อธิบดีทล.เข้มความปลอดภัยทุกมิติการก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2

0
11

อธิบดีทล.ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สาย ธนบุรี – ปากท่อ (ถนนพระรามที่ 2) พร้อมเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยเต็มที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเดินทางสะดวกปลอดภัยตามนโยบายรมว.คมนาคม

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีความห่วงใยผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางพระรามที่ 2 จึงกำชับให้กรมทางหลวงลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างในพื้นที่ถนนพระรามที่ 2 อย่างเป็นระยะ ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย

โดยในวันนี้ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย ดร.มนตรี เดชาสกุลสม รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ คณะผู้บริหาร และทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลาง เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี – ปากท่อ (ถนนพระรามที่ 2) ตลอดเส้นทางในพื้นที่เขตโครงการก่อสร้าง โดยได้เน้นย้ำเรื่องมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดในระหว่างการก่อสร้างให้มีความรัดกุมในทุก ๆ มิติ ดังนี้

– การปฏิบัติงานบนที่สูง ซึ่งมีการจราจรอยู่ด้านล่างในพื้นที่เขตก่อสร้าง ให้ปฏิบัติงานช่วงเวลา 22.00 – 05.00 น. โดยบริหารการจราจรให้รถเบี่ยงออกทางขนานตลอดเส้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัย

– ตรวจสอบความพร้อมการใช้งานเครื่องมือเครื่องจักร การป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ ก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง

– เพิ่มตาข่ายนิรภัยอีกหนึ่งชั้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงมากขึ้นในการรองรับเศษวัสดุและใช้ผ้าใบกันไฟเมื่อทำงานที่มีประกายไฟและเก็บเมื่องานแล้วเสร็จ และให้ตรวจสอบผ้าใบที่ใช้คลุมวัสดุก่อสร้างทั้งหมดเป็นระยะ ๆ  เนื่องจากในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝน

– เพิ่มแผงป้องกันเศษวัสดุกระเด็นออกนอกพื้นที่โครงการก่อสร้างในบริเวณที่ดำเนินการเจาะเสาเข็ม

– เข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งในส่วนกรมทางหลวง และผู้รับจ้าง พร้อมกำชับให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชุดให้ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย

– หมั่นตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด สิ่งอำนวยความปลอดภัย ป้ายจราจร ป้ายแนะนำเส้นทาง ไฟกระพริบ  ฯลฯ ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และ

– ให้วิศวกรผู้ควบคุมโครงการก่อสร้างและผู้รับจ้างพิจารณามาตรการเสริมความปลอดภัยด้านต่าง ๆ  เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝนจึงขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย พร้อมปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นถนน/สะพานชำรุดเสียหายหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1