JWDขึ้นแท่น“ผู้นำคลังสินค้าโรโบติกส์”ด้วย AI เพิ่มศักยภาพ Smart Warehouse

0
29

JWD ก้าวสู่ผู้นำคลังสินค้าโรโบติกส์หลังรุกขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เตรียมเปิดบริการคลังสินค้าห้องเย็นโรโบติกส์อีก 3 อาคารในครึ่งปีหลังนี้หลังเพิ่งเปิดตัวคลังโรโบติกส์สำหรับจัดเก็บเอกสาร DataSafe แห่งแรกในประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถจัดเก็บสินค้า เพิ่มความรวดเร็วแม่นยำ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า แก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน วางแผนนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการต่างๆ เพิ่มขึ้นเพิ่มศักยภาพสู่ Smart Warehouse

รายละเอียดดังกล่าวจะเป็นอย่างไร?ไปไขความกระจ่างผ่านวิสัยทัศน์ “ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา”ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD

มุ่งยกระดับผู้นำคลังสินค้าโรโบติกส์

บริษัทฯมุ่งยกระดับธุรกิจให้บริการคลังสินค้าสู่การเป็น “ผู้นำคลังสินค้าโรโบติกส์”หลังได้นำเทคโนโลยีโรโบติกส์เข้ามาใช้กับคลังสินค้าห้องเย็นในจังหวัดสมุทรสาครเป็นครั้งแรกในปี 2562 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถจัดเก็บสินค้า แก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน เพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ ปลอดภัย ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนคลังสินค้าโรโบติกส์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มคลังสินค้าห้องเย็นและขยายไปยังคลังจัดเก็บเอกสาร DataSafe ภายใต้เครือ JWD Group 

ปัจจุบัน JWD มีคลังสินค้าห้องเย็นโรโบติกส์ที่เปิดให้บริการแล้ว 3 อาคาร คิดเป็นพื้นที่จัดเก็บสินค้ารวม 21,000 ตารางเมตร หรือ 46,000 พาเล็ต และกำลังดำเนินการก่อสร้างอีก 3 อาคาร ในจังหวัดสระบุรี สมุทรสาครและย่านบางนา คาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ซึ่งทั้ง 3 แห่งจะเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสินค้ารวมอีก 17,000 ตารางเมตร หรือ 40,000 พาเล็ต รวมเป็น 38,000 ตารางเมตร หรือ 86,000 พาเล็ต นอกจากนี้ยังมีคลังสินค้าจัดเก็บเอกสารโรโบติกส์ที่เปิดให้บริการแล้วอีก 1 อาคาร ในย่านสุวินทวงศ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่จัดเก็บเอกสารเกือบ 5,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 745,000 กล่อง ซึ่ง JWD นับเป็นผู้ประกอบการรายแรกในประเทศไทยที่ให้บริการคลังสินค้าจัดเก็บเอกสารโรโบติกส์

นำเทคโนโลยีโรโบติกส์ควบคุมสั่งการ

หากพิจารณาจากพื้นที่ให้บริการจัดเก็บสินค้า น่าจะถือได้ว่า JWD เป็นผู้นำการให้บริการคลังสินค้าโรโบติกส์ โดยเราต้องการเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บสินค้า แก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน ลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถโฟล์คลิฟต์ จึงนำเทคโนโลยีโรโบติกส์ที่ควบคุมสั่งการด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาร่วมกับซัพพลายเออร์มาปรับใช้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการจัดเก็บได้มากกว่าคลังสินค้าแบบเดิมและตอบสนองลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

คลังสินค้าโรโบติกส์ใช้ระบบจัดเก็บสินค้าแบบอัตโนมัติหรือ Automated Storage Retrieval System (ASRS) โดยมีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติบนรางเพื่อนำสินค้าไปยังเครนและยกขึ้นไปจัดเก็บยังชั้นวาง ซึ่งมีจุดเด่นหลายด้าน ได้แก่

(1) เพิ่มขีดความสามารถการจัดเก็บสินค้าได้สูงสุดถึง 16 ชั้น หรือประมาณ 2 เท่า จากเดิมที่จัดเก็บได้ 5-7 ชั้น ทำให้ประหยัดต้นทุนด้านที่ดิน และสามารถปฏิบัติงานในห้องเย็นที่มีอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียสได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน รวมถึงใช้ระบบเซ็นเซอร์ในการนำทางโดยไม่ต้องใช้แสงสว่างมาก

(2) มีความรวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้ระยะเวลาจัดเก็บและหยิบสินค้าไม่เกิน 3 นาทีต่อ 1 แร็ก (Rack) หรือ 1 พาเล็ต (Pallet) จากเดิมใช้ระยะเวลา 10 นาทีสำหรับระบบโมบายพาเล็ต (Mobile Pallet) และใช้ระยะเวลา 30 นาทีสำหรับระบบชั้นวางแบบดั้งเดิม

(3) ใช้แรงงานลดลงจาก 5-15 คนต่ออาคาร เหลือเพียง 1-2 คนต่ออาคาร เนื่องจากไม่ต้องใช้แรงงานขับรถโฟล์คลิฟต์ (4) ลดพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากไม่ต้องมีรถโฟล์คลิฟต์วิ่งเข้า-ออกอาคารและลดการใช้แสงสว่างในอาคาร

วางแผนนำ AI-นวัตกรรมเพิ่มศักยภาพสู่ Smart Warehouse

บริษัทฯ มีแผนพัฒนาคลังสินค้าโรโบติกส์อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพเป็น Smart Warehouse (คลังสินค้าอัจฉริยะ) โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอื่น ๆ เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงานอื่นนอกจากการจัดเก็บสินค้า ปัจจุบันได้เริ่มทดลองเชื่อมต่อเทคโนโลยี AI เข้ากับกล้องเพื่อจับภาพสินค้าอาหารทะเลบนสายพานลำเลียงเพื่อทำการคัดแยกสายพันธุ์ปลาแทนการใช้แรงงานคัดแยก โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาระบบกล้องให้รองรับการเชื่อมต่อกับกิจกรรมดังกล่าวและดำเนินการขอจดอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงนำระบบแชตบอท (Chat Bot) เข้ามาปรับใช้เป็นพี่เลี้ยงฝึกอบรมพนักงาน ติดตามพนักงานใหม่ที่เข้าทำงาน และต่อยอดสู่การพัฒนาข้อมูลด้านอื่น ๆ

นอกจากนี้ ได้นำเทคโนโลยีโรโบติกส์มาใช้กับกระบวนการทำงานอื่น ๆ ภายในคลังสินค้าห้องเย็น เช่น การจัดเรียงสินค้าบนรถเข็นก่อนนำเข้าห้องฟรีซที่มีอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส เป็นต้น รวมถึงนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้กับคลังสินค้าห้องเย็น Fulfillment ในย่านบางนา ที่มีบริการจัดเก็บ แพ็ก ส่ง อย่างครบวงจรแก่ลูกค้า ที่เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ของปีนี้ มีพื้นที่จัดเก็บสินค้า 2,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการและสร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ในตลาด 

สนับสนุนแนวคิดกรีนโลจิสติกส์

นอกจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและลดต้นทุน JWD ให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์ รูฟท็อปบนหลังคาอาคารคลังสินค้า, กระบวนการบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่, การนำรถโฟล์คลิฟท์ระบบไฟฟ้าเข้ามาใช้ รวมทั้งพยายามมุ่งผลักดันการขนส่งแบบต่อเนื่องหลายรูปแบบทั้งทางบก ราง และเรือเพื่อสนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับกรีนโลจิสติกส์