จาก ตม. …ถึง Air City Preview

0
77

เรื่องของ ตม.ดอนเมือง ที่ทำเอาผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องมาค้างเติ่งรอคิวตรวจตราประทับที่ ตม.ดอนเมือง กันกว่า 4-5 ชม. จนแทบอยากจับเครื่องบินกลับกันไปเลยนั้น 

แม้ฝ่ายบริหาร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.จะโบ้ยส่งเป็นเรื่องสุดวิสัยเพราะสนามบินดอนเมืองนั้นออกแบบมาให้รองรับผู้โดยสารพร้อมกันในขณะนี้ 44 เที่ยวบิน /ชั่วโมงเท่านั้น แต่เวลานี้ทะลักไปถึง 55 เที่ยวบิน/ ชม.แล้ว เมื่อมาเจอกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่มีกำลังไม่เพียงพอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมาประจวบเหมาะกับอีกหลายเที่ยวบินที่มันดีเลย์ประดังกันพอดิบพอดีเลยทำให้เกิดความโกลาหลขายขี้หน้าขึ้นมา

แต่ ทอท. ก็เตรียมแนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วย การขยายช่องตรวจตราประทับเพิ่มขึ้นอีก 11 ช่อง จาก 17 ช่องที่มีรองรับผู้โดยสารได้ ชม.ละ1,800 คน คงเพียงพอที่จะรองรับปริมาณผู้โดยสารที่หลั่งไหลเข้ามาใช้บริการยังสนามบินแห่งนี้ได้  พร้อมกับเพิ่มเคาน์เตอร์เช็คอินอัตโนมัติเพิ่ม ขยายเพิ่มเครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋าเดินทางจาก  4  เครื่อง เป็น 10 และ 15 เครื่องภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งคงจะช่วยคลี่คลายปัญหาทั้งมวลลงไปได้

เห็นบทสัมภาษณ์ของผู้บริหาร ทอท. แล้ว ด้านหนึ่งก็น่าดีใจครับ สนามบินดอนเมืองของเราเวลานี้ มีผู้โดยสารแห่เข้ามาใช้บริการทะลักล้นจนใกล้เต็มศักยภาพ 38 ล้านคน เทียบเท่ากับเมื่อครั้งที่ ทอท. ต้องปิดสนามบินดอนเมืองและย้ายไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มาวันนี้แม้จะปัดฝุ่นสนามบินดอนเมืองนี้กลับมาใช้ใหม่ไม่กี่ปีแต่ก็จ่อเต็มศักยภาพอีกแล้ว เตรียมจะขยายเฟส 3 กันต่ออีกแล้ว

แต่กระนั้น กับปัญหาคอขวดที่เกิดขึ้นก็ทำให้หลายฝ่ายนึกย้อนไปถึงซีรี่ส์เก่าของเกาหลี ที่ชื่อ Air City ที่รัฐบาลเกาหลีสร้างขึ้นมาในโอกาสครบรอบ 5 ปีของสนามบินนานาชาติ “อินชอน” ของเกาหลีใต้เมื่อ 7-8 ปีก่อน เป็นซีรี่ส์ที่ถ่ายทอดเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสนามบินอินชอนเอาไว้ทุกซอกทุกมุม

มีการจำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสนามบินออกมาเป็นซีรี่ส์ 16 ตอนจบ ตั้งแต่การเผชิญภัยก่อการร้าย วิกฤติจับตัวประกัน ผู้ร้ายแฮกเข้าระบบสนามบินทำลายระบบสายพานลำเลียงจนล่มจนปั่นป่วนไปหมด การเผชิญหน้ากับแก๊งมาเฟีย ยาเสพติดที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก  แก๊งฟอกเงิน แม้แต่เรื่องของการเวนคืนที่ดินรอบสนามบิน การจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินที่ทำอย่างไรจึงไม่ถูกประชาชนร้องแรกแหกกระเชอเอา หรือรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมๆ กับการสทอดแทรกเนื้อหาที่โชว์ให้เห็นศักยภาพอันโอ่อ่า ทันสมัยของสนามบินแห่งนี้ แม้ซีรี่ส์เรื่องนี้จะไม่ดังเป็นพลุแตกแบบ “แด จัง กึม” หรือ Coffee Prince ก็เถอะ แต่ก็ใช้ดาราระดับแม่เหล็กของเกาหลีในขณะนั้น คือ ลี จุน แจ และนางเอกดัง ชอย จี วอน นางเอกของซีรี่ส์ Winter Love Song ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักกับซีรี่ส์เกาหลีเป็นครั้งแรกก่อนจะกลายเป็นสาวกแดนกิมจิไปจนวันนี้นั่นแหล่ะ ผมว่านั่นแหล่ะ “สนามบิน 4.0”  ของแท้ ไม่ใช่สนามบินประเทศไทยเราที่วันนี้แค่เศษเสี้ยวไทยแลนด์ 1.0 ยังไปไม่ถึงด้วยซ้ำ!

ภายในสนามบินอินชอนนั้น มีผู้ปฏิบัติงานอยู่กว่า 32,000 คน เป็นพนักงานสนามบิน 2,500 คน อีก 11,000 คนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ 68 สายการบิน และยังมีผู้คนอีกกว่า 17,000 คน จาก 370 องค์กรด้านนอก ที่เข้ามาประจำการหรือมีกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับสนามบินแห่งนี้

แต่จุดขายที่แท้จริงที่รัฐบาลเกาหลีเขาสอดแทรกไว้ในซีรี่ส์เรื่องนี้ก็คือ การโชว์ศักยภาพของสนามบินอินชอนล้วนๆ ว่าทันสมัย ไฮเทคและเป็นสนามบินที่เพรียบพร้อมในการรับมือด้านต่าง ๆ แบบที่ประเทศไทยเรียก ยุค 4.0 นั่นแหล่ะ

ดูเสร็จแล้วผมหล่ะอยากจะจับเครื่องไปนอนตีพุงอาศัยอยู่ในเทอร์มินอลสนามบินแห่งนี้ แบบที่พ่อทอมส์ แฮงค์ แกเคยใช้ชีวิตอยู่ในหนังฮอลลิวู้ด อย่าง The Terminal เลยจริงๆ อะไรมันจะอลังการ สุดยอดได้เพียงนี้และไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมสนามบินอินชอนนั้น ถึงถูกจัดอันดับให้อยู่ในทำเนียบท็อป 5 มาแต่ไหนแต่ไร แทบจะไม่เคยตกอันดับลงไปเกินอันดับ 3 ของโลกเลยด้วยซ้ำ

ผมหล่ะอยากให้ผู้บริหาร ทอท. และ ตม.ของไทยเราลองไปหาซีรี่ส์เรื่องนี้มาดูเอาครับ  แม้จะเป็นหนังเก่าแต่เขาสร้างได้ดีจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นแค่หนังซีรี่ส์ จะได้คิดต่อยอดกันได้เสียทีว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะปรับปรุงสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมืองของเราจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำซากกันเอาอีก

เพราะหัวใจสำคัญของการดูแลต้อนรับนักท่องเที่ยวนั้นก็คือสนามบิน ในเมื่อเราป่าวประกาศออกไปทั่วโลกว่า สนามบินสุวรรณภูมิ คือ Gateway สู่เอเชีย เป็น HUB ของภูมิภาคนี้ เป็นประตูสู่เอเชียและประเทศไทย เราต้องตระหนักกันอยู่เสมอว่าทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวลงจากเครื่องบินหรือเท้าสัมผัสแผ่นดินไทย 

ไม่ใช่แค่โผล่มาถึง Immigration เจอคิวตรวจคนเข้าเมืองที่มีเจ้าหน้าที่นั่งหน้าหงิกเป็นมะเหงกแบบนี้ เพราะแค่เห็นเขาก็อยากตีตั๋วกลับแล้ว จริงไม่จริงท่านนายกฯ ที่เคารพ !!!

บทความโดย…เนตรทิพย์