JWD เปิดยุทธศาสตร์ครบ 4 ทศวรรษ ลุยทุกมิติพุ่งเป้า“เติบโตมั่นคงยั่งยืน”

0
39

ภายใต้ยุทธจักรธุรกิจผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และบริหารจัดการซัพพลายเชนครบวงจร  JWD เจ้าของสโลแกน “ คิดอย่างผู้นำ…ทำให้ต่างอย่างมืออาชีพ” ต้องติดโผหนึ่งในผู้นำวงการอย่างแน่นอน

ล่าสุด ถือได้ฤกษ์วงล้อธุรกิจครบรอบ 4 ทศวรรษ ประกาศทรานฟอร์มธุรกิจรับมือสมรภูมิโลจิสติกส์เมืองไทยอุณหภูมิทวีแข่งเดือด ชูกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรข้ามชาติต่อยอดธุรกิจครบวงจรทั้งแนวกว้าง-ลึกภายใต้ 4 กลุ่มธุรกิจ เน้นการใช้เครื่องยนต์ “เทคโนโลยี” เป็นแกนหลักเดินเครื่องพัฒนาธุรกิจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมควง บ.ฟู้ดไต้หวัน ขยายแนวรบบริการ “ฟู้ดซัพพลายเชน” บุกตลาดอาเซียนและจีน – ไต้หวัน

ต่อยอด 4 ธุรกิจครบวงจรทั้งแนวกว้าง-ลึก

คุณชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWD  เปิดเผยว่าในวาระครบรอบ 40 ปี บริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรับมือการแข่งขันของธุรกิจโลจิสติกส์ที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงอิทธิพล Digital Disruption ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้ 4 แกนหลักคือ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์, ธุรกิจอาหาร, ธุรกิจไอที และธุรกิจอินเวสต์เม้นต์ 

“กลุ่มแรกที่เป็นธุรกิจโลจิสติกส์ เราจะเพิ่มเพิ่มบริการที่หลากหลายเพื่อครอบคลุมบริการครบวงจรรองรับลูกค้าทั้งแบบ B2B และ B2C อาทิ การขนส่งเครื่องจักรกลหนักที่ตอบรับโครงการลงทุนต่างๆ ในอีอีซี และบริการขนส่งอีคอมเมิร์ซโดยในเซกเม้นต์นี้เราได้ทำการร่วมทุน CJ LOGISTICS จากเกาหลีใต้ จัดตั้งบริษัท CJL JWD Logistics  เพื่อให้บริการโลจิสติกส์แบบ B2B โดยอาศัยเน็ตเวิร์คที่แข็งแกร่งของ CJ และ  B2C รองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้บริษัทสามารถขยายบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเทรนด์โลกมากยิ่งขึ้น” 

นอกจากนี้ CEO ของ JWD ระบุอีกว่าการร่วมทุนในครั้งนี้ตอกย้ำศักยภาพเป็นแรงส่งให้เรามีศูนย์กระจายสินค้าและศูนย์คัดแยกสินค้ากว่า 5 แสนชิ้น/วัน  ซึ่งตั้งอยู่ถนนบางนา-ตราด กม.10 โดยจะเปิดให้บริการในนาม CJ LOGISTICS ในเดือนพ.ค.62 นี้ ศุนย์ฯนี้จะครอบคลุมไปถึงทั้งตลาดอิ-คอมเมิร์ซทั้งหมด

“การผูกพันธมิตรนี้จะทำให้เราแกร่งแข็งรองรับตลาดที่มีเทรนด์การเติบโตในปี 2020  โดยเซอร์วิสที่เราจะเดินหน้านี้จะรวมไปถึงคัดแยกสินค้า และการขนส่งถึงบ้านลูกค้า ศูนย์ฯแห่งนี้สามารถบริหารจัดการ และจัดส่งสินค้าต่อวันเริ่มตั้งแต่ 650-4,420 เจ้า ซึ่งเป็นยอดที่เราตั้งเป้าเอาไว้”

ตั้งเป้า “เบอร์หนึ่ง” ผู้ให้บริการ Self-Storage

ขณะที่ธุรกิจผู้ให้บริการ Self-Storage (ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า) นั้น คุณชวนินทร์ ให้รายละเอียดว่าธุรกิจนี้เป็นอีกหนึ่งในขาธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นเทรนด์ธุรกิจใหม่มาแรงของประเทศในเวลานี้ ปัจจุบันเรามีอยู่ 2 สาขาด้วยกัน คือสาขาแรกคือที่ซอยกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ ดำเนินการมาแล้วประมาณ 4 ปี กับอีกสาขาที่สยาม ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้วเมื่อปลายปีที่แล้ว มาถึงปีนี้เรามีแผนงานขยาย JWD  Self-Storage เพิ่มให้ครบ 10 สาขาภายในปี 2020

“จุดมุ่งหมายของเราในการรุกขยายธุรกิจนี้ก็เพื่อมีเป้าหมายเพื่อการเป็นเบอร์หนึ่งในเมืองไทยภายในปี 2020 ในแง่ของพื้นที่การบริการ และที่สำคัญเราขยายธุรกิจนี้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย และเวียดนาม เป็นต้นอีกด้วย โดยไตรมาสสี่ปีนี้จะเริ่มเห็นสาขารามอินทราและสาขาเทียมร่วมมิตร ส่วนสาขาเพชรพระรามจะเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาสแรกปีหน้า และอีก 5 สาขาที่เหลือคือ สาขาพญาไท, รัชดาฯ,ลาดพร้าว, ทองหล่อ, สาทร และบางแค ก็จะครบถ้วนภายในปี 2020 นอกรวมถึงการขยายธุรกิจนี้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย และเวียดนาม เป็นต้นอีกด้วย”

บริการยกขนตู้รถไฟบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง

อย่างไรก็ดี CEO ของ JWD กล่าวต่อว่าอีกหนึ่งโครงสร้างธุรกิจใหม่ด้านโลจิสติกส์ที่เราเน้นย้ำอีกหนึ่งธุรกิจ ก็คือการขนส่งทางรถไฟ โดยปีที่แล้วเราเพิ่งเริ่มเข้าไปให้บริการยกตู้สินค้าในพื้นท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นตู้สินค้ามาจากทางรถไฟ 3 สาย ได้แก่ มาบตะพุด สายอีสาน และสายใต้ ซึ่งเป็นการบริการขนส่งตู้สินค้าจากทางรถไฟ 3 สายสำคัญนี้ ที่เราเป็นผู้บริหารทั้งหมดในเรื่องตู้สินค้าไปยังท่าเทียบเรือของท่าเรือแหลมฉบัง

“ปีนี้คาดหวังว่าเราจะบริหารจัดการขนส่งตู้สินค้าที่มาจากจากรถไฟ 3 สายนี้เกิน 1 แสนตู้/ปี โดยปีที่แล้วเราทำได้เฉลี่ย7-9 พันตู้/เดือน กับเป้าที่เราวางไว้ 1 แสนตู้/ปีในปีนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้ JWD ประมาณ 60-80 ล้านบาท”

ปูทางสู่การเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน

ส่วนโครงสร้างอีก 3 กลุ่มธุรกิจนั้น คุณชวนินทร์ แจงรายละเอียดว่ากลุ่มธุรกิจอาหาร เราให้บริการฟู้ดซัพพลายเชนโซลูชั่นส์ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบสำหรับลูกค้า กระบวนการแปรรูปและจัดเตรียมวัตถุดิบพร้อมปรุง อีกทั้งให้บริการจัดเก็บและกระจายสินค้า รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกี่ยวกับอาหารจากทั่วโลก   

“ขณะที่กลุ่มธุรกิจไอทีเราจะใช้เทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการพัฒนาและดำเนินธุรกิจ มุ่งพัฒนาด้านการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติที่สำคัญ (Business Intelligence) เพื่อใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางช่วยให้สามารถตัดสินใจในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ สามารถพยากรณ์ความต้องการของลูกค้าได้ล่วงหน้า รวมทั้งสร้างให้เกิดโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ส่วนกลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มธุรกิจอินเวสต์เม้นต์ เราจะเน้นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ กองทุนที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์ รวมทั้งการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต”

อย่างไรก็ดี CEO ของ JWD ปิดท้ายว่า โครงสร้างธุรกิจใหม่ของบริษัทฯทั้งหมดที่ว่ามานี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนยิ่งขึ้น ปัจจุบัน JWDได้ขยายบริการโลจิสติกส์เข้าสู่ตลาดหลักและตลาดใหม่ของอาเซียนครบ 9 ประเทศตามเป้า ได้แก่ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม สิงค์โปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ส่วนฟิลิปปินส์มีแผนเข้าลงทุนภายในปีนี้  ทิศทางต่อไปคือ การขยายบริการฟู้ดซัพพลายเชนเจาะเข้าไปในแต่ละประเทศ รวมถึงการขยายโอกาสไปในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีนและไต้หวัน

 บนสังเวียนการค้ายุคนี้ท่ามกลางอุณหภูมิการแข่งขันที่ทวีเดือด การเติบโตแบบก้าวกระโดดแต่ไร้ทิศทางที่มั่นคงและยั่งยืน อาจไม่ใช่ “คำตอบสุดท้าย” บนสังเวียนการค้ายุคนี้ท่ามกลางอุณหภูมิการแข่งขันที่ทวีเดือดอีกต่อไป

เติบโตเร็วแรงทะลุนรกแต่ไร้ทิศทางความแข็งแกร่งอย่างสมดุลย ก็ไม่ต่างอะไรกับการขับรถยนต์ทิ่เร่งเครื่องด้วยความเร็วสูง แต่ดันแหกโค้งเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางดับอนาถ ฉันใดก็ฉันนั้นแล!