กรมศุลฯสวนกลับ 3 ประเด็นร้อน “เบสท์รินฯ”ฟ้องสนช. ยันทำถูกต้อง “ไม่มีมั่ว”

ความคืบหน้ามหากาพย์เมล์เอ็นจีวี 489 คันหลัง “คณิสสร์ ศรีวชิระประภา”ประธานเบสท์รินฯได้ยื่นหนังสือถึงสนช.( 6 ก.พ.)ให้ตรวจสอบการทำงานกรมศุลฯ พร้อมกล่าวหากรมศุลฯปฏิบัติเกินหน้าที่และส่งผลให้เบสท์รินฯเสียหาย

0
212

ความคืบหน้ามหากาพย์เมล์เอ็นจีวี 489 คันหลัง “คณิสสร์ ศรีวชิระประภา”ประธานเบสท์รินฯได้ยื่นหนังสือถึงสนช.( 6 ก.พ.)ให้ตรวจสอบการทำงานกรมศุลฯ พร้อมกล่าวหากรมศุลฯปฏิบัติเกินหน้าที่และส่งผลให้เบสท์รินฯเสียหาย อีกทั้งจะฟ้องขสมก.หากยกเลิกสัญญานั้น ล่าสุด (7ก.พ.) กรมศุลฯ โชว์ภาพรถเมล์ NGV ของเบสท์รินฯ นำเข้าจากจีนทั้งคัน ไม่มีการประกอบในมาเลเซีย จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษีตามข้อตกลงอาฟต้า พร้อมสวนกลับ 3 ประเด็นร้อน ยันทำถูกต้องไม่มีมั่ว

นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร โฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่าขณะนี้กรมศุลกากรได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถเมล์ NGV ของเบสท์รินกรุ๊ป มากพอสมควร ยืนยันได้ว่า รถที่บริษัท ซุปเปอร์ซาร่านำเข้าประเทศไทยนั้น ผลิตและประกอบในประเทศจีน โดยในวันนี้ (7 ก.พ.) ได้แสดงหลักฐานภาพถ่ายรถเมล์เอ็นจีวีที่ประกอบเรียบร้อยทั้งคันมาจากประเทศจีนมาลงที่ท่าเรือในประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมจัดส่งให้บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีให้กับเบสท์รินฯ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่ระบุว่า เป็นการนำรถเข้ามาจากจีนทั้งคัน

“หลักฐานดังกล่าวบ่งชัดว่ารถอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและสามารถวิ่งขึ้นลงจากเรือสินค้าได้ จึงไม่น่าเชื่อว่า เป็นรถที่ประกอบที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า 40% ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) ส่วนเอกสารอื่นๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อรูปคดีหากขบวนการฟ้องร้องถึงชั้นศาล”

นอกจากนี้ ชัยยุทธ ระบุเพิ่มเติมว่ากรมศุลฯยังต้องการชี้แจงให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจตรงกันในข้อกล่าวหาของเบสท์รินฯ ใน 3 ประเด็น คือ 1.กรณีเบสท์รินฯอ้างว่ากรมศุลกากรสามารถตรวจปล่อยรถได้โดยไม่ต้องวางเงินประกันซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องเว้นแต่กรณีที่มีความฉ้อฉล หรือมีการแจ้งแหล่งกำหนดเป็นเท็จ (Form D ) เพื่อหาอาศัยช่องทางนี้หลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งกรณีนี้กฎหมายระบุอย่างชัดว่า การตรวจปล่อยสินค้าได้ก็ต่อเมื่อมีการวางหลักประกัน

2.กรณี Form D ที่บริษัทซุปเปอร์ซาร่า เป็นเอกสารที่ไม่สามารถยกเลิกได้ ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะ Form D เป็นข้อตกลงเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของสมาชิกในประเทศอาเซียน โดยประเทศที่นำเข้าสินค้าถือว่า Form D  เป็นเพียงเอกสารแนบเพื่อประกอบการพิจารณาขอรับสิทธิทางภาษีเท่านั้น หากประเทศที่นำเข้าสินค้าไม่เห็นด้วย ก็สามารถตรวจสอบได้ จึงเป็นสิทธิของประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าไม่ใช่ประเทศมาเลเซียในฐานประเทศผู้ส่งออก

และ 3. ประเด็นสุดท้าย กรณีที่เบสท์รินฯ กล่าวหาว่ากรมศุลฯตรวจปล่อยรถ 99 คัน ก็ไม่จริง และที่ผ่านกรมศุลฯไม่อายัดรถเมล์ แต่หากจะมีการนำรถเมล์ก็ต้องเสียภาษีให้ครบถ้วน พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม เนื่องจากรถที่จอดอยู่ 99 คันต้องเสียภาษีเหมือนกับรถเมล์คันแรกที่ได้เสียภาษีและเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีก 3.7 ล้านบาทต่อคัน เนื่องจากมีการใช้ Form D ซึ่งเพื่อลดภาษีนำเข้ารถเมล์

ด้านนายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง กรมศุลกากร  กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมศุลฯได้ตอบจดหมายขสมก.ไป 1 ฉบับ ซึ่งระบุว่า รถเมล์ที่บริษัท ซุปเปรอ์ซาร่านำเข้ามานั้น ล้วนเป็นรถที่ผลิตและประกอบที่ประเทศจีน แต่ ขสมก.ต้องการเอกสารเพิ่มเติมอีก เช่น รูปภาพ ใบขนสินค้าและอื่นๆ ซึ่งกรมศฯไม่สามารถให้ได้เพราะอยู่ระหว่างต่อสู้คดีกับบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า ซึ่งจดหมายที่กรมฯตอบไปเพียง 1 ฉบับ ก็น่าจะเพียงพอต่อการยกเลิกสัญญาของ ขสมก.ได้แล้ว โดยในวันนี้ (7 ก.พ.) ตนได้โชว์ภาพรถเมล์เอ็นจีวี ที่วิ่งลงมาจากเรือที่ท่าเรือของประเทศมาเลเซีย ซึ่งภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่า รถอยู่สภาพสมบูรณ์และที่สำคัญ รถเมล์ก็ไม่ได้ออกจากท่าเรือ แต่จอดนิ่งๆ แล้วนำขึ้นเรือส่งมาที่ไทย โดยขอยืนยันว่ากรมศุลฯมีเอกสารและหลักฐานครบ นอกจากนี้ ยังส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบความจริงที่ประเทศมาเลเซียด้วย จึงไม่มีการทำเรื่องมั่วๆ อย่างเด็ดขาด