ห้ามสิบล้อวิ่งวันคี่เซ่นพิธี“จับแพะบูชายัญ”ไล่ฝุ่นมรณะPM2.5

0
452

รู้กันทั้งป่าดงดิบสิบล้อเมืองไทยแล้วสำหรับมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อ 21 ม.ค.63 ที่เปิดไฟเขียวย๊าวยาวกับ 12 มาตรการล้อมคอกปัญหาฝุ่นPM2.5 พร้อมเปิดทางสะดวกโยธินให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งบังคับใช้ได้เต็มอัตราศึก

ทั้งมิติเข้มคุมรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯตรวจควันดำรถบรรทุก-รถโดยสาร คุมการปล่อยฝุ่นของโรงงานอุตฯ ดูแลการก่อสร้างในเขตเมืองให้ลดฝุ่นลดจราจรติดขัด ห้ามการเผาในที่โล่ง ลดราคาน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมที่ก่อฝุ่นน้อย ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เป็นต้น

1 ใน 12 มาตรการที่ถือว่าเป็น “ยาแรง”กระแทกหัวอกสิงห์รถบรรทุกไปเต็มเปา ที่ว่ายาแรงก็เพราะเป็นการ “ห้ามรถบรรทุกสิบล้อ”ขึ้นไปวิ่งถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกรอบนอกในวันคี่โดยเด็ดขาด เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. และให้เข้าได้ในช่วงหลังเวลา 21.00-05.00 น.ยกเว้นรถบรรทุกอาหารสดเท่านั้น ส่วนวันคู่สามารถเข้าได้ช่วงเวลาตามปกติ โดยมีระยะเวลา 2 เดือนสิ้นสุดเดือนกุมภาฯนี้

หวยออกมาแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับปฏิบัติการ “จับแพะบูชายัญ”ฝุ่น PM 2.5 ยังกับว่าพวกเขาเป็นต้นตอปัญหาแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่ต้นตอปัญหาฝุ่นในเมืองหลวงและปริมณฑลตามที่กรมควบคุมมลพิษร่ายเอาไว้ ร้อยละ 72.5 มาจากการคมนาคมขนส่ง เป็นรถบรรทุกกว่าร้อยละ 28 ร้อยละ 7 มาจากรถบัส ร้อยละ 21 มาจากรถกระบะ ร้อยละ10 มาจากรถยนต์ส่วนตัว และอีกร้อยละ 5 มาจากบรรดาแมงกะไซค์

แม้พอจะบังคับขืนใจให้รับได้ว่าเป็นมาตรการระยะสั้น และ…OK “ต้นตอ”บ่อเกิดฝุ่นจิ๋วมหาภัยนั้น ร้อยละ 72.5 มาจากการคมนาคมขนส่ง และในจำนวน 72.5 % นั้นเป็นรถบรรทุกร้อยละ 28 ที่สังคมพยายามยัดเยียดว่าเป็น “ต้นตอตัวเอ้”ฝุ่นเจ้ากรรมนายเวร PM2.5 เพียงเพราะพวกเขาเป็นพี่ใหญ่บนท้องถนนอะไรเทือกนั้น

แต่ไฉนเล่า?ภาครัฐกลับยัดเยียดให้สิบล้อซด “ยาแรง แค่เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น!

แล้วรถบัส รถกระบะ รถยนต์ส่วนตัว หรือแม้แต่บรรดาแมงกะไซต์ ก็ล้วนแล้วมีส่วนเป็นต้นตอด้วยกันทั้งน๊าน!…ทำไมไม่กล้าอัญเชิญยาแรงให้ดื่มด่ำแก้กระหายแก้คอแห้งบ้างล่ะ?   

เยี่ยงนี้แล้วมันคือการเลือกปฏิบัติหรือไม่? และมันคือแก้ปัญหาที่ตรงจุดและเป็นธรรมสำหรับพี่น้องสิบล้อแล้วหรือไม่? แล้วความเดือดร้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้น…ใครจะช่วยเยียวยาล่ะเจ้าคะพระเดชพระคุณท่าน?

อย่าแกล้งโง่ลืมนะครับ!การห้ามสิบล้อวิ่งบนถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกนี้ไม่ต่างอะไรกับ “ปิดตายรถสิบล้อ”วิ่งเข้าเขตชั้นในเมืองหลวงเชียวนะ ระบบคมนาคมขนส่งเชื่อมจากเหนือ-อีสานเข้าใจกลางเมืองต่อไปท่าเรือและคลังสินค้าต่างๆ  หรือเชื่อมไปยังภาคกลางลากยาวล่องใต้แทบเป็นอัมพาต กระทบชิ่งซึมลึกถึงการส่งออกตลอดถึงห่วงโซ่การขนส่งและโลจิสติกส์อื่นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อรัฐห้ามสิบล้อวิ่งวันคี่ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. และเปิดให้เข้าได้ในช่วงหลังเวลา 21.00น. – 05.00 น.ยกเว้นรถบรรทุกอาหารสดเท่านั้น บรรดารถบรรทุกสิบล้อจากทุกสารทิศก็จะเกิดการ “แออัด”มัดรวมอยู่เขตรอบนอกเพื่อรอเวลาวิ่งเข้าสู่ใจกลางกรุงในวันคู่  

ครั้นพอถึงวันคู่ที่รอคอยมวลหมู่สิบล้อที่ “อั้น”อยู่ก็จะไหลรวมเข้าไปเขตชั้นในใจกลางเมืองหลวง มันจะไม่ก่อให้เกิดปริมาณรถที่หนาแน่นและการจราจรเกิดติดขัดวินาศสันตะโรมากกว่าเดิมหรือไม่?

แล้วปริมาณฝุ่นที่(อาจ)จะลดในวันคี่จากการ“บล็อกรถสิบล้อ“ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในเขตเมืองชั้นในตามเจตจำนงภาครัฐอะไรพันธุ์นั้นน่ะ แต่มันจะมาเพิ่มดีกรีเข้มข้นในวันคู่หรือไม่ ?แล้วมันคุ้มค่าราคาคุยกับมาตรการที่รัฐภูมิใจนำเสนอหรือไม่?ครับท่านเจ้าคุณ!  

จากปฏิบัติการห้ามสิบล้อวิ่งเข้ากรุงวันคี่ของภาครัฐดูเหมือนจะไม่ต่างอะไรกับ “ลิงแก้แห”ที่แก้เท่าไหร่ก็ยิ่งยุ่ง เพราะต่อให้ห้ามสิบล้อวิ่งทั้งวันคู่-คี่ก็ตามทีเหอะ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็ยังไม่ลดลงอยู่ดี ตราบใดที่ไม่กล้าแตะต้นตอปัญหาใต้พรมอื่นๆคู่ขนานไปด้วย

ตราบใดที่กทม.และปริมณฑลยังมีปริมาณรถมหาศาล ปัญหารถติดวินาศสันตะโรยังอยู่ยงคงกระพัน ไม่มีการทำหมันรถเก่า-เครื่องยนต์เก่า ทั่วกรุงยังอุดมด้วยการก่อสร้าง มีการระดมเผาในที่โล่งแจ้ง และโรงงานอุตฯยังขยันปล่อยควันพิษ

รัฐต้องมีนโยบายที่แน่วแน่ แผนงานมีขั้นตอนงานชัดเจน บังคับใช้อย่างทั่วถึงเป็นธรรม และทำต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าดับเครื่องชนแบบไฟไหม้ฟาง ไม่เช่นนั้นไอ้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ก็ยังเที่ยวหลอกหลอนคนกรุงและปริมณฑลอยู่ร่ำไปนั่นแหล่ะ!มันเป็นการสะท้อนว่าการห้ามสิบล้อวิ่งวันคี่มันก็แค่ปฏฺิบัติการ… “ล้อมคอกปัญหา”ดีๆนี่เอง!

อารมณ์พลพรรคสิบล้อห้วงนี้หดหู่และสิ้นหวังไม่ต่างอะไรกับการที่กำลังถูกรัฐจับมัดโซ่ตรวนเป็น “แพะบูชายัญ”บวงสรวงพิธีกรรมไล่ฝุ่น PM 2.5 เพื่อความสงบร่มเย็นสุขภาพแห่งมวลประชา ทว่า พวกเขามีเกียรติพอที่จะถูกจารึกไว้ใน“คัมภีร์ไล่ฝุ่น” หรือทรงคุณค่าพอกับเหรียญกล้าหาญไว้เป็นที่ระลึกหรือไม่?

เพ่งกสิณในธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟแล้ว…คงเหลือแต่ “สุญญตา”…ในสายตาเธอประเทศไทย!

:ปีศาจขนส่ง