TDRI ออกโรงแก้ปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพง

0
41

นิตยสาร LOGISTICS TIME  ฉบับประจำเดือนมิถุนายน  2562    เป็นความเดือนร้อนคนกรุงเทพฯ ของประชาชนคนใช้รถไฟฟ้าเวลานี้  ที่ต้องจ่ายค่ารถไฟฟ้าแพง…   หลังสำนักวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ( TDRI ) ออกโรงชี้แจงปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าของบ้านเราพบว่า    แพงกว่าสิงคโปร์20%   และชี้ทางออกให้แบบเบ็ดเสร็จ คือการทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาโดยสารถูก โดยให้ทางรัฐเร่งออกมาตรการอุดหนุนปีละ 10,000ล้าน   กล่าวคือ   …. ดร.สุเมธ  องอากิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบาย การขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยบอกว่า  ปัญหาที่กรมขนส่งทางรางจะต้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาระบบรางเพื่อประชาชนก็คือ ต้องทำการควบคุมค่ารถไฟฟ้าในเมืองหลวงและโครงการที่เกี่ยวเนื่องจากการเก็บข้อมูล   เพราะค่ารถไฟฟ้าในเมืองนั้นแพง เกินกว่ากำลังซื้อของผู้มีรายได้น้อยส่งผลให้ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้ปานกลาง และรายได้สูงขณะที่คนจนกลับเข้าไม่ถึงบริการรถไฟฟ้า

 …..ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับผลการศึกษาพบว่า   ค่ารถไฟฟ้าในเมืองหลวงของไทยนั้นสูงกว่าค่ารถไฟฟ้าในประเทศสิงคโปร์มากกว่า 20% รัฐบาลสิงคโปร์จะมีการปรับค่ารถไฟฟ้าตามเศรษฐกิจใหม่และรายได้ของประชากรแล้วแต่ตับยังคงพบว่าค่ารถไฟฟ้าไทยก็ยังแพงกว่าอยู่ดี   …….ดังนั้น  รัฐบาลต้องศึกษาโมเดล การกำหนดค่ารถไฟฟ้าในต่างประเทศ อาทิโมเดลของประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งมีการยกเว้นค่าแรกเข้าเมื่อมีการเปลี่ยน เส้นทางรถไฟฟ้าหรือการใช้ระบบตั๋วร่วมเพื่อลดค่าบริการขนส่งสาธารณะ

นอกจากนี้    รัฐบาลควรต้องกลับมาทบทวนว่าควรให้ความสำคัญกับเรื่องของรถไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาจราจรหรือไม่เพราะในแต่ละปีรัฐบาลอัดฉีดเงินอุดหนุนภาคท่องเที่ยวปีละ 10,000-20,000บาทต่อคน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแต่กับเรื่องของค่ารถไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวนั้น กลับไม่มีการ อุดหนุน แต่อยากได้ หากรักจะส่งเสริมให้มีการ นามบัตรรถไฟฟ้ามาจากภาษีได้ก็จะเป็นการดีเพราะผลการศึกษาพบว่าอัตราค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 1000 บาทต่อคน   ดังนั้น  การลดหย่อนภาษีรถไฟฟ้าปีละ 10,000 บาทซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวที่น่าจะกระทำเป็นอันดับแรก   อย่างไรก็ตาม อินทราภรณ์ …ขอสนับสนุนไอเดียปรับลดค่ารถไฟฟ้าของ TDRI เต็มสูบ   แต่กระนั้นเรื่องนี้จะเป็นจริงได้ก็ต้องฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ทราบแล้วเปลี่ยน..

ต่อกันที่ผลการประมูลดิวตี้ฟรี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   เป็นไปตามคาด เมื่อ  KING POWER  สามารถคว้าชัยชนะประมูลดิวตี้ฟรี ได้   โดยเรื่องนี้  ทาง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)​ หรือ AOT ประกาศว่า KING POWER เป็นผู้ชนะประมูลบริหารพื้นที่ร้านค้าปลอดอากร หรือ ดิวตี้ฟรี ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเข้ามายื่นข้อเสนอทางการเงิน 3 ราย และ AOT จะเจรจาต่อรองข้อเสนอต่างๆ ก่อนเสนอคณะกรรมการพิจารณาในวันที่ 19 มิ.ย. 62  บริษัทที่เข้าร่วมประมูลพื้นที่ Duty Free ได้แก่ กิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี ซึ่งประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ ถือหุ้น 49% บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ ถือหุ้น 49% บริษัท บางกอกแอร์เวย์โฮลดิ้ง ถือหุ้น 2% อีกกลุ่มคือ กิจการร่วมค้าบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) ประกอบด้วย บริษัท ROH ถือหุ้น 36% บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป ถือหุ้น 15% อีกกลุ่มคือ WDFG UK LIMITED จากประเทศอังกฤษ ในเครือ Dufry ถือหุ้น 49%

อย่างไรก็ตาม  ก่อนหน้านี้ ไมเนอร์​ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หลังยื่นซองประมูลแล้วถูก AOT ปรับสอบตก   ….นอกจากนี้ยังมีกรณี สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ออกมาเรียกร้องให้ AOT ทบทวนเงื่อนไขการประมูล Duty Free ที่ไม่ควรมีผู้ชนะประมูลเพียงรายเดียว แต่ควรแบ่งตามประเภท เพื่อให้มีการแข่งขัน มีความหลากหลาย และประเทศควรได้ผลประโยชน์จากส่วนแบ่งรายได้มากกว่านี้

…….แวดวงพลังงานในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนขึ้น –ลง เป็นว่าเล่น  กระทรวงพลังจับมือกัน    บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด มหาชน )   หรือ  พีทีที โออาร์ ร่วม “พิธีเปิดจำหน่ายน้ำมันดีเซล บี10 เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในสถานีบริการน้ำมัน” ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดชลบุรี  ร่วมสนับสนุนการใช้น้ำมันดีเซล บี 10   เพื่อช่วยเหลือชาวสวนปาล์ม ให้ได้ราคาปาล์มเพิ่มสูงขึ้น   ถือเป็นสัญญาณที่ดี    เรื่องนี้มีสุ่มเสียงจาก ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่ากระทรวงพลังงานมีแผนงานให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 เป็นน้ำมันประเภทหลักของประเทศไทยทดแทนน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 ในปี 2564

……โดยกระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 และ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อุดหนุนราคา ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 1 บาทต่อลิตร   ซึ่งหากเป็นไปตามที่วางแผนไว้ จะทำให้มีการใช้น้ำมันปาล์มดิบรวม 2 ล้านตันต่อปี เป็นไปตามยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมันของประเทศ  จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี …….ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมั่นใจว่าจากคุณภาพมาตรฐานของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 ความพร้อมของสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น รวมถึงความพร้อมของค่ายรถยนต์ที่ปัจจุบันให้การรับรองว่ารถยนต์ของตนสามารถใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 ซึ่งมีถึง 12 ยี่ห้อ รวม 944 รุ่น นั้น จะช่วยให้ผู้ใช้รถดีเซลมั่นใจในคุณภาพของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 มากยิ่งขึ้น อินทราภรณ์ …. ก็เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มไม่ได้จริงๆ  ดังนั้น  จึงใคร่อยากฝากให้ไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ดูแลสานต่อเรื่องนี้ด้วย   เช่นเดียวกับ …ข้อท้วงติงจาก         TDRI เรื่อง ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงเกิน

   เหลีอบไปเห็นข่าวนี้ ทีแรกแถบไม่อยากจะเชื่อ  แต่ก็ต้องเชื่อเพราะเป็นไปแล้ว    เกี่ยวกับอันดับการแข่งขันไทยขยับตัวดีขึ้น    พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  บอกว่า  ผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย ประจำปี 2562 ซึ่งประเมินโดย International Institute for Management Development หรือ IMD ที่ปรากฏว่า ไทยมีอันดับดีขึ้นถึง 5 อันดับ จากอันดับที่ 30 เป็น 25 ซึ่งนับเป็นอันดับที่ดีที่สุดในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา .

……ขณะที่ปี 2562 ผลการจัดอันดับดีขึ้น 3 ด้าน จากทั้งหมด 4 ด้าน คือ สภาวะเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพของภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนประสิทธิภาพของภาคธุรกิจยังเป็นประเด็นท้าทายที่ไทยจะต้องพัฒนาต่อไป  โดยหลังจากนี้ประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์โดยตรง ซึ่งรัฐบาลเร่งส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ จึงทำให้อันดับเรื่องการลงทุนจากต่างประเทศดีขึ้นมาก เช่นเดียวกับการปรับปรุงกระบวนการอำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจผ่านระบบดิจิทัล ทำให้การบริการรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

             พบกันใหม่ฉบับหน้า…….