กระอักเลือด!

0
45

นิตยสาร Logistics Time ปีที่ 14 ฉบับที่ 174 ประจำเดือนเมษายน  2562 : “สิงห์ตะวันเพลิง” หน้าเก่า-แก่ขาประจำขอรายงานตัวประจำฐานกองบัญชาการข่าวคอลัมน์“เลาะระเบียงขนส่ง” ทำหน้าที่รายงานข่าวเด่น-ดัง-ร้อนในในแวดวงขนส่ง พลางหยิบแกมหยอกบรรดาพี่น้องสิงห์รถบรรทุกและผู้ประกอบการขนส่งทั่วฟ้าเช่นเดิมครับขอรับกระผม

ปิดฉากรูดม่านลงไปแล้วสำหรับศึกเลือกตั้ง 62 นับเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เมืองไทย เกิดปรากฎการณ์หน้าใหม่-สำคัญๆเกิดขึ้นเพรียบ ทั้งมิติใหม่ด้านกฎกติกา-การตีนตัวประชาชน-ผลการเลือกตั้ง ที่ลุ้นกันตัวโก่งจนวินาทีสุดท้าย พรรคการเมืองหน้าใหม่สร้างเซอร์ไพร้ส์บนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ส่วนพรรคเก่าและแก่ที่ว่าแน่ก็ย่ำแย่เกือบ “สูญพันธุ์”สะท้อนเทรนด์และบ่งบอกทิศทางการเมืองยุคใหม่ได้ดียิ่งนักแล

ส่วนผลการเลือกตั้งคะแนนดิบรวมตกเป็นของพรรคพลังประชารัฐฝ่ายที่ถูกยัดเยียดพลางสร้างวาทะกรรมนำสมองให้เป็น “ฝ่ายเผด็จการ” เฉือนชนะพรรคเพื่อไทยที่สถาปนาตัวเองเป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย”ที่สุดแล้วกูรูการเมืองฟันเปรี้ยงรัฐบาลชุดใหม่ไมว่าจะฝั่งไหนจัดขั้วตั้งรัฐบาลก็ “ไร้เสถียรภาพ” บ่งบอกอีกไม่นาน “ยุบสภา”

ถึงกระนั้น ถือเป็นการผลคะแนนดับซ่าส์ “คนแดนไกลหน้าเหลี่ยม”ที่หน้าบานเป็นจานดาวเทียมไทยคม พร้อมหล่นวาจากลางงานแต่งลูกสาวสุดเลิฟทีฮ่องกง “เราชนะแน่”กับความหวังจะได้กลับมาใช้ชีวิตบนกองภูเขาเงินทอง ณ แดนมาตุภูมิ ยังต้องหาวเรอต่อไป …สิงห์ตะวันเพลิง ได้แต่สวดภาวนาพุทโธ “คนแดนไกล”อย่าเพิ่งธาตุไฟแตกไปก่อนเวลาอันควรล่ะกันครับ!

วกเข้าสู่เส้นทางขนส่งเมืองไทยที่ไม่ห่างไกลเส้นทางการเมืองไทยมากนัก กระอักเลือด-ธาตุไฟแตก ? กับพ่อใหญ่ทองอยู่ คงขันธ์ อดีตประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย หลังยอมทิ้งหัวโขนตำแหน่งประธานสหพันธ์ฯเดินเข้าสู่เส้นทางการเมืองสังกัดอดีตพรรคไทยรักษาชาติ แต่ก็ฝันสลายเพราะพรรคฯดันถูกยุบ จนกินไม่ได้นอนไม่หลับออกอาการ “กระอักเลือด”กลายเป็น “ผีไม่มีศาล” ครั้นจะกลืนน้ำลายตัวเองแล้วหวนกลับไปถ้ำเก่าพลางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จก็ดูจะสิ้นหวัง เพราะถ้ำเก่าไม่มีที่ว่างอีกแล้ว อีกอย่างไม่รู้ว่าจะมี “ใครเอา” หรือเปล่า?  

ขณะที่ดร.ชุมพล สายเชื้อ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA ) หลังได้กุมบังเหียนแม่ทัพ TTLA ตั่งแต่ต้นปีก็เดินหน้าสร้างความเข้มแข็ง-ศักยภาพให้กับองค์กรภายใต้กึ๋นที่เคยเปล่งวาจาชัดให้กับองค์กรในมิติตั้งแต่วันแรกที่ได้การไว้วางใจจากมวลสมาชิกฯทั้งงานหลวง-ราษฎร์ไม่เคยขาด ธุรกิจส่วนตัว BS Express ก็ไปได้สวย งานสมาคมฯก็ดูดีมีสกุล อีกทั้งยังไม่ทิ้งงานวิชาการเดินสายสอนหนังสือ-เป็นวิทยากรบนเวทีสัมมนาต่างๆ พร้อมทั่งยังถูกสื่อสายคมนาคมขนส่งเข้าคิวสัมภาษณ์กันยกใหญ่ เฉิดฉายเรียกสปอร์ตไลท์เยี่ยงนี้อีกไม่กี่ปี…ตำแหน่งว่าที่ประมุขสิบล้อเมืองไทยเห็นอยู่รำไร!

ฟากวงการรถใหญ่เวทียุโรป “มร. อีริค ลาบัท”หัวเรือใหญ่แห่งค่ายวอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) หลังได้รับการแต่งตั้งเมื่อช่วงต้นปีก็เดินหน้าปล่อยหมัดเด็ดทะลวงไส้น่าดู หวังสำแดงศักยภาพในฐานะผู้นำองค์กรที่เคยเดินทางเป็นหมื่นลี้มาแล้วในแดนมังกร นำประสบการณ์ฝ่าฟันอุปสรรคพุ่งชนภารกิจสุดท้าทายในสมรภูมิรถใหญ่เมืองไทยโดยมี“บัลลังก์เจ้ายุโรป” เป็นเดิมพันหลังเสียแชมป์ไป 2 ปีซ้อน(60-61)

อีกทั่งยังเป็นการตอกย้ำความมั่นใจที่เขาเคยหล่นวาจาไว้ต่อหน้าสื่อเป็นครั้งแรกว่าจากการที่ผมเคยประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งแบรนด์ยุโรปในจีนมา ดังนั้น ในประเทศไทยการเป็น “เบอร์รอง”ไม่ใช่สิ่งที่ผมนึกไว้และผมพร้อมที่จะสู้เพื่อก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งในไทยให้ได้ยังไงเสียต้องเป็นกำลังใจหนักๆครับ

ฟากเจ้าของบังลังก์แชมป์ยุโรป 2 ปีซ้อน อย่าง มร.สเตฟาน ดอร์สกี MD มาดสุดเท่แห่งค่าย สแกนเนีย ย้ำอยู่เสมอว่าสแกนเนีย นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เพียงแค่ยานพาหนะเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเหมือนเครื่องมือพิเศษอันชาญฉลาดในรูปแบบโซลูชั่นสินค้าและบริการที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ลูกค้าของเรามีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืนในธุรกิจของลูกค้า

อีกทั้งยังเป็นการพิสูจน์ทราบถึงผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในด้านความปลอดภัย สมรรถนะ สภาพแวดล้อมการขับขี่ ประหยัดเชื้อเพลิง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อ และการเพิ่มช่วงเวลาปฏิบัติงานยาวนานสูงสุด…แม้เราจะครองความเป็นเจ้ายุโรปในตลาดเมืองไทยมาได้ 2 ปีซ้อน ถึงกระนั้น เราก็ไม่หยุดนิ่งการพัฒนาตัวเองในการสร้างความแข็งแกร่ง และมั่นใจปีนี้สแกนเนียแกร่งพอจะรักษาแชมป์ยุโรปไว้ได้

ศึกสายเลือดรถใหญ่จากสวีเดนระหว่าง “สแกนเนีย-วอลโว่ ทรัคส์” ในเมืองไทย จัดได้ว่าเป็น “มวยถูกคู่” แม้วอลโว่ ทรัคส์จะเสียท่ามาแล้ว 2 ปีซ้อน แต่ทว่า หลังวงล้อยอดขายทั้ง 2 ยี่ห้อในปีหมูทองได้เพียง 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) สิงห์ตะวันเพลิง ส่องดูแล้วไม่ห่างกันมากสูสีเลยทีเดียว โดยค่ายวอลโว่นำอยู่ไม่ห่างในยอดขาย 101 คัน ขณะที่ค่ายนกกริฟฟินตามมาติดที 93 คัน แหม…แค่ 2 เดือนก็ดูจะสู้กันมันแล้วครับพี่น้อง …แต่เวทีนี้ต้องดูกันยาวๆ

ถึงบรรทัดนี้มีไว้หล่นวาจาว่า“หวัดดีครับ” เจอกันฉบับหน้าครับกระผม!