โรงซ่อมรถไฟแก่งคอย 1.5 พันล้าน โชยกลิ่น

0
0

สุดอึ้ง! บริษัทโนเนมเบียดรับเหมายักษ์คว้างาน ก่อนมุบมิบลดสเปค-จัดหาเครื่องจักรไม่ได้มาตรฐานส่งมอบ หวั่นซ้ำโศกนาฏกรรมเครนถล่มที่สีคิ้ว

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึง ความไม่ชอบมาพากล โครงการก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงรถจักรรถไฟ ชุมทางแก่งคอย สระบุรี มูลค่ากว่า 1,560 ล้าน ที่ รฟท. เปิดประมูลดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2562 หรือเมื่อกว่า 5 ปีมาแล้ว โดยหวังจะให้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงรถจักร และโบกี้สินค้าที่ทันสมัยของประเทศ แต่กลับปรากฏว่า ทั้งสเปคโรงงานซ่อมบำรุง และเครื่องจักรอุปกรณ์ที่บริษัทรับเหมาคู่สัญญาติดตั้ง-ส่งมอบให้ รฟท. กลับมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ผิดไปจาก TOR จนแทบจะเป็นโกดังเซียงกง

โดยการรถไฟฯ ได้เปิดประมูลก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงรถจักรแห่งใหม่พร้อมเครื่องจักร และบ้านพักพนักงาน ชุมทางแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มูลค่าโครงการ 1,710 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562 โดยผลประมูลที่ได้ปรากฏว่า “กิจการร่วมค้ารายหนึ่ง” เป็นผู้ชนะประมูล โดยเสนอราคาต่ำสุด 1,560 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 24 เดือน แต่เอาเข้าจริง โครงการดังกล่าวต้องล่าช้าไปจากกำหนดเดิมร่วม 5 ปี โดยไม่มีการลงนามในสัญญา เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล และมีกรณีร้องเรียนเอกสารการประมูล ไม่ตรงกับ TOR ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของการรถไฟ

ทั้งยังพบด้วยว่า บริษัทรับเหมาที่ชนะการประมูลโครงการนี้ มีทุนจดทะเบียนเพียงแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น แต่กลับสามารถปาดหน้าเอาชนะคู่แข่งที่เป็นยักษ์รับเหมาอย่าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ และ บริษัท ยูนีคคอนสตรัคชั่น ที่เป็นรับเหมายักษ์ที่สุดของประเทศได้ ทำให้ฝ่ายนโยบายไม่กล้าเดินหน้าโครงการ และเก็บงำผลการประมูลเอาไว้ถึง 5 ปี

ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญา เมื่อกลางเดือน เม.ย. 2567 ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรองนายก และ รมว.กระทรวงคมนาคม ท่ามกลางกระแสวิพากษ์ ระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 5 ปี ที่ต้นทุนก่อสร้างต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เหตุใดบริษัทรับเหมารายนี้ยังคงกล้ายืนราคาเดิมตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อนได้

ขณะเดียวกัน มีกระแสสะพัดถึงสาเหตุที่รับเหมาโนเนมรายนี้กล้าฟันราคาประมูลจนเบียดบริษัทรับเหมารายใหญ่ได้ นอกจากมีกลุ่มทุนการเมืองหนุนหลังที่ขนาดยักษ์รับเหมาอย่าง ITD ยังต้องหลีกทางให้แแล้ว ยังคิดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว ให้ฟันราคาลงมาเพื่อให้ได้งานก่อน แล้วค่อยไปหาทางแก้ไขแบบก่อสร้าง ลดสเปกวัสดุอุปกรณ์ ในโครงการลง

และหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขได้ก็ล้มกระดาน แบบ “ล้มบนฟูก” ได้อีก เนื่องจากในเงื่อนไขประมูลและสัญญาที่ รฟท. ลงนามไป มีเงื่อนไข รฟท. ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 10% ของมูลค่าโครงการ คิดเป็นเงินกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งบริษัทรับเหมารายนี้ ได้รับเงินไปแล้ว แต่มีรายงานว่าไม่ได้นำเงินไปใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของงาน แต่บริษัทนำไปหมุนในโครงการอื่น และใส่ถุงขนมไปหลายสิบกิโล เพื่อวิ่งเต้นขอขยายเวลา และแก้ไข-ลดสเปกโครงสร้างลง

นอกจากนี้ หากท้ายที่สุดโครงการนี้ล้มไป หรือไม่สามารถทำตามเงื่อนไขประกวดราคาได้ รฟท. ก็ไม่สามารถยึดหลักประกันหรือเรียกความเสียหายเอาจากคู่สัญญาได้ เพราะบริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่เพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น

#แฉพิรุธเพียบ ลดสเปค-วัสดุอุปกรณ์

มีการตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวยังส่อพิรุธหลายเรื่อง คือ

1. มีการลดปริมาณงานลง โดยลดงานทำทางอุโมงค์ลอดผ่านและให้ไปสร้างเกือกม้าแทน พร้อมทั้งตัดงานท่อระบายน้ำออกไปอีก เพื่อลดต้นทุนให้ผู้รับจ้างมีเงินกำไรเพิ่มกว่า 150 ล้านบาท

2. มีการนำเสนอลดสเปคเหล็กก่อสร้าง โดยผู้รับเหมาอ้างว่าไม่มีสายการผลิตในไทย และคุณสมบัติเทียบเท่ากัน

3. มีคนรถไฟช่วยเหลือดึงผลงานก่อสร้างให้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตอนนี้ผลงานติดลบมากกว่า 15% ซึ่งอยู่ในข่ายต้องถูกบอกยกเลิกสัญญาได้แล้ว แต่มีการเกียะเซียะช่วยเหลือกันจากกรรมการตรวจรับในรถไฟ

3. มีการลดคุณภาพเครื่องจักรเอาของอินเดีย จีน เกาหลีมาใช้ ทั้งๆ ที่รถไฟไม่เคยใช้เครื่องจักรจากประเทศเหล่านี้เลย อีกทั้งสเปคเครื่องจักรที่รถไฟกำหนด พร้อมทั้งราคากลางเป็นราคาของยุโรปตะวันตก ซึ่งเปรียบเหมือนตั้งงบซื้อรถยุโรป BMW BENZ แต่ผู้รับเหมาไปเอารถ EV จีนมาให้การรถไฟฯ แทน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้รับเหมาโครงการมีการลดสเปควัสดุก่อสร้างโรงซ่อมหัวรถจักร เช่น ขนาดเหล็กที่กำหนดไว้เป็น SM400 โดยอ้างว่า ไม่สามารถจัดหาได้ในประเทศ แต่จะขอใช้เหล็ก SS400 แทน ซึ่งมีราคาถูกกว่ามากและคุณภาพต่ำกว่า จนหวั่นซ้ำรอยตึก สตง. ถล่มเมื่อปีก่อน

#สุดอึ้ง! ไร้ประกันอุบัติเหตุ

สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุด คือ บริษัทนี้ไม่มีประกันอุบัติเหตุในโครงการเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตามเงื่อนไข ต้องซื้อประกันภัยภายใน 60 วันนับจากวันลงนามสัญญา แต่นี่ล่วงเลยมากว่า 9 เดือนแล้ว แต่กลับไม่มีประกันภัยใดๆ เลย จนคนในรถไฟเอง หวั่นว่่า หากเกิดซ้ำรอยโศกนาฏกรรมเช่นเครนถล่มใส่ขบวนรถไฟอีก หรือตึก สตง. ถล่ม ใครจะรับผิดชอบ

“กรณีดังกล่าวแทบไม่ต่างไปจากกรณี เครนถล่มขบวนรถไฟ ที่สีคิ้ว และโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการ สตง. ก่อนหน้านี้ ที่ใช้วัสดุก่อสร้างไร้มาตรฐานไม่ตรงตาม TOR แต่กลับมีการวิ่งเต้นล็อบบี้เซ็นรับรองว่า การก่อสร้าง และใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานตาม TOR และสัญญา ก่อนที่อาคาร สตง. จะถล่มพังครืนในที่สุดโดยที่ยังจับมือใครดมไม่ได้”

#วิ่งพล่านล็อบบี้บิ๊กรถไฟอุ้มสม

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ผู้รับเหมานี้ยังพยามล็อบบี้ที่ปรึกษาควบคุมงานให้แก้ไขแบบก่อสร้าง และรับรองเครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์จากประเทศตกเกรดเหล่านี้ให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับของยุโรปตะวันตกตามเงื่อนไขใน TOR แต่ไม่มีใครเล่นด้วย เพราะเสี่ยงคุกตะราง จึงยิงตรงบายพาสไปยังผู้มีอำนาจในการรถไฟฯ โดยตรง

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงในการรถไฟฯ เปิดเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้ มีการวิ่งล็อบบี้ให้ “บิ๊กรถไฟ” ในฝ่ายการช่างกลจัดทัวร์ท่องเที่ยวแบบกินหรูอยู่สบายก่อนเกษียณ บินลัดฟ้าไปดูงานที่ จีน อินเดีย ยุโรป ก่อนมีการอนุมัติเครื่องจักรติดตั้งในโรงซ่อมบำรุง

ล่าสุด หลังมีการเดินหน้าก่อสร้างโรงงานซ่อมบำรุง และติดตั้งเครื่องจักรตามสัญญา มีกระแสสะพัดภายในรถไฟระบุว่า การก่อสร้างมีความล่าช้าเป็นอย่างมาก เริ่มงานเมื่อเดือนเมษายน 2567 แต่ผลงานคืบหน้าแค่ 5% ติดลบ 15% แต่ผู้บริหารระดับสูงในรถไฟฯ บางรายช่วยกันปกปิด และจัดทำรายงานให้ดูเหมือนว่า มีผลงานคืบหน้า เพื่อช่วยเหลือเอกชนผู้รับจ้าง อาทิ การตอกเสาเข็มกว่าห้าร้อยต้นที่เอียงไร้คุณภาพ แต่ยังจัดทำรายงานให้นับเป็นผลงานได้

คงเป็นไปตามคำล่ำลือ เพราะงานล่าช้าขนาดนี้ แต่ทั้งบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน และกรรมการตรวจการจ้าง ถึงทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ต่างจากโตรงการรถไฟความเร็วสูงไฮสปีดเทรนที่กำลังเป็นข่าวครึกโครมอยู่