เปิดประสบการณ์สุดระทึก!Test Drive P360 ใหม่!เส้นทางหฤโหด“สุโขทัย-ตาก-แม่สอด”

0
820

ก่อนตัวอักษรจากผลงานการ Test Drive เจ้านกกริฟฟิน P360 รุ่นใหม่คันนี้จะเปิดฟลอร์เริงระบำตำลูกตาผู้อ่าน ถึงวินาทีนี้ผู้อ่าน สาวกสแกนเนีย และสิงห์รถบรรทุกเมืองไทยก็น่าจะได้เสพข่าวปฏิบัติการเผยสิริโฉมรถบรรทุกรุ่นใหม่ดังกล่าวนี้อย่างเป็นทางการชนิดกระหึ่ม เดอะ สตูดิโอ พาร์ค จ.สมุทรปราการ ผ่านทุกช่องทางสื่อยุคดิจิทัลเมื่อวันที่22 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย

เป็นการเปิดตัวสมใจนึกบางลำพูสาวกสแกนเนียเมืองไทยหลังต้องรอมา 3 ปีคล้อยหลังที่รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวกระแทกสายตาสิงห์บรรทุกโลกครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส ระยะเวลารอ 3 ปีแม้อาจดูว่านานในบางอารมณ์ความรู้ของใครบางคน แต่ก็พอเข้ใจได้เพราะแผ่นดินสยามเมืองยิ้มไม่ใช่ “ประเทศต้นทาง” เทคโนโลยี ผนวกด้วยเหตุผลรถบรรทุกแตกต่างจากรถยนต์เล็กใช่ว่าที่จะชิงเปิดตัวกันถี่ยิบ

กับอารมณ์ความรู้สึกอิ่มหมีพีมันหลังได้ยลโฉมพลางเสพรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถรุ่นใหม่ทุกรุ่นที่ทางสแกนเนียพาเหรดเปิดตัวในวันนี้ ทุกท่านน่าจะเก็บเกี่ยวอารมณ์ความรู้สึกและเสพข้อมูลดิบตัวรถจนพุงกางกันไปอยู่แล้ว ผมจะมิบังอาจไม่ไปเสริมเติมแต่งและแตะลงลึกมากในส่วนนั้น

เพราะมิเช่นนั้น….อาจมีอาการสำลักและปริแตกกันไปข้าง!

แต่สิ่งที่ผมจะภูมิใจนำเสนอต่อไปนี้เป็นอีกหนึ่งมุมมอง อารมณ์ความรู้สึก และประสบการณ์ ที่ดูตื่นเต้นและท้าท้ายอย่างมากกับการได้ลองทดลองขับจริงกับเจ้านกกริฟฟิน P360 ใหม่(เป็นรถธงในรุ่นใหม่ที่เปิดตัว) บรรทุกนัำหนักจริงกว่า 48 ตันบนเส้นทางขนส่งสาย “หฤโหด”ของจริง “สุโขทัย-ตาก-แม่สอด” เพื่อเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงสะท้อนและช่วยกระชับความรู้สึกถึงสมรรถนะของเจ้ารถบรรทุกรุ่นใหม่ล่าสุดนี้สู่คมคิดผู้อ่านได้บ้าง

ต้องเรียนตามตรงนะครับบนเส้นทางสื่อสายรถใหญ่แม้จะเคยได้ยกบั้นท้ายนั่งทดลองขับรถบรรทุกหลายค่ายหลากสายพันธุ์มาบ้างแล้ว แม้กระทั่งรถหัวลากสแกนเนียก็ตามที ถึงกระนั้นก็ยังเป็นการขับวนอยู่ในพื้นที่และระยะทางจำกัดเท่านั้น ไม่ได้ออกไปเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคบนท้องถนนจริงในระยะทางไกลๆ

แต่คราวนี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกชีวิตจริง “ไม่ใช่ตัวแสดงแทน” ที่ได้ทำการทดลองขับจริงบนเส้นทางขนส่งสินค้าจริง แถมหางพ่วงยังบรรทุกพิกัดน้ำหนักจริงรวมตัวรถ 48 ตัน ทดสอบสมรรถนะรถด้วยระยะทางไกลท่ามกลางอุปสรรคบนท้องถนนทั้งปริมาณรถบรรทุกที่หนาแน่น ทางขึ้นเนินเขาสูง-ทางลงเขาชัน ถนนหนทางที่คดเคี้ยว อีกทั้งยังบางช่วงยังขรุขระเพราะอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกด้วย  

ที่สำคัญยังเป็นกรุ๊ปสื่อแรกที่ได้ยลโยมรถบรรทุกรุ่นใหม่นี้ เรียกได้ว่าเป็นการ เปิดซิงTest Drive ตามแบบฉบับ VIP Press Tour กันเลยทีเดียว!

ทีม 3 ทหารเสือจากค่ายสแกนเนีย

ทริปนี้ประกอบ 3 ทหารเสือจากค่ายสแกนเนียนำทัพโดยคุณอำนาจ ทองทัย ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมพนักงานขับรถ หรือแฟนคลับสแกนเนียพากันเรียกขาน อ.ต้อม ขนาบข้างด้วยขุนศึกคู่กายมือฉมังอย่าง อ.ชาญชัย ใหญ่สมพงษ์ Senior Test Drive Officer เกี่ยวก้อยด้วยคู่หูดูโอ้ อ.สมโภชน์ ทิพย์นนท์  Driver Trainer แห่งค่ายสแกนเนีย

ฟากสื่อเป็น 3 สหายสื่อต่างสำนักต่างลีลา(นักขับสมัครเล่น)  ประกอบด้วย Logistics Time, Trans Time และ Asian Trucker (Thailand)

ผ่าแผนปฏิบัติการ Test Drive เจ้านกกริฟฟิน รุ่นใหม่เอี่ยมอ่อง P360 นี้ ถูกซอยย่อยออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงแรกระยะกว่า 60 กม.เส้นทางสุโขทัย-ตาก เป็นการทดสอบสมรรถนะรถบนทางราบ โดยสลับปรับเปลี่ยนการขึ้นทดสอบออกเป็น 3 ไม้จาก 3 สหายสื่อต่างสำนัก ส่วนช่วงที่สองระยะทางกว่า 60 กม.เส้นทางตาก-แม่สอด เป็นการทดสอบในเส้นทางขึ้นเนินเขา-ลงเขาลาดชัน

อ.ต้อม-อำนาจ ทองทัย

“4 มุมมองหลัก”สะท้อนการออกแบบรุ่นใหม่ล่าสุด

ก่อนที่ปฐมบทแห่งประสบการณ์อันตื่นเต้นและสุดท้าทายจะบังเกิดขึ้น อ.ต้อม ได้อุ่นเครื่องยนต์ด้วยการเสริมสาระน่ารู้เกี่ยวกับตัวรถรุ่นใหม่นี้ว่ามีอะไรใหม่ไฉไลจากรุ่นเดิมบ้าง พร้อมอธิบายปุ่มทำงานหลักและออฟชั่นพิเศษใช้ยังไงและอยู่ในตำแหน่งไหนบ้าง และตบท้ายด้วย “4 มุมมองหลัก” ที่สะท้อนการออกแบบรถบรรทุกซีรีส์ใหม่ล่าสุดนี้

Horistic View คือมุมมองแรกที่สะท้อนการออกแบบรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ โดยคำนึงถึงเทคโนโลยีของสแกนเนียที่ตอบโจทย์ด้านการประหยัดน้ำมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การปล่อยไอเสียให้น้อยเพื่อการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด

Owner View เป็นมุมมองเพื่อเจ้าของรถ สแกนเนีย คำนึงถึงเมื่อเขาซื้อรถไปใช้งานแล้วเขาจะคุ้มค่าและคืนกำไรต่อธุรกิจของเขาได้อย่างไร รถคันนี้ฝังด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำรวบรวมลักษณะการใช้รถและพฤติกรรมการขับขี่ของคนขับรายงานตรงไปยังศูนย์ฯและเจ้าของรถแบบเรียลไทม์ เช่น การใช้งานในแต่อาทิตย์แต่ละเดือนเป็นอย่างไร ใช้ความเร็วเท่าไหร่ ใช้น้ำมันไปเท่าไหร่ เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านการใช้งาน และการใช้เพิ่มพูนกำไรสูงสุดให้กับเจ้าของกิจการได้มากที่สุด

Performance View การออกแบบรถคันนี้เป็นไปเพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด ทั้งเรื่องแรงทอร์ค-แรงบิดมหาศาล ทนทาน และประหยัดน้ำมัน รวมถึงการตอบสนองของเกียร์แม่นยำต่อเนื่องโดยความนุ่มนวล ราบรื่น ความทนทานของเกียร์,เครื่องยนต์ ระบบเบรกไอเสีย, รีทาร์ดเดอร์

Driver View สุดท้ายแล้วก็ต้องเป็นเรื่องของคนควบคุมเครื่องจักร ก็คือคนควบคุมเหนือพวงมาลัย ซึ่งรุ่นใหม่นี้ถูกแบบมาเพื่อสร้างความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ ความนุ่มนวล ปุ่มการทำงานที่ใช้งานง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส หน้าจอแสดงการดูข้อมูลการขับขี่ต่างๆ มุมมองและทัศนวิสัยการขับขี่ที่กว้างเป็นผลดีต่อผู้ขับขี่ ห้องโดยสารกว้าง ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เมื่อยล้ายามขับขี่ระยะไกล ความนุ่มนวลของเบาะคนขับ ความแม่นยำของพวงมาลัย ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่

ทางราบพิสูจน์ทราบ “ขับง่ายสบายเท้า”

หลังอุ่นเครื่องให้ร้อนรุ่มสมใจพระเดชพระคุณท่านแล้วก็เป็นทีของการโซโล่ของจริง ด้วยพรรษาแก่กว่าอีก 2 สหายสื่อต่างสำนักร่วมทริป ข้าน้อยจึงได้รับเกียรติอันสูงส่งให้เป็น “ไม้แรก” ได้ขึ้นสำแดงทักษะ-ฝีไม้ลายมือ-เท้าก่อนใครเขา อย่างที่ผมเกริ่นไว้ก่อนครับว่าช่วงแรกระยะ 60 กม.เส้นทางสุโขทัย-ตาก เป็นการทดสอบสมรรถนะรถบนทางราบก่อนที่จะเข้าตัวเมืองตาก

หลังได้ขึ้นกุมอำนาจการขับขี่ประจำการเหนือพวงมาลัยเจ้าหัวลาก P360 รุ่นใหม่ล่าสุด มองซ้ายแลขวาแล้วต้องบอกว่า Body รถรุ่นนี้ยังความเป็นรถใหญ่เกรดพรีเมี่ยมเหมือนเดิม ที่ดีไซน์ภายนอกใหม่ตั้งแต่หัวเก๋ง กระจังหน้าดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงความดุดันมีเสน่ห์ตามเอกลักษณ์ของสแกนเนีย อีกทั้งหัวเก๋งยังเป็นหัวเก๋งนิรภัยแบบโช้คพร้อมสปริง 4 จุด เบาะคนขับปรับระดับและช่วยซับแรงกระแทกด้วยลม กระจกหน้าต่างและมองหลังปรับไฟฟ้า กระจกส่งหลังมุมมองกว้างทั้งสองด้าน ขณะที่หมวกลู่ลมบนหลังคา Air Deflector

ภายในห้องโดยสารไม่ต้องพูดมาก…เดี๋ยวเจ็บคอ เพราะเขามาเต็มในมิติความหรูหรา แต่รุ่นใหม่นี้ไฉไลกว่าเดิมดูกว้างขึ้น ทำให้ทัศนวิสัยการขับขี่ได้สะดวกสบายดูไม่อึดอัดไม่เมื่อย ดีไซน์ปุ่มแผงคอนโซลก็ดูทันสมัยกว่าเดิม และมีการย้ายปุ่มออฟชั่นสำคัญๆไปอยู่ ณ ตำแหน่งที่สร้างความง่ายและสะดวกของผู้ขับขี่

ส่วนสมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่บนสภาพถนนราบหลังเคลื่อนตัวออกจากฐานที่มั่น ด้วย P360 ตัวใหม่นี้เป็นเครื่องยนต์ 13 ลิตรมาพร้อมกับ 12 เกียร์เดินหน้า 2 เกียร์คลาน 2 เกียร์ถอยหลัง ระบบเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติอันเลื่องชื่อ Opticruise พร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ Economy,Standard และ Power

บนทางราบไม่ต้องคิดมากให้ปวดกบาลเพียงแค่เลือกโหมด Economy ก็ขับขี่ไปเรื่อยๆช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ดี หรือจะเลือกโหมด Standard ก็โอเคใช่เลย หากถนนโล่งจะใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ก็จะช่วยให้สบายเท้ายิ่งดีเข้าไปใหญ่ ปรับเพิ่ม-ลดระดับอัตราเร่งง่ายดายด้วยปลายนิ้วบนพวงมาลัย หรืออยากเปลี่ยนเป็นโหมด M ก็เปลี่ยนได้แค่ปลายนิ้วเช่นกันโดยรถไม่เสียสมดุลแต่อย่างใด

ขึ้นเขา-ลงเขา “เบาใจ-เชื่อใจ”ได้

หลังได้เห็นประสิทธิภาพรถบนทางราบแล้ว คราวนี้เป็นพิสูจน์สมรรถนะรถบนทางขึ้นเนินเขาและทางลงเขาลาดชั้นกันบ้าง หลังออกจากตัวเมืองตากได้ระยะหนึ่งระยะทางกว่า 60 กม.ก่อนที่จะถึงแม่สอดอุดมด้วยอุปสรรคบนท้องถนนทั้งปริมาณประชากรรถบรรทุกที่หนาแน่น ทางขึ้นเนินเขาสูง-ทางลงเขาชัน ถนนหนทางที่คดเคี้ยว อีกทั้งยังบางช่วงยังขรุขระเพราะอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จึงต้องใช้ความระมัดมากยิ่งขึ้น

ทางขึ้นเนินแม้น้ำหนักรถพ่วงด้วยหางรวมกันแล้ว 48 ตัน ด้วยเครื่องยนต์แรงม้าสุทธิ 360 แรงม้าที่ 1,900/นาที บวกด้วยแรงบิดสุทธิ  1,800 นิวตันเมตร (เพิ่มสูงขึ้นจากรุ่นเดิม 50 นิวตันเมตร)ที่1,000-1,350 รอบ/นาที เวลาขับขึ้นเนินเขาสูงแรงทอร์คจะมาเร็วสูงในรอบต่ำและนุ่มนวล บวกกับเกียร์ที่แม่นยำจะช่วยการเปลี่ยนเกียร์ในรอบที่เร็วขึ้น น้ำหนักรถรวมหาง 48 ตันในทางเนินเขาสูงจึงไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเจ้านกกริฟฟิน P360 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้

ขณะเวลาลงที่ลาดชัน ระบบเบรกและความปลอดภัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด รถคันนี้มาพร้อมกับระบบเบรกลมล้วน 3 วงจรแยกอิสระสำหรับล้อหน้า ล้อหลัง และเบรกจอด ดรัมเบรกควบคุมด้วยระบบลม ควบคุมความปลอดภัยด้วยระบบเบรกBMS ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบป้องกันการลื่นไหล Traction Control และทีสำคัญมีเบรกไอเสียที่มีถึง 2 ระดับ

ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมรถลงในทางลาดชัน โดยเฉพาะเบรกไอเสียที่ช่วยผ่อนความเร็วขณะลงที่ลาดชันได้ดีมาก โดยที่ไม่ต้องแตะเบรกเลย รถไม่กระชากหรือหน่วงแต่อย่างใด หากต้องการลดระดับความเร็วก็ใช้ Parking Brake ช่วยเบรกน้ำหนักหางไม่ให้ดันน้ำหนักเทไปที่หัวรถ และตัวรถไม่เกิดการหน่วงหรือเหวี่ยงแต่อย่างใด

ขณะที่ฐานล้อซึ่งก็มีส่วนสำคัญอย่างมากจากรุ่นเดิม 3,100 มม. รุ่นใหม่ล่าสุด เป็น3,150 มม. ส่วนเพลาหน้าเลื่อนเดินหน้า 50 มม. เพื่อให้สมดุลและกระจายน้ำหนัก ทรงตัวได้ดี เข้าโค้งได้ดี เข้าพื้นที่แคบได้ดี และทำให้นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น

และที่เป็นไฮไลท์เลยก็คือระบบเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติอันเอกอุของสแกนเนียก็คือ Opticruise รุ่นเดิมจะไม่มี Layshaft Brake  แต่รุ่นใหม่นี้มี Layshaft Brake เข้ามาเสริมทัพความสุดยอดของOpticruise มากยิ่งขึ้น เพราะนี้คือสุดยอดเทคโนโลยีที่จะทำให้การเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็ว ตอบสนองตำแหน่งของเกียร์แม่นยำกับรอบเครื่องยนต์ ส่งกำลังการขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น ลดการสึกหรอของระบบเกียร์

จาก 9 โมงเช้านิดๆคือเวลาจุดสตาร์ทเปิดประสบการณ์สุดระทึกกับการ Test Drive เจ้านกกริฟฟินP360 ใหม่บนเส้นทางสุดหฤโหด“สุโขทัย-ตาก-แม่สอด”จนกระทั่งลงเขาสู่ที่หมายด้วยความปลอดภัยกันถ้วนหน้าในเวลาประมาณบ่ายสามโมงแก่ๆรวมระยะทางกว่า 150 กม.

ถือเป็นประสบการณ์สุดท้าทายและหฤหรรษ์บนเส้นทางสุดหฤโหดครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องขอขอบคุณทางสแกนเนีย ที่เป็นค่ายรถใหญ่แรกกล้าพังทลายกำแพงการทดสอบรถใหญ่รูปแบบเดิมลง พร้อมให้เกียรติเชิญ 3 สหายสื่อต่างสำนักได้ร่วมสำแดงทักษะในต่างลีลา Test Drive ในครั้งนี้

และที่ลืมไม่ได้คือ 3 ทหารเสือจากค่ายสแกนเนีย ที่ช่วยให้ทริป VIP Press Tour ครั้งนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์พูนในแง่วิถีการงาน และปลอดภัยสูงสุดในแง่ทุกวิถีชีวิตผู้ร่วมทริป ทำให้การทดสอบครั้งนี้พิสูจน์ทราบได้ว่าเจ้ารถยักษ์ P360 ใหม่!”ขับง่าย สะดวกสบาย สมรรถนะสูง มั่นใจความปลอดภัย ประหยัดเชื้อเพลิง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

….เจอกันอีกครั้งเมื่อชาติต้องการ!

:ขันธ์ธีร์