เกาะติดตลาดรถบรรทุกปี 60 หวังอานิสงส์ลงทุนรัฐ

0
197

 จากสภาวะเศรษฐกิจของไทยในช่วงปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น สืบเนื่องมาจากการการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายการลงทุนขนาดเล็ก รวมไปถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ที่เริ่มเห็นภาพเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่งผลให้ค่ายรถใหญ่ต่างได้รับอานิสงค์จากมาตรการดังกล่าว สามารถเพิ่มยอดขายมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา                                                                                      จวบจนมาถึงในปี 2560 ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะมีการเติบโตที่ดีกว่าในปีที่ผ่านมา สืบเนื่องมากจากแรงขับเคลื่อนหลักของการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมไปถึงการลงทุนของภาคเอกชนก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นตามความชัดเจนของการลงทุนภาครัฐและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลให้ในปี 2560 ตลาดรถใหญ่มีการปรับตัวทั้งในเรื่องของยอดขายที่เพิ่มขึ้นรวมไปถึงการแข่งขันในตลาดที่มีความดุเดือดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย…

 คุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง ตัวเลขยอดการขายและการส่งออก ตัวเลขออกมาเป็นบวก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2559 โดยคิดเป็นสัดส่วนจะอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ยังเป็นตัวชี้วัดเรื่องเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีทิศทางการปรับตัวที่ดีขึ้นอีกด้วย                                        “ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ดูแล้วจะเห็นได้ว่าตลาดรถใหญ่ โดยเฉพาะในส่วนของรถบรรทุกที่ผลิตออกมากว่าร้อยละ 99% เป็นการผลิตเพื่อขายภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งหากเศรษฐกิจดีก็จะทำให้รถบรรทุกขายดีตามไปด้วย อย่างเช่น เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พอภาครัฐประกาศว่าจะมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ในโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ด้วยงบประมาณที่ตั้งเอาไว้ที่ 2 ล้านล้านบาท เป็นผลทำให้ค่ายผลิตรถบรรทุกต่างๆ สามารถทำยอดขายได้เพิ่มกว่า 40-50 % แต่พอในปีถัดมาปรากฏว่าโครงการที่ว่าจะมีการก่อสร้างนั้น ยังไม่เห็นเป็นเนื้อเป็นหนัง ทำให้ปริมาณการขายรถลดต่ำลงมา                                                                  จากเหตุผลที่ว่าโครงการเหล่านั้นยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมว่าได้มีการลงทุนเพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจริงๆ หรือไม่ จึงส่งผลให้ยอดขายรถบรรทุกมีการปรับตัวลงลงมาอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งมาในช่วงปี 2559 ในระยะ 6-7 เดือน ในช่วงไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดรถใหญ่ โดยเมื่อภาครัฐเริ่มมีการเซ็นต์สัญญาโครงการต่างๆ มีการซื้อซองประมูลโครงการก่อสร้าง ก็ส่งผลให้ตลาดรถใหญ่ โดยเฉพาะรถบรรทุก เริ่มมีการขยับตัวขึ้นมาเป็นบวกอีกครั้งหนึ่ง                                                                                                            เพราะฉะนั้นในปี 2560 นี้ ก็มองว่าสัดส่วนของตลาดรถใหญ่น่าจะมียอดการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน สืบเนื่องมาจากปีนี้ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าสัดส่วนการขายจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 6-7% และในปี 2561 ก็น่าจะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นไปมากกว่า 10% อย่างแน่นอน นั่นเป็นเพราะโครงการต่างๆ ของภาครัฐเริ่มดำเนินการก่อสร้าง จึงทำให้มีความต้องการใช้รถบรรทุกและรถขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นนั่นเอง จากเหตุผลดังกล่าวย่อมทำให้ตลาดรถใหญ่ได้รับอานิสงค์จากโครงการก่อสร้างของรัฐตามไปด้วย”

                    ชี้เศรษฐกิจฟื้นตัว ค่ายรถเตรียมพร้อมรับมือ                                                             ดังนั้นเมื่อมองเห็นอัตราการเพิ่มขึ้นของการใช้งานรถบรรทุกจากโครงการก่อสร้างที่ภาครัฐจะดำเนินการนั้น ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และค่ายรถแบรนด์ต่างๆ จึงต้องดำเนินการวางแผน ในการเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาดรถใหญ่ เรียกได้ว่าใครมีกลยุทธ์หรือแผนยุทธศาสตร์ที่ดีย่อมมีชัยเหนือคู่แข่งอย่างแน่นอน                                                         “ทั้งนี้ค่ายรถแบรนด์ต่างๆ ควรจะต้องมีการวางแผนในการทำตลาด เพราะหากมองในเรื่องของเศรษฐกิจจะเห็นได้ว่า มีสัดส่วนที่ดีขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นในปีนี้เศรษฐกิจมวลรวมของประเทศจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 3.4% ดังนั้นผู้ผลิตจึงควรจะมีการเตรียมตัวให้พร้อมรับมือ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะเป็นเหมือนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่สามารถทำยอดขายได้ 40-50% แต่ไม่สามารถผลิตรถออกมาได้ทัน ต้องจองกัน 4-5 เดือนกว่าจะได้รับรถ ตรงนี้ค่ายรถต่างๆ ก็คงไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกแน่นอน                                                                ซึ่งในปี 2560 เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจมันมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น ค่ายรถต่างๆ ก็ควรจะต้องมีการวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาวในการบริหารจัดการว่าจะทำอย่างไรให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อได้มากที่สุด รวมไปถึงนอกจากที่จะผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศแล้ว ก็ยังต้องคิดเผื่อเอาไว้ด้วยอีกว่า ประเทศเพื่อนบ้านรอบๆ เราก็กำลังมีการพัฒนากันขนานใหญ่ในเรื่องของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม ประเทศต่างๆ เหล่านี้ก็มีการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจของเขา เพราะฉะนั้นความต้องการใช้รถบรรทุกก็ย่อมมีสูง เพราะเขายังไม่สามารถที่จะผลิตรถบรรทุกได้เอง ยังต้องนำเข้ารถบรรทุกอยู่                                                 ดังนั้นค่ายรถต่างๆ จะต้องมองภาพเหล่านี้ให้ออกและวางแผนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป จะต้องมีการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ และมีการผลิตเพื่อส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยอาจจะเน้นไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเราเป็นหลัก เพราะประเททศเหล่านั้นมีความต้องการใช้รถบรรทุกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาประเทศ ซึ่งเมื่อดูเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะเห็นได้ว่า มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 6-7% ซึ่งน่าจะมีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของรถบรรทุกที่มีความต้องการใช้งานในการก่อสร้างภายในประเทศของเขานั่นเอง”

                    2560 ปีทองรถใหญ่ คาดแข่งขันเดือด                                                                  ด้านการแข่งขันในตลาดรถใหญ่ โดยเฉพาะในปี 2560 จากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่มีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดี ผนวกกับโครงการก่อสร้างของภาครัฐเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น ย่อมเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันในปีนี้น่าจะมีการแข่งขันที่ดุเดือด ที่แต่ละค่ายคงจะงัดไม้เด็ดออกมาต่อกรช่วงชิงส่วนแบ่งเค้กตลาดรถใหญ่กันเผ็ดร้อนอย่างแน่นอน

คุณสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับการแข่งขันในตลาดรถใหญ่ของปีนี้ คาดการณ์ว่าค่ายรถแต่ละค่ายน่าจะงัดกลยุทธ์ออกมาทำการตลาดกันอย่างดุเดือดอย่างแน่นอน โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถบรรทุกและรถบัสรายใหญ่ ก็ให้ความสนใจเข้ามาทำตลาดแข่งขันกับค่ายรถในเมืองไทย โดยในปีนี้คาดว่าประเทศจีนจะส่งรถประเภทต่างๆ เข้ามาแข่งขันในตลาดเมืองไทยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รถบรรทุกหัวลาก รถบัสโดยสาร หรือรถกระบะขนาดเล็ก ที่สำคัญทางจีนก็พยายามที่จะเข้ามาตีตลาดเมืองไทย ซึ่งเป็นการปูพื้นในขั้นต้นที่จะนำรถเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และต่อไปหากได้รับความนิยมหรือมีความต้องการในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ก็คาดว่าทางจีนอาจจะเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างแน่นอน                                                                                                           ดังนั้นเมื่อจีนเข้ามาทำตลาดในบ้านเรามากขึ้น ผู้ผลิตไทย โดยเฉพาะค่ายรถชั้นนำที่จำหน่ายอยู่ในประเทศไทย คงจะต้องวางแผนการตลาดในการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่น่าจะนำมาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการแข่งขัน ก็น่าจะเป็นในเรื่องของคุณภาพของรถ รวมไปถึงเรื่องของการให้บริการหลังการขาย ซึ่งในส่วนนี้คงต้องสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับผู้ซื้อมากที่สุด ในส่วนของเทคโนโลยีต่างๆ มองว่า ค่ายรถแต่ละค่ายเทคโนโลยีคงจะไม่แตกต่างกันมากสักเท่าไหร่ ดังนั้นการบริการหลังการขาย จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในตัวสินค้าของแต่ละค่ายได้”

รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวทิ้งท้ายถึงการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถบรรทุกและรสบัส ว่า “จริงๆ แล้วเรื่องของรถบรรทุก เราเคยได้มีการเสนอไปยังภาครัฐให้มีการส่งเสริมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถบรรทุกและรถบัส ซึ่งเหตุผลที่เรียกร้องตรงนี้ เพราะเราคำนึงว่า ประเทศเพื่อนบ้านเรากำลังเริ่มมีการพัฒนาทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและการก่อสร้าง ดังนั้นความต้องการรถบรรทุกและรถบัสจึงมีสูง ผนวกกับราคาของรถประเภทนี้มีราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหากเรากลายเป็นศูนย์กลางในการผลิตก็ย่อมที่จะช่วยสร้างมูลค่าการส่งออกให้กับเราได้อีกทางหนึ่ง และยังทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของเราไม่เสียเปรียบประเทศอื่นๆ ด้วย ซึ่งหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคตอาจจะมีผู้ผลิตจากประเทศอื่น เข้ามาสร้างฐานการผลิตเพื่อที่จะแข่งขันกับประเทศไทย ซึ่งตรงนี้อาจจะทำให้เราเสียโอกาสและเสียการต่อยอดในการผลิตเพื่อส่งขายทั้งในประเทศของเราเองและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ในที่สุด”    

ถึงแม้ในปีนี้แนวโน้มเศรษฐกิจจะดีดตัวกลับขึ้นมาดีกว่าในปีที่ผ่านมา แต่กระนั่นค่ายรถบรรทุกก็ต้องไม่ประมาท เพราะอะไรที่ไม่แน่นอนมันก็สามารถเกิดขึ้นได้ ครึ่งปีแรกอาจจะเป็นเหมือนสวรรค์ แต่ครึ่งปีหลังอาจจะเหมือนตกนรกก็เป็นได้ ดังนั้นการวางแผนที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะอนาคตเราไม่รู้ว่าสถานการณ์มันจะเป็นอย่างไร…รังแต่จะรอพึ่งอานิสงค์จากโครงการภาครัฐอย่างเดียวเห็นที่คงไม่ได้ คงต้องพึ่งตัวเองด้วยลำแข้งทั้งสองขากัดฟันผ่านมันไปให้ได้…