางใจเราให้ติดตั้งในฟลีทแรกจำนวน 40 ชุด เป็นการการันตีถึงคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของเสรีชัยพัฒนาฯได้เป็นอย่างดี

เราไม่หยุดนิ่งการพัฒนาตัวเอง กล้าฉีกแนวคิดใหม่ๆเพื่อยกระดับมาตรฐานขนส่งเมืองไทยเทียบทันนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า กรุยทางสู่ความเป็นนำของตลาดอย่างไม่หยุดยั้ง ตามสโลแกนของเสรีชัยพัฒนาที่ว่า ผลิตตรงเวลา ราคามาตรฐาน และทีมงานมืออาชีพ

แม้วัยจะล่วงเลย 62 กะรัตแล้วก็ตาม แต่ส่องรายละเอียดทางกายภาพแล้วยังหล่อเนี๊ยบทุกองศากาย ขณะที่มุมมองคมเหลี่ยมความคิดต่อการตะบันธุรกิจให้ทะยานเติบโตอย่างมืออาชีพ ก็ไม่ได้ไหลเลยผ่านไปตามสายธารกาลเวลาแต่อย่างใด แถมยิ่งทวีความ “แหลมคม” และเพิ่มพูนด้วย “กึ๋น”มากยิ่งขึ้นตามวิถึแห่งประสบการณ์

….นี่แหล่ะ “เฮียเสรีชัย  ชำนิโชคธนทรัพย์ พี่หมื่นขนส่งต่อตัวถังรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ตัวจริงเสียงจริงนะขอรับ!