ไหนว่าคืนความสุข!

0
74
มึนกันไปแปดตลบกันมหกรรมคืนความสุขถ่ายทอดศึกฟุตบอลโลก2018 14 มิถุนายน-15 กรกฎาคม 2561 ที่คอบอลทั้งประเทศเฝ้ารอกันมานานถึง 4 ปี 
 
เพราะในขณะที่รัฐบาลพลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา ตกปากรับคำประชาชนคนไทยอย่างดิบดีจะคืนความสุขให้ประชาชนคนไทยได้ดูมหกรรมฟุตบอลโลกครั้นี้กันอย่างฉ่ำปอดทั้ง 64 แมทช์ แต่ไม่รู้“บิ๊กป้อม”พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ”รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ที่ได้รับมอบหมายให้ไปดูแลเรื่องนี้ ไปสื่อสารกับ 9 ลูกเทพบริษัทเอกชนที่ร่วมลงขันกันอีท่าไหนไม่ทราบ
เงินลงขันจากบริษัทเอกชนทั้ง 9 รายอาทิจากบริษัทไทยเบฟ ซี.พี.ธนาคารกสิกรไทย BTS คิงส์พาวเวอร์ กัลฟ์ ปตท. บาวแดงและบางจาก จำนวน1,400 ล้านบาทที่นำไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในครั้งนี้มาได้น้ันแทนที่จะเจรจาโดยยึดประโยชน์ของประเทศ ให้ประชาชนคนไทยได้ดูกันฉ่ำปอดสมกับที่รอคอย
ก็กลับประเคนไปให้ค่ายทรูวีชั่นกินรวบแบบเบ็ดเสร็จอยู่เจ้าเดียว และจำกัดการถ่ายทอดสดเอาไว้แค่ทีดิจิทัล แค่ 3 ช่องคือ ช่อง 5 อัมรินทร์ทีวีและTrue4U แถมยังถ่ายทอดได้แค่บางแมทช์เท่าน้ันไม่ได้เต็มอิ่มสมราคาคุย หากจะดูแบบฉ่ำปาดนั้นต้องไปดูทรู4U ซ่ึงมีทั้งแพคเกจธรรมดาและพรีเมี่ยมต้องซื้อกล่องพิเศษอะไรต่อมิอะไรกันไปโน้น
 
ขณะที่บรรดาร้านรวง ผับบาร์คาราโอเกะที่ตั้งแท่นจะเกี่ยวสัญญาฯถ่ายทอดสดเอาใจขาประจำและคอบอลทั้งหลายก็ต้องอึ้งกิมกี่ เพราะในขณะที่ผู้บริหารทรูคอรฺปออกมายืนนันก่อนหน้าว่าสามารถจะเปิดบอลโลกให้ลูกค้าดูได้เต็มอิ่น ไม่ต้องสมัครหรือซื้อแพคเกจใดๆเพิ่ม แต่ไม่รู้จู่ๆมีใครตั้งโตะข้ึนมาจะขอจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดข้ึนมาซะงั้น จนทำเอาร้านอาหารที่ต้ังแท่นจะถ่ายทอดต่างโอดครวญ หลายรายพลอยถอดใจไม่เอาด้วยแล้ว  
หลายฝ่ายถึงกับตั้งคำถามเอากับรัฐบาลและ “บิ๊กตู่” ตกลงเม็ดเงินลงขันขอซื้อลิขสิทธิ์ถ่านทอดฟุตบอลโลกครั้งนี้บริษัทที่ทำหน้าที่ไปเจรจากับฟีฟ่าน้ันไปเจรจากันอีท่าไหนกันหรือ เพราะแทนที่จะเจรจาให้ประชนคนไทยได้ดูกันฉ่ำปอด ให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประเทศก็กลับประเคนผลประโยชน์ทั้งหมดไปให้ค่ายเคเบิลทีวีใหญ่ผูดขาดอยู่เจ้าเดียวซะงั้น แถมยังปล่อยให้ใครต่อใครไปตั้งโต๊ะจัดเก็บลิขสิทธิ์เอาเสียอีก
 จะอ้างว่าเป็นข้อกำหนดของฟีฟ่าก็ไม่น่าจะใช่แล้ว เพราะเราจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ไปเต็มสตรีมแล้ว ไม่ต่างจากเิอาเม็ดเงินภาษีประชาชนไปลงขันแต่กลับประเคนไปให้เอกชนรายเดียวผูกขาดเบ็ดเสร็จกันได้อย่างไร?
ที่สำคัญ ในขณะที่ผู้ประกอบการดิจิทัลน้อยใหญ่ต่างอยู่ในสภาพหืดจับ หายใจไม่ท่ัวท้อง จนนายกฯ ในฐานะหัวหน้าคสช.ต้องงัด ม.44 ออกมาตรการอุ้มผู้ประกอบการให้ชะลอการจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตออกไปถึง 3 ปีพร้อมมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ จนหลายฝ่ายหลงชื่นมกับคตวามกล้าหาญกล้าตัดสินใจนั้น
แทนที่รัฐจะใช้โอกาสนี้คืนความสุขให้ประชาชนคนไทย และช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีีดิจิทัลไปพร้อม ให้แต่ละช่องได้ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกคร้ังนี้ให้ฉ่ำปอด หรือจะเวียนกันถ่ายทอดแบบในอดีตก็สามารถจะเจรจาต้าอวยได้ทั้งสิ้น เพราะจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดไปนับ 1,000 ล้านบาทแล้ว จึงควรจะช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ให้มีโอกาสได้ลืมต้าอ้าปากไปพร้อม
 
แต่เกลับยกผลประโยชน์ท้ังมวลไปให้บริษัทเอกชนที่เป็นทุนใหญ่ใกล้ชิดรัฐบาลกินรวบเอาซะงั้น!  
 
ก็คงเพราะเหตุนี้ โครงการเมกะโปรเจกต์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่รัฐบาลตีปี๊บออกไปท่ัวโลกจะเชิญชวนนักลงทุนทั้งไทย-เทศ เข้ามาร่วมลงทุนในโครงการนำร่อว 8 โครงการใหญ่มูลค่านับแสนล้านบาทโดยเปิดกว้างให้ต่างชาติถือหุ้นได้ถึง 75% อย่างไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินมูลค่า 200,000 ล้านหรือการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 วงเงินกว่า 80,000 ล้านบาท หรือศูนย์การบินอู่ตะเภท ฯลฯ
หลายฝ่ายจึงได้แต่กังขา นายกฯจะทันเล่ห์กลทุนการเมืองที่รายล้อมอยู่รอบตัวได้หรือ  ท้ายที่สุดโครงการเมกะโปรเจกต์เหล่านี้จะไม่ถูกทุนใหญ่กินรวบไปอีกหรือเพราะขนาดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกใต้จมูกนายกฯแท้ ๆ ที่รัฐบาลรับปากจะคืนความสุขให้ประชาชนคนไทย ยังถูกลากเข้ารกเข้าพงออกไปประเคนให้ทุนใหญ่กินรวบเอาได้
ก็ได้แต่เตือนท่านนายกฯตู่เอาไว้ตรงนี้ หากจะคืนความสุขให้ประชาชนคนไทยอย่างแท้จริงท่านต้องแสดงความจริงใจ ความบริสุทธิ์ใจให้เห็นเสียก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ทุนใหญ่ “ขุบมือเปิบเอาได้เช่นนี้”!!! 
 
บทความโดย :เนตรทิตย์
Cr.ภาพประกอบจาก http://www.footballdj.com