วันวาเลนไทน์ปีนี้ ดอกกุหลาบราคาพุ่ง 2 เท่า

0
220

นิตยสาร LOGISTICS TIME  ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์  2561   พูดก็พูดเถอะวัน เวลา มันช่างผ่านพ้นไป..ไวเหมือนโกหก..เผลอแป๊บเดียวถึงเดือนแห่งความรักแล้ว  หรือ“วันวาเลนไทม์” วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 แต่ปีนี้ดูเหมือนบรรยากาศจะไม่คึกคัก  ขณะที่แม่ค้าตามแผงต่าง ๆ ที่ แถวๆปากคลองตลาด พบว่า  ดอกกุหลาบสีแดงจีนเป็นที่นิยมราคาปกติอยู่ที่ 4 ดอก 160 บาท แต่ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ คาดว่า ราคาจะพุ่งถึง 250 – 500 บาท เท่ากับราคาพุ่งเป็น 2 เท่าของราคาปกติ  ถัดมาอีกก็เป็น “วันตรุษจีน”ตรงกันวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561  ก็คงมีการอวยพร “ซินเจี่ย ยู่อี๋ ซินนี่ งวดไช้ ”  แล้วต่อด้วยการแจกเงิน “ อั่งเป๋า”   ถือว่าเป็นเงินขวัญถุงเพื่อเป็นสิริมงคลของผู้แจกและผู้รับก็แล้วกัน   ..

ตรุษจีนปีนี้.. อินทราภรณ์  ก็ขอให้ส่งความปรารถนาดีมาถึงทุกคน  ขอให้เฮงๆร่ำรวยๆ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานกันทั่วหน้า …. คำว่า “ร่ำรวย ”นั้นสำคัญที่สุดต้องทำงาน งานคือเงิน เงินคืองาน   อย่ามั่วแต่ งอมือ..งอเท้า ไม่มีวันร่ำรวยจริงไหม  คนโบราณรุ่นคุณทวด คุณปู่ คุณย่า คุณยาย  ซึ่งมักจะพร่ำสอนลูกสอนหลานเสมอว่า ให้เป็นขยันทำงานอดทนสู้งาน อย่าเป็นคนเกียจคร้าน ถ้าอยากจะรวย  ยิ่งยุด 4.0 คำสอนก็ยังใช้ได้เสมอ สรุปว่า  ใครขยันก็รวยได้ แต่หากใครไม่ทำงาน  แต่คิดหวังความร่ำรวยแบบลมๆ แล้งๆ คงไม่เทพเจ้าองค์ใดมาช่วยได้เด็ดขาด

พูดถึงเงินๆ ทอง ๆ ยามนี้ก็อดเป็นห่วงค่าเงินบาท ที่แนวโน้มยังทุบสถิติแข็งโป๊ก   กลายเป็นประเด็นชนวนระเบิดเวลาหรือไม่  อาจจะขย่มเศรษฐกิจประเทศ เพราะส่งออกยังเป็นพระเอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศฉันใดก็ฉันนั้น   พลิกตัวเลขบนกระดานค่าเงิน เมื่อปลายเดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมาทุบสถิติแข้งค่าอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์ …  อินทราภรณ์  ฝากถามร้องเสียงดังๆไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ใส่ใจติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ  เมื่อปี 2560 ค่าเงินบาทแข็งค่ามาตลอดเกือบทั้งปีก็ว่าได้     ขณะที่มาตรการลดผลกระทบก็มีมาตรการออกให้ทางผู้ประกอบการทำประกันความเสี่ยงค่าเงินบาท   ผู้ประกอบการรายใหญ่ดำเนินการเรื่องอยู่แล้ว.. แต่กับผู้ประกอบการส่งออกระดับ SME  นี่ซิยังไม่ดำเนินการใดๆเลย

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้  กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)เดินหน้า…  รุกจับมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  จัดสัมมนาหัวข้อ“การบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ”  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา   ณ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  ถนนรัชดาภิเษก  ก่อนหน้านี้ ประธาน สรท.  ได้หอบหิ้วทีมผู้บริหาร สรท. เข้าพบผู้ว่าการ ธปท.เพื่อนำเรียนผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่า    จนกระทั่ง..หันหน้าจัดงานสัมมนา โดยจับมือร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งค้าระหว่างประเทศ   อินทราภรณ์  เดินทางไปร่วมสัมมนาเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ ดูบรรยากาศ ภายในงานนี้ยอมรับว่าก็ได้รับความสนใจมีคนเข้าร่วมสัมมนากันอย่างคับข้างหนาตาทีเดียว…..แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้นของการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME  เพื่อลดผลกระทบพิษค่าเงินบาท

ไม่ต่างไปจากฝากฝั่งหอการค้า  สนั่น อังอุบลกุล รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทยและเป็น 1 ในกรรมการร่วม 3 สถาบัน(กกร.)  บอกว่า  เป้าหมายส่งออกปีนี้การขยายตัวที่เอกชนมองไว้คือ 6% ภายใต้เงื่อนไขค่าเงินบาทอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์ทั้งปี  และคาดว่าในไตรมาส 3 ค่าเงินบาทน่าจะอ่อนค่าลงและมีทิศทางที่คลี่คลาย   และมีข้อเสนอคือ ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมาบริหารจัดการดูแลเรื่องค่าเงินบาทอย่างจริงจังและเข้มงวด   และมีความชัดเจน  รวมถึงจับตาสัญญาณความผิดปกติของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด   ซึ่งข้อเสนอนี้คณะกรรมการ กกร.จะเสนอไปยังรัฐบาลต่อไป   แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ..บทบาทหน้าที่ดูแลค่าเงินบาทหลายคนฝากไว้ความหวังไว้กับ  วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ที่ก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯธปท.ด้วยความสามารถเนื้อๆ แต่ส่วนตัวท่านเอาจริงจะงัดวิทยายุทธ์ฝ่าวิกฤติค่าเงินบาทครั้งนี้ไปได้อย่างไร  ไม่ว่าจะเข้าแทรกแซงค่าเงิน หรือทำอย่างไรก็ค่อยจับตากันต่อไป