ครม.ไฟเขียวรถไฟทางคู่สายใหม่ บ้านไผ่-นครพนม วงเงิน 6.68 หมื่นล้าน เปิดใช้ต้นปี 68

0
74

สิ้นสุดการรอคอยมาก 50 ปีหลังครม.อนุมัติรถไฟทางคู่สายใหม่ บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม.วงเงิน 6.68 ล้าน เชื่อมเส้นทางการค้าระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออกตอนบน คาดเปิดให้ได้ต้นปี 68

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยวว่ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562มีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม ในวงเงิน 66,848.33 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (ปีงบประมาณ 2561 – 2568) ด้วยวิธีประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ลักษณะโครงการจะดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟใหม่ จำนวน 2 ทาง เป็นคันทางระดับดิน และบางส่วนเป็นทางรถไฟยกระดับ ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ทั้งหมด 70 ตำบล 16 อำเภอ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม โดยมีการก่อสร้างสถานีรถไฟใหม่ จำนวน 30 สถานี 1 ชุมทาง ลานบรรทุกตู้สินค้า 3 แห่ง และย่านกองตู้สินค้า 3 แห่ง มีโรงซ่อมบำรุงบริเวณสถานีภูเหล็ก (จังหวัดขอนแก่น)

ทั้งนี้ โครงการนี้รัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งสิ้น โดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายปีและให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้และค้ำประกันเงินกู้ภายในประเทศตามความเหมาะสม แยกเป็นให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้เป็นค่าที่่ปรึกษาสำหรับสำรวจอสังหาริมทรัพย์ ค่าเวนคืนที่ดินและอสังหาฯ และค่าจ้างที่ปรึกษาประกวดราคา 10,255.33 ล้านบาท ส่วนค่าก่อสร้าง 55,462 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง 1,131 ล้านบาท รวม 56,543 ล้านบาท ให้กระทรวงการคลังจัดหาเงินกู้จากแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสมให้ รฟท.กู้ต่อ

นอกจากนี้ รถไฟทางคู่เส้นนี้ ถือเป็นรถไฟสายใหม่เส้นทางที่2 ที่อนุมัติโดยรัฐบาลนี้โดยเส้นทางแรกคือเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ความพิเศษของรถไฟเส้นทางนี้คือการวิ่งผ่านตอนกลางของภาคอีสานรองรับระเบียงการค้าแนวตะวันตก-ตะวันออกตอนบน และวิ่งผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 แห่ง ที่จ.มุกดาหารและจ.นครพนม

นอกจากนี้ ยังเป็นโครงการรถไฟที่ใช้เวลาดำเนินการมานานกว่า 50ปี นับตั้งแต่เริ่มศึกษามาตั้งแต่ปี 2532 เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วจะเชื่อมกับรถไฟทางคู่ที่มากจากจ.ตาก ที่จ.ขอนแก่น ทำให้เป็นเส้นทางตะวันตก-ตะวันออกของประเทศอย่างสมบูรณ์เชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่เมียนมา สปป.ลาวและเวียดนาม คาดจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในเดือนม.ค.64 แล้วเสร็จในเดือนธ.ค.67 สามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ในเดือนม.ค.68