พิษน้ำมันพุ่งกระฉูด! “ขึ้น-ไม่ขึ้น”….ค่าขนส่ง?

0
159

เลาะระเบียงขนส่ง 164

นิตยสาร Logistics Time ปีที่ 14 ฉบับที่ 164 ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2561 : “ตะวันเพลิง” หน้าเก่า-แก่ขาประจำขอรายงานตัวประจำฐานกองบัญชาการข่าวคอลัมน์“เลาะระเบียงขนส่ง” ทำหน้าที่รายงานข่าวเด่น-ดัง-ร้อนในในแวดวงขนส่ง พลางหยิบแกมหยอกบรรดาพี่น้องสิงห์รถบรรทุกและผู้ประกอบการขนส่งทั่วฟ้าเมืองไทยอีกแล้วครับกระผม

***เผลอหายใจทิ้งทะเลชีวิตได้ประเดี๋ยวเดียวก็ปาเข้าครึ่งปีแล้ว รวดเร็วป่านสายฟ้าฟาดกลางดวงใจ ห้วงนี้ก็ก้าวสู่หน้าฝนเต็มตัว และประเด็นร้อนแหวกม่านฝนในเวลานี้คงหนีไม่พ้นราคาน้ำมันบ้านเราที่พุ่งไม่หยุด ผนวกกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ประกาศห้ามผู้ค้าปลีกแจ้งการปรับราคาน้ำมันล่วงหน้า

***เมื่อราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ประกอบกับประชาชนมองมาตรการสนพ.เป็นการ “ปิดหูปิดปชช.” เป็นแรงกระเพื่อมหลอมรวมเกิดคลื่น ความเดือดร้อนปนความไม่พอ ไปทุกหย่อมหญ้าทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการขนส่ง โดยเฉพาะราคาน้ำดีเซลที่เป็นเปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่”การขนส่ง ที่พุ่งนรกเฉียด 30/ลิตร ทำเอาผู้ประกอบการขนส่ง “หายใจไม่ทั่วท้อง”เดือดร้อนหนักถึงขนาดบุกกระทรวงคมนาคมบ้าง กระทรวงพลังงานบ้าง พร้อมขอความเห็นใจเร่งหามาตรการบรรเทาความเดือดร้อนพลางขู่จะขอปรับราคาค่าขนส่ง

***ฟากกระทรวงหูกวางและกรมการขนส่งทางบก โดยเฉพาะ “พี่หนิท-สนิท พรหมวงษ์”อธิบดีกรมขนส่งฯ ที่ออกโรงเบรกพลางขอความร่วมมือไม่ให้ผู้ประกอบการปรับราคาค่าขนส่งโดยเด็ดขาด เพราะเกรงจะกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม โดยขอให้อดใจรอความชัดเจนโครงสร้างต้นทุนอัตราค่าโดยสารใหม่ที่ใกล้จะคลอดเต็มแก่ในเดือนก.ค. หรืออีก 2 เดือน รอไปก่อนนะจ๊ะ…จบนะครับพี่น้อง

***ส่วนข้อเรียกร้องขอสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ขอปรับค่าขนส่งรถบรรทุกนั้น พี่หนิทบอกได้หารือร่วมกับสหพันธ์ฯ ให้ชะลอการปรับอัตราค่าขนส่งไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในภาพรวม โดยให้สหพันธ์ฯ ติดตามมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และจัดทำข้อมูลเสนอกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป

***ขณะที่กระทรวงพลังงานอย่าง “ศิริ จิระพงษ์พันธ์” รมว.พลังงาน ก็ออกมาตรการบรรเทาทุกข์ของประชาชน โดยสั่งอุ้ม ‘ดีเซล’ ตรึงราคาไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรช่วยลดค่าครองชีพ โดยยอมทุกคงคลังเงินกองทุนน้ำมันฯ 3.1 หมื่นล้านบาทอุดหนุน และยืนยันนั่งยันสามารถอุดหนุนลาดได้ถึง 10 เดือน พร้อมเร่งผลักดันให้กลุ่มรถบรรทุกและเรือโดยสาร หันใช้ ‘ดีเซล b20’ ถูกกว่าลิตรละ 3 บาท ที่จะเริ่มเปิดจำหน่ายต้นเดือน ก.ค. นี้ ปัญหาที่อยู่ไอ้น้ำมันดีเซล b20 ที่ท่านควักมือเรียกให้กลุ่มรถบรรทุกและเรือโดยสารไปใช้นั้น มันสร้างข้อกังขาในมิติ “คุณภาพน้ำมัน b20” ได้มาตรฐานหรือยัง ? กระทบการทำงานของเครื่องยนต์หรือไม่?

*** ปมร้อนฉ่านี้ ขาใหญ่รถโดยสาร “เจ๊เกียว-สุจินดา เชิดชัย” นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร สวนกลับสไตล์นิ่มๆว่าการที่รัฐบอกให้ไปใช้ b20 แทนนั้น เราก็ยังไม่รู้ดีถึงคุณภาพของน้ำมันเลยว่ามันยังไง เราจะเอาเครื่องยนต์ราคา 7 ล้านไปปรับปรุงเครื่องเพื่อเสี่ยงใช้กับน้ำมันดีเซล b20 เราคงไม่กล้าและยอมเสี่ยงแน่นอน เพราะเรากลัวเครื่องจะพังเหมือนกับรถแก๊สที่ปัญหามาก่อนหน้านี้ …เอาสิเอากับเจ๊แกสิครับ

***ฟากประมุขสิบล้อไทย “ดร.ทองอยู่ คงขันธ์” ประธานสหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทย ตอกกลับภาครัฐว่าหากเราจะไปใช้ b20 เกรงว่ามันอาจจะทำให้เกิดค่าซ่อมบำรุงเครื่องจะสูงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเป็นได้  เพราะอาจมีปัญหาในเรื่องของกรองเครื่องกรองโซล่า หรืออาจจะเป็นเรื่องของการสันดาปเครื่อง และอาจส่งผลให้เครื่องยนต์อืด

***ขณะที่ประมุขสิบล้ออาเซียน “ยู เจียนยืนยงพงศ์’ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบรรทุกทางถนนแห่งอาเซียน หรือ ATF บอกด้วยเสียงดังๆว่าน้ำมันประเภทนี้เหมาะกับเครื่องยนต์รุ่นเก่าทีมีอายุตั้งแต่ 10  ปีขึ้นไปเท่านั้น เนื่องจากผู้ผลิตยังไม่สามารถพัฒนาไบโอดีเซลให้เป็นไปตามมาตรฐาน JAMA หรือมาตรฐานของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะการปรับปรุงค่า Monocytes ให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดได้ ส่วนเครื่องยนต์ใหม่ในปัจจุบันนี้เขาไม่ใช่กันหรอก เพราะมันเป็นเครื่องยนต์คอมมอนเรลกันหมดแล้ว  เพราะมันเสี่ยงจะทำเครื่องพัง

***พร้อมกันนี้ ประมุขสิบล้ออาเซียน ยังเสนอให้ภาครัฐเสนอผู้ค้าปลีกนำน้ำมัน b100 มาจำหน่ายเลยดีกว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกใช้ไบโอดีเซลให้เหมาะสมกับรุ่นและเครื่องยนต์ที่อยู่ในปัจจุบันได้  สรุปสุดท้ายก็ให้เจ้าของรถเจ้าของกิจการเป็นคนเลือกเองแล้วกันจะเอาไงกับทางเลือกที่รัฐเสนอให้

***ปิดท้ายกับมร.ชิน นาคามูร่า บิ๊กบอสแห่งค่ายฮีโน่ ก็ไม่รู้จะงัดกลยุทธ์อะไรออกมาสู้กับพี่ใหญ่อีซูซุกีปี่ก็แพ้ตลอด ปีนี้เลยงัดไม้เด็ดเพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยการประกาศเปรี้ยงพร้อมขยายการรับประกันรถบรรทุกฮีโน่ในทุกรุ่นจากเดิม 2 ปีไม่จำกัดระยะทาง เป็น 5 ปีไม่จำกัดระยะทางอีกต่างหาก…แหมไม่รู้ว่าจะเป็นไพ่ใบสุดท้ายหรือเปล่าที่เทหมดหน้าตักขนาดนี้  เพราะเรียกได้ว่าเป็นผู้จัดจำหน่ายรถบรรทุกรายแรก ที่กล้ารับประกันนานถึง 5 ปี แถมตอนท้ายบอกว่า “ถ้าไม่ดีจริง ไม่กล้ารับประกันแบบนี้แน่นอน”

***สิ้นสุดบรรทัดนี้ พบกันฉบับต่อไปครับพี่น้อง