22ส.ค.นี้“ไทย สมายล์ บัส”พร้อมเปิดให้บริการรถเมล์ไฟฟ้าสาย2-38(สาย8เดิม)

0
25

ไทย สมายล์ บัส เผย 22 ส.ค.นี้พร้อมเปิดให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าสาย 2-38 หรือ สาย 8 เดิมภายใต้คอนเซ็บต์ “We Come To Change Fast 8 To Feel Good เรามาเพื่อเปลี่ยนความรู้สึกให้ดีขึ้น” ช่วยลดมลภาวะทางอากาศและฝุ่นควันต้นเหตุการเกิด PM2.5 ย้ำเก็บค่าโดยสารตามเดิม คือ 15 , 20 และ 25 บาท

นางสาวกุลพรภัสร์  วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เปิดเผยว่ารถเมล์สาย2-38 หรือ สาย 8 เดิมเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตโดยคนไทย ช่วยลดมลภาวะทางอากาศและฝุ่นควันซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิด PM2.5 โดยในเฟสแรกมีทั้งสิ้น 153 คัน ทยอยนำมาใช้ล็อตแรก 40 คัน เริ่มวิ่งวันที่ 22 สิงหานี้  และจะนำออกมาวิ่งครบทั้งหมดภายในเดือนสิงหาคมนี้พร้อมติดตั้งตู้ชาร์ตแบบฟาสต์ชาร์ตกำลังไฟ 310 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์ตหนึ่งครั้งใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาทีวิ่งได้ 4 รอบ 280 กม.ต่อวัน ซึ่งมีกระจายตามอู่ต่าง ทั้ง 8 อู่ อู่ละ 20 หัวชาร์ตครอบคลุม 71 เส้นทางที่บริษัทฯได้รับสัมปทาน มีแผนเปิดให้บริการ ภายในปี 2565 นี้

ทั้งนี้ รถทุกคันได้ติดตั้งเครื่องเก็บค่าโดยสารแบบ E-Ticket ซึ่งจะเริ่มใช้ 100% ได้เดือนหน้า (กันยายน) ควบคู่กับการใช้เงินสด โดยเป็นการเติมเงินไม่จำกัดขั้นต่ำ ผ่านระบบที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อเตรียมพร้อมเชื่อมต่อการเดินทางแบบระบบเครือข่าย “รถ-เรือ-ราง” ครบวงจรควบคู่ไปกับการฝึกอบรมพนักงานขับรถ ซึ่งเรียกว่ากับตันเมล์ และพนักงานต้อนรับบนรถโดยสาร ที่เรียกว่าบัสโฮสเตส ให้มีความรู้ ความชำนาญในเส้นทาง และมีจิตวิญญาณของการให้บริการ คำนึงถึงความปลอดภัย ด้วยสโลแกน“เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ” โดยเก็บค่าโดยสารตามเดิม คือ 15 , 20 และ 25 บาท

นอกจากนี้ได้รับพนักงานจากสาย 8 เดิม มา ทำงานด้วยราว 15% ที่ผ่านการอบรม เพราะบางส่วนยังทำงานกับรถเมล์ร้อนที่ยังให้บริการอยู่ทั้งนี้ นายศักดิ์สยาม ตั้งเป้าในอนาคต จะขับเคลื่อนนโยบายนำรถเมล์ไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑลครบ 237 เส้นทาง ซึ่งสาย 8 เป็นสายแรกที่เริ่มนำร่องในแผนปฏิรูปเส้นทาง โดยจะมีการประเมินผล ปัญหาอุปสรรคการให้บริการในระยะเวลา 2 เดือน

พร้อมตั้งเป้ารถอีวีวิ่งให้บริการครอบคลุม 5,000 คันในระยะเวลา 3 ปี ในส่วนขสมก. มีแผนนำรถEVมาวิ่งให้บริการปีนี้ 400 คัน อยู่ระหว่างการจัดทำ TOR และรอองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เข้ามาตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเกิดความโปร่งใส นอกจากนี้ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้บริการได้ตามสิทธิเช่นเดิม