บขส.ปรับตารางเดินรถสายเหนือ-อีสาน-ใต้หลังผ่อนคลายการเดินทาง เริ่ม1พ.ค.นี้

0
27

นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ปรับตารางการเดินรถใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีมาตรการผ่อนคลายในการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 รวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางของประชาชน เนื่องจากในเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน โดยมีการปรับเส้นทางต่าง ๆ ดังนี้

1. เส้นทางภาคเหนือ จะเปิดให้บริการ 14 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ กรุงเทพฯ – เชียงราย กรุงเทพฯ – อุตรดิตถ์ กรุงเทพฯ – น่าน กรุงเทพฯ – แม่สอด กรุงเทพฯ – แม่สาย กรุงเทพฯ – เชียงคำ กรุงเทพฯ – อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรุงเทพฯ – หล่มเก่า และกรุงเทพฯ – คลองลาน รวม 40 เที่ยววิ่ง

2. เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เปิดให้บริการ 24 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงคาน กรุงเทพฯ – มุกดาหาร กรุงเทพฯ – นครพนม กรุงเทพฯ – โขงเจียม กรุงเทพฯ – บุรีรัมย์ (แยกปักธงชัย) กรุงเทพฯ – หนองคาย กรุงเทพฯ – สุรินทร์ (แยกปักธงชัย) กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี กรุงเทพฯ – อำนาจเจริญ กรุงเทพฯ – ตราด กรุงเทพฯ – รัตนบุรี และกรุงเทพฯ – สระบุรี รวม 54 เที่ยววิ่ง

3. เส้นทางภาคใต้ เปิดให้บริการ 13 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ – ปัตตานี – ยะลา กรุงเทพฯ – สงขลา กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ กรุงเทพฯ – คลองท่อม – กระบี่ กรุงเทพฯ – ดอนสัก – เกาะสมุย หมอชิต2 – ภูเก็ต หมอชิต2 – กระบี่ หมอชิต2 – ตรัง – สตูล หมอชิต2 – เกาะสมุย และหมอชิต2 – นครศรีฯ – หัวไทร รวม 36 เที่ยววิ่ง

ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศ 15 เส้นทาง บขส. ยังหยุดการเดินรถชั่วคราว จนกว่าจะมีประกาศให้สามารถเปิดเดินรถระหว่างประเทศได้ ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถจองตั๋วและตรวจสอบตารางการเดินรถ บขส. ผ่านช่องทางออนไลน์ Application E – Ticket และ Website บขส. www.transport.co.th หรือสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม โทร. Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวเพิ่มเติมว่าได้สั่งกำชับให้ทุกฝ่ายของ บขส. เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางของประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัย 4 พร้อม ทั้งสถานีพร้อม คนพร้อม รถโดยสารพร้อม และบริการพร้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินงานภายใต้มาตรการ COVID Free Setting สำหรับบริการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ มีการตรวจวัดอุณหภูมิ เว้นระยะห่างในสถานีขนส่ง จัดให้มีการระบายอากาศที่ดีและเพียงพอ รถโดยสารทุกคันต้องทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ส่วนพนักงานประจำรถ ต้องตรวจหาเชื้อ COVID-19 แบบ Antigen Test Kit (ATK) ทุก 3 วัน และพนักงานขับรถ ต้องมีผลตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดเป็นศูนย์ อย่างไรก็ดีในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข D – M – H – T – T อย่างเคร่งครัด รวมทั้งต้องเช็กอินบนแอปพลิเคชันไทยชนะ หรือกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เมื่อเข้าใช้สถานีขนส่งและรถโดยสารด้วย