“ยูพีเอส”เสริมศักยภาพบริการเอื้อธุรกิจไทยเชื่อมโยงการค้าสู่ทั่วโลกได้รวดเร็ว-มีประสิทธิภาพมากขึ้น

0
75

ยูพีเอส ประกาศขยายศักยภาพการบริการในไทยรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์และไฮเทค หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์4.0 ชี้เป็นการส่งเสริมนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีสร้างเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจใหม่ ๆ ในพื้นที่อีอีซี

คุณรัสเซล รี้ด กรรมการผู้จัดการ ยูพีเอส ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปริมาณการส่งออกไทยในปี 2561 นี้ คาดเติบโต 8.5% ซึ่งจะส่งผลให้จีดีพีขยายตัวราว 3.8% ในปีนี้ ขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าตามเส้นทางสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และการบินในระบบเศรษฐกิจโลก ความรวดเร็วและความคล่องตัวจึงเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์และไฮเทค ซึ่งพัฒนาอย่างรวดเร็ว

“การขยายการบริการครั้งนี้เป็นการขยายเวลาเข้ารับพัสดุสำหรับการส่งออกสินค้า ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีช่วงเวลาสำหรับขั้นตอนการผลิตที่ยาวนานขึ้น และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการรองรับคำสั่งซื้อแบบเร่งด่วน อีกทั้งยังมีระยะเวลาการขนส่งที่รวดเร็วขึ้นสำหรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าเพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาด”

นอกจากนี้ คุณรัสเซล ระบุอีกว่าระยะเวลาการขนส่งเร็วขึ้น 1 วัน สำหรับการส่งออกสินค้าจากพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และพื้นที่อยุธยาโดยรอบ สู่ปลายทางในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ ตลาดเหล่านี้ต่างเป็นตลาดหลักสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งความรวดเร็วในการ นำสินค้าเข้าสู่ตลาดมีความสำคัญมาก เนื่องจากสินค้ามีช่วงอายุสั้น

ระยะเวลาการขนส่งเร็วขึ้น 1 วัน สำหรับการนำเข้าสินค้าจากต้นทางเมืองหลักในเอเชียและยุโรปสู่ปลายทางในพื้นที่รหัสไปรษณีย์สำคัญ ๆ ในจังหวัดปราจีนบุรี ระยอง สมุทรสาคร และสระบุรี ระยะเวลาขนส่งที่สั้นลงช่วยให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนด้านคลังสินค้าและสามารถดำเนินการผลิตแบบทันเวลาพอดี (just-in-time) ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า

ขยายเวลาเข้ารับพัสดุเพิ่มสูงสุด 7 ชั่วโมงสำหรับการส่งออกสินค้าจากพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สู่เส้นทางการค้าหลักในจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ยุโรป และสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่วงเวลาสำหรับการผลิต และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจมากขึ้นในการรองรับคำสั่งซื้อแบบเร่งด่วนจากลูกค้า

อย่างไรก็ดี คุณรัสเซล กล่าวปิดท้ายว่ายูพีเอสได้ขยายศักยภาพบริการในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และพื้นที่อยุธยา อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งและเสริมความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจต่าง ๆ การขยายบริการครั้งล่าสุดนี้จะช่วยให้พื้นที่การค้าสำคัญ ๆ ของไทยเชื่อมโยงกับการค้าระหว่างประเทศอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความกดดันจากช่วงเวลาการผลิตที่สั้นลง คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่สูงและการส่งที่ตรงเวลา

“การขยายศักยภาพบริการคือส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตในระยะยาวของยูพีเอสในประเทศไทย ซึ่งมุ่งเน้นการขยายขอบข่ายบริการในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ รวมถึงการมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับธุรกิจทั้งในภาคไฮเทคและการผลิตทางอุตสาหกรรม ยูพีเอสยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายเพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณสินค้า ในขณะที่ประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นประตูสำคัญสู่เอเชีย และเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการบินของภูมิภาคอาเซียน”