“บี.เอส.ขนส่ง”แตกไลน์บริการ“B.S.EXPRESS” ขานรับอี-คอมเมิร์ซบูม

0
255

ท่ามกลางกระแสคลื่นการทะยานเติบโตธุรกิจอี-คอมเมิร์ซหนุนการซื้อ-ขายออนไลน์ทะลัก ส่งอานิสงส์ธุรกิจขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทยโดยเฉพาะ “ธุรกิจส่งด่วน” บูมสุดขีด เบ่งบานตามมาด้วยบริษัทขนส่งด่วนทั้งไทยและเทศผุดขึ้นยังกับดอกเห็ด เปิดสงครามธุรกิจรับส่งพัสดุด่วนดุเดือดหวังแบ่งเค้กก้อนมหึหา

บนเวทีการแข่งขันมีทั้งรายใหญ่-กลาง-ย่อยร่วมชิงสัดส่วนตลาดกันสุดลิ่ม เมื่อเบ่งบานยากที่จะหยุดยั้งก็ยิ่งควักมือเรียกผู้เล่นหน้าใหม่โรมรันพันตูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ผู้เล่นหน้าเก่าก็ต้องปรับกลยุทธ์ “โชว์จุดเด่น-ปิดข้อด้อย”ตัวเองหวังเป็นทางเลือกดีสุดของลูกค้า ฟากผู้ประกอบการขนส่งหนักก็มีอยู่หลายรายสบโอกาสลงมาเล่นซอยบริการย่อย “รับส่งสินค้าด่วน”คู่ขนานกับการขนส่งแบบเดิมด้วยเช่นกัน

ล่าสุด “บี.เอส.ขนส่ง”อีกหนึ่งผู้ประกอบการขนส่งที่ปรับตัวขานรับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซบูม ผุดบริการส่งด่วน “B.S.EXPRESS”รับส่งสินค้าน้ำหนัก 25 กก.ขึ้นไป พร้อมขันน็อตจุดยืน “Third Party Logistics Service Provider” รุกผูกปิ่นโต 51 พันธมิตรธุรกิจเสริมความแข็งแกร่งบู๊ขนส่งต่างชาติทุนหน้า เดินหน้าสร้างมาตรฐานและคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับ สยายปีกการบริการครบครันรองรับการเติบโตอย่างมั่นคง 

ขนส่งสินค้าออนไลน์เติบโตปีละ 20%

ดร.ชุมพล สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ หจก. บี.เอส. ขนส่ง เปิดเผยว่าต้องยอมรับถึงอัตราการเติบโตการขนส่งสินค้าออนไลน์เป็นการทะยานเติบโตจริงๆ จากการวิเคราะห์ตลาดขนส่ง พบว่า ประมาณ50% เป็นกลุ่มร้านค้าส่งค้าปลีกทั่วไป และอีกกว่า 40% เป็นกลุ่มร้านโมเดิร์นเทรด และประมาณ4% เป็นกลุ่มร้านค้าออนไลน์ในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซ

“ แต่ละปีการส่งสินค้าทางออนไลน์จะมีอัตราการเติบโตขึ้นเกือบ 20% และจะแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากกลุ่มอื่น ๆ มาเป็นผลมาจากพฤติกรรมของลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย สามารถสั่งสินค้าออนไลน์ และให้มาส่งถึงที่บ้านได้เลย ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีกลุ่มขนส่งจากต่างชาติเข้ามาเจาะตลาดออนไลน์เพิ่มมากขึ้น และกินส่วนแบ่งนี้ไปแทบทั้งหมด” 

ด้วยเหตุนี้เอง บริษัทฯ จึงเห็นโอกาสทางธุรกิจและวางแผนที่จะให้ขนส่งไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในการขนส่งสินค้ากลุ่มสินค้าออนไลน์บ้าง ซึ่งได้ซอยบริการย่อย B.S.EXPRESS เพื่อให้บริการขนส่งด่วน โดยจะทำการยกระดับพัฒนาระบบงานให้เป็นมืออาชีพทัดเทียมกับต่างชาติ ประสานกลุ่มพันธมิตรเครือข่าย เพื่อให้บริการจัดส่งสินค้าแบบออนไลน์ แม้เริ่มแรกจะมีปริมาณการจัดส่งจำนวนน้อยอยู่บ้าง แต่ต่อไปในอนาคตจะมีปริมาณการจัดส่งมากขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยกลยุทธ์หลักก็คือ จะเน้นให้การส่งสินค้าออนไลน์ ในคุณภาพ มาตรฐานระดับสากล แต่ราคาไม่แพง คือกิโลกรัมละประมาณ 5-8 บาทเท่านั้น ขณะที่ขนส่งรายอื่น ๆ คิดกิโลกรัมละประมาณ 10-15 บาทขึ้นไป

แตกไลน์บริการ B.S.EXPRESS รองรับขนส่งสินค้าออนไลน์

ดร.ชุมพล ได้ฉายภาพการแตกไลน์บริการ B.S.EXPRESS ว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันได้มีผู้ประกอบการขนส่งหลายรายได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นการขนส่งแบบเอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นการปรับเพื่อรองรับตลาดการค้าแบบอี-คอมเมิร์ซที่ขยายตัวมากขึ้น เราเองก็เห็นโอกาสดังกล่าว จึงได้หันมามองธุรกิจเอ็กซ์เพรสด้วยการเปิดบริการ B.S.EXPRESS ขึ้น โดยมีการใช้รถขนาดเล็กลงเช่นปิคอัพ โดยมีรถของบริษัทเอง และบริษัทขนส่งของเพื่อนพันธมิตรอีกมากกว่า 100 คัน โดยกำหนดพื้นที่ที่รับผิดชอบในช่วงแรกนี้ไว้ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดรอบกรุงเทพฯ อีก10 จังหวัดก่อน

“สำหรับสินค้าที่บริษัทฯจะรับจ้างขนส่งเราจะเน้นสินค้าที่มีขนาดใหญ่ น้ำหน้กมาก เช่น 25กิโลกรัมถึง 85 กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบันยังไม่ค่อยมีผู้ให้บริการขนส่งสินค้าในลักษณะนี้ ตามปกติแล้ว EXPRESS ของต่างชาติจะใช้รถจักรยานยนต์เป็นหลัก ไม่สามารถรับขนส่งสินค้าที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมากกว่า25 กิโลกรัมขึ้นไปได้ เราจึงเห็นช่องว่างตรงนี้และเข้ามาเสนอบริการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้ากลุ่มนี้”

นอกจากนี้ ดร.ชุมพล ระบุต่อว่าบริษัทฯได้มุ่งเน้นเป็นผู้บริหารจัดการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ (Third Party Logistics Service Provider) ที่ทำการประสานระหว่างโรงงาน หรือบริษัทเจ้าของสินค้า ที่ต้องการว่าจ้างให้ทำการขนส่งสินค้าไปถึงปลายทางได้ตามเวลาที่กำหนด ด้วยการคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งที่มีคุณภาพและมาตรฐาน พร้อมทั้งยังจัดส่งสินค้าได้ด้วยความปลอดภัยตรงตามเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้

“กว่า 52 ปี ที่บริษัทฯได้ดำเนินธุรกิจขนส่ง ซึ่งเป็นการรับไม้ต่อมาจากรุ่นพ่อ ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ว่าจ้างที่ได้ใช้บริการกับบริษัทฯ เรามีประสบการณ์และศักยภาพที่จะเป็นสื่อกลางการบริหารจัดการระหว่างผู้ว่าจ้างกับบริษัทขนส่ง ให้สามารถจัดส่งได้สำเร็จตามที่ลูกค้าต้องการ เนื่องเพราะทางบริษัทฯ ได้คัดเลือกและสร้างมาตรฐานของกลุ่มขนส่งพันธมิตรที่มีอยู่ 51 บริษัท ให้สามารถทำการขนส่งสินค้าได้หลากหลาย ครอบคลุมทุกเส้นทางทั่วประเทศ มีประเภทรถต่าง ๆ ไว้บริการ และสามารถรองรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้รถในปริมาณมาก ๆได้อีกด้วย” 

เดินหน้าปรับมาตรฐานบริษัทฯให้เป็นสากล 

อย่างไรก็ดี ดร.ชุมพล สรุปปิดท้ายถึงแนวทางการพัฒนาบริษัทฯให้ได้มาตรฐานสากลว่าว่าบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าที่จะทำให้มาตรฐานการทำงานทุกอย่างเทียบเท่ากับบริษัทขนส่งต่างชาติ โดยมีการปรับระบบงานใหม่เกือบทั้งหมด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน คาดต้นปี 62 ระบบการทำงานต่าง ๆจะเต็มรูปแบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงานทั้งทางเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาด้านไอทีที่จะทำให้กลุ่มลูกค้าสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งทุกอย่างจะต้องเป็นไปอย่างถูกต้องและแม่นยำที่สุด เพื่อลูกค้าสามารถได้รับการบริการอย่างสมบูรณ์แบบ

“บริษัทฯ ได้รับมาตรฐาน ISO ก็จะยิ่งทำให้ผู้ว่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศและต่างประเทศมีความเชื่อมั่นเต็ม 100% ในเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ จะทำการระดมทุนและจดทะเบียนตั้งบริษัท จาก หจก. เป็น บจก. เพื่อให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมทั้งจะระดมทุนจัดตั้งบริษัทในเครือเพื่อดูแลเกี่ยวกับการขนส่งและโลจิสติกส์ให้พร้อมรองรับกับการขยายงานในอนาคตต่อไป”

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงโลกการค้าการลงทุนอันเชี่ยวกราก หากไม่มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาตัวเองก็รังแต่จะนับวัน “ถอยหลังลงคลอง”

“บี.เอส.ขนส่ง” คืออีกหนึ่งบริษัทขนส่งสายพันธุ์ไทย ที่ยอมปรับเปลี่ยนและพัฒนาตัวเองเพื่อรองรับโอกาสทองทางธุรกิจที่กองอยู่ข้างหน้า

…สมดังกับคำกล่าวที่ว่า “ไม่สูงต้องเขย่งไม่เก่งต้องขยัน”ฉันใดก็ฉันนั้นแล!