ธุรกิจส่งด่วนแข่งเดือด!“โอกาสทอง”ผู้บริโภค

0
75

นับวันอัตราการเติบโตเติบโตธุรกิจอี-คอมเมิร์ซหนุนการซื้อ-ขายออนไลน์ทะลัก ส่งอานิสงส์ให้ธุรกิจขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทยโดยเฉพาะ “ธุรกิจส่งด่วน” บูมสุดขีด เบ่งบานตามมาด้วยบริษัทขนส่งด่วนทั้งไทยและเทศผุดขึ้นยังกับดอกเห็ด งัดกลยุทธ์การตลาดเปิดสงครามร้อนระอุหวังแบ่งเค้กสัดส่วนตลาดก้อนมหึหา

หากย้อนหลังกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตลาดอี-คอมเมิร์ซในไทยมีมูลค่าแค่ 424,460 ล้านบาทเท่านั้น แต่ทว่า ปัจจุบันพุ่งทะยานเติบโตก้าวกระโดดแตะระดับ 2,812,592 ล้านบาท ถือเป็นภาคธุรกิจเนื้อหอมสุดๆในยุคนี้

ทว่า ในสนามการแข่งขันธุรกิจส่งด่วนเมืองไทยมีทั้งยักษ์ใหญ่ ขนาดกลาง และรายย่อยร่วมชิงสัดส่วนตลาดกันสุดลิ่ม เมื่อเบ่งบานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งควักมือเรียกผู้เล่นหน้าใหม่โรมรันพันตูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ผู้เล่นหน้าเก่าก็ต้องปรับกลยุทธ์ “โชว์จุดเด่น-ปิดข้อด้อยตัวเองหวังเป็นทางเลือกดีสุดของลูกค้า

ท่ามกลางสภาวะตลาดเติบโตหวือหวา คู่แข่งก็เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะแบรนด์ต่างชาติ เช่น Kerry Express สัญชาติฮ่องกง, DHL จากเยอรมนี, SCG Express ที่ร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่น รวมไปถึงกลุ่มบริการส่งด่วนภายในหนึ่งวันอย่าง Line Man, LaLa Move, และอีกหลายๆ บริษัท ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มบริษัทต่างชาติทั้งนั้น

โดยล่าสุด ยังมีแบรนด์น้องใหม่แจ้งเกิดและเรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ 2 แบรนด์จีนอย่าง Best Express และ Flash Express ที่บินด่วนมาเปิดบริการส่งพัสดุในเมืองไทย โดยมี Back Up ชั้นดีอย่างบริษัท “อาลีบาบา” เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ฟากผู้ประกอบการขนส่งหนักก็มีอยู่หลายรายสบโอกาสแตกไลน์ธุรกิจ “รับส่งสินค้าด่วน”คู่ขนานกัน อย่างเช่น บริษัท บลู แอนด์ ไวท์ โลจิสติกส์ จำกัด อีกหนึ่งบริษัทขนส่งสัญชาติไทยที่ผู้คนในวงการต่างรู้กิตติศัพท์กันดี ยังกระโดดร่วมวงไพบูลย์ด้วยการเปิดให้บริการ”Blue&White Express” รับบริการส่งพัสดุด่วนทั่วประเทศ

บริษัทขนส่งทุนหนาต่างชาติบุกไทย

นายปัญญา เศรษฐโภคิน ประธานกรรมการ บริษัท บลู แอนด์ ไวท์ โลจิสติกส์ จำกัด สะท้อนมุมมองถึงภาพรวมธุรกิจขนส่งไทยว่าต้องยอมรับปัจจุบันนี้ตลาดขนส่งทางบกมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เพราะมีบริษัทขนส่งทุนหนาต่างชาติสามารถเข้ามาเปิดบริษัทแข่งขันกับขนส่งของคนไทยได้อย่างเต็มตัวแล้ว ด้วยเงินทุนหาศาล เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากล ประกอบกับความที่เป็นคนชาติเดียวกันกับผู้ว่าจ้างจึงสามารถแย่งลูกค้าไปจากขนส่งไทยได้ง่ายมาก

“หากจะอยู่รอดผู้ประกอบการขนส่งไทยเองก็ต้องมีการปรับตัวให้สอดรับเทรนด์การแข่งขัน ทั้งการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และการบริการจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างศักยภาพงานขนส่งให้ได้มาตรฐาน เมื่อเรามีศักยภาพที่แข็งแกร่งก็จะอำนาจการต่อรองกับผู้ว่าจ้างได้ ทางบริษัทฯ เราเองก็ได้มีการพัฒนาคุณภาพการขนส่งให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ผู้ว่าจ้างมีความพึงพอใจและไว้ใจในการขนส่ง และว่าจ้างในการใช้งานครั้งต่อไปอย่างต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ ระบุอีกว่าแม้ค่าขนส่งของบลูแอนด์ไวท์ฯ จะถือได้ว่ามีราคาค่าจ้างสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของขนส่งไทย แต่ด้วยขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการทำงานของพนักงาน การรับประกันสินค้า ทำให้สินค้าที่ขนส่งถึงจุดหมายปลายทางในเวลาที่กำหนด รวมถึงสินค้ายังมีสภาพดีเหมือนกับที่ส่งมาจากต้นทางเลย จึงทำให้ผู้ว่าจ้างมีความเชื่อมั่นว่า ถึงจะต้องจ่ายเงินสูงแต่สินค้าถึงปลายทางในสภาพที่ดี ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ส่งด่วนแข่งเดือด โอกาสทองผู้บริโภค

ต่อประเด็นการแข่งขันธุรกิจขนส่งด่วนนั้น ประธานกรรมการบลูแอนด์ไวท์ฯให้ทรรศนะว่าอย่างที่ทราบกันดีปัจจุบันตลาดอี-คอมเมิร์ซในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลดีให้ธุรกิจขนส่งด่วนพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย และเป็นตลาดที่มูลค่ามหาศาลก็ยิ่งให้มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ก็ไม่ต่างจากธุรกิจขนส่งหนักเท่าไหร่นัก มีบริษัททุนหนาต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก นั่นก็เป็นกลไกการตลาดที่สามารถทำได้ เมื่อมีผู้เล่นหลากหลายในตลาดแข่งกันด้วยกลยุทธ์ มองในอีกมุมหนึ่งผู้บริโภคก็ได้เปรียบมีทางเลือกใช้บริการหลากหลาย

“บลูแอนด์ไวท์ฯเปิดให้บริการ “บลู แอนด์ ไวท์ เอกซ์เพรส”ก็เป็นส่วนหนึ่งการปรับตัวและขยายธุรกิจรองรับการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าเจาะ โดยบริษัทฯ จะใช้รถปิกอัพเพื่อขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 15 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะให้บริการในเวลาที่รวดเร็ว รักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพดี และคิดค้าจ้างขนส่งในราคาที่ไม่แพง มีราคาสมเหตุสมผล”

นอกจากนี้ เรายังมียานพาหนะที่หลากหลาย เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้ามากกว่า 1,000  คัน ส่วนพนักงานส่งสินค้าก็ได้รับการฝึกอบรมในด้านความปลอดภัย มีทักษะที่ดีในการสื่อสารกับลูกค้าและมีการใช้ระบบ “Mobility Logistics Solution”เพื่อเชื่อมโยงการจัดส่งสินค้าในทุกขั้นตอน มีระบบการจัดการเส้นทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถจัดส่งสินค้าได้รวดเร็ว ปลอดภัย และมีความถูกต้องสามารถส่งสินค้าถึงปลายทางภายในเวลาที่กำหนด

“เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เราได้พัฒนาระบบบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการขนส่งสินค้า ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รายงานข้อมูลการจัดส่งแบบ Real Time ในเชิง Event On-Time และ Statistics ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดการจัดส่งสินค้าได้ เราเป็นบริษัทขนส่งสัญชาติไทยที่ไม่หยุดนิ่งการพัฒนาตัวเองเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน กรุยทางสู่การเติบโตอย่างมั่นคง” ประธานกรรมการบลูแอนด์ไวท์ฯ กล่าวปิดท้าย