ยืดสัมปทาน 30 ปีแลกค่าโง่(ซ้ำซาก) 4.3 พันล้าน ประโยชน์ชาติหรือประโยชน์ใคร?

0
52

ช่วงนี้วลีเด็ด “รัฐเสียค่าโง่”มาแรงแซงทุกโค้งเมกะโปรเจ็กต์แห่งความฝัน ที่วันดีคืนดีรัฐกลับเสียท่าเอกชนจนนำมาเรื่องงามไส้ค่าโง่สุดอัปยศแบบไม่ต้องการเหตุผลและความเข้าใจใดๆทั้งสิ้น

นอกเหนือจากค่าโง่หมื่นล้านจากโครงการสุดอับยศโฮปเวลล์แล้ว ที่ยังร้อนฉ่าก็หนีไม่พ้นกรณีบอร์ดกทพ.ประเคนอายุสัมปทาน 3 โครงการทางด่วนไปอีก 3 ทศวรรษให้กับ BEM เพื่อแลกกับค่าโง่ 4.3 พันล้าน

เป็นเผือกร้อนทำเอาสหภาพฯกทพ.นิ่งอยู่ไม่ไหว จ่อเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ครม.ของรัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา

โดยสหภาพฯไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับมติบอร์ดฯที่มี “สุรงค์ บูลกุล”นั่งเป็นประธานกรรมการ เพราะไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่ากทพ.จะได้ประโยชน์จากการขยายอายุสัมปทานโครงการละ 30 ปี เพื่อแลกกับการจ่ายค่าโง่และยุติ 17 ข้อพิพาทเลย

เพราะหากคำนวณในแง่ตัวเลขเบื้องต้น พบว่าการขยายอายุสัญญาสัมปทาน 30 ปีใน 3 โครงการ คือ ทางด่วนศรีรัช ทางด่วนศรีรัช ส่วน D และทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด มูลค่าการขยายอายุสัมปทานคิดเป็นวงเงินถึง 3 แสนล้านบาท ขณะที่วงเงินจาก 17 คดีข้อพิพาทมีมูลค่าประมาณ 1.37 แสนล้านบาทเท่านั้น

ประเด็นสำคัญข้อพิพาทเหล่านี้ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการต่อสู้ในชั้นศาล จึงไม่สามารถสรุปได้ว่ากทพ.จะเป็นฝ่ายแพ้ทั้ง 17 คดี แต่บอร์ดกทพ.กลับตัดสินใจยอมยกธงขาวซะแล้วทั้งที่ยังไม่ทันจะต่อสู้

นอกจากนี้ มติครม.เมื่อ 2 ต.ค.61 สั่งให้กทพ.เจรจาต่อรองกับคู่พิพาท เพื่อบรรเทาความเสียหายของรัฐหลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้จ่ายชดเชยรายได้เอกชนในโครงการทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด 4.3 พันล้านบาท อีกทั้งการเจรจาต่อรองต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสชอบด้วยกฎหมาย และคำนึงถึงประโยชน์ขอบประเทศชาติเป็นหลัก

ที่สำคัญคำตัดสินศาลปกครองสูงสุดครอบคลุมเฉพาะค่าชดเชย 4.3 พันล้านบาทเท่านั้น มิได้รวมถึงถึง 17 ข้อพิพาทที่บอร์ดกทพ.นำมาใช้กล่าวอ้าง

หลังจากนี้ สหภาพฯ กทพ.จะเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีเลื่อนการตัดสินขยายอายุสัญญาสัมปทานไปก่อน เพื่อรอให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา

ก่อนจะถึงคิวยื่นหนังสือถึงนายกฯลงตู่ พนักงานกทพ.กว่า 200 ชีวิต ลุกฮือหน้าอาคารสำนักงานใหญ่โหมโรงเรียกร้องให้ประธานบอร์ดชี้แจงปมร้อนกรณีร่างสัญญาประเคนอายุสัมปทานทางด่วน 3 โครงการให้กับ BEM เป็นเวลา 30 ปี เพื่อแลกค่าโง่ 4,300 ล้านบาท และยุติ 17 คดีพิพาท

ขณะที่ประธานบอร์ด กทพ. “สุรงค์ บูลกุล” ต้องออกโรงแจงบอร์ดมีมติให้ กทพ.ปรับแก้ถ้อยคำในร่างสัญญา และให้นำมาเสนอใหม่ในการประชุมต้นเดือนมิ.ย.ที่จะถึงนี้ก่อนส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบต่อไป

อีกทั้งยังจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณามติบอร์ดที่อนุมัติให้ขยายอายุสัมปทาน BEM 30 ปี ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาว่าควรอนุมัติให้เซ็นสัญญาขยายอายุสัมปทานหรือไม่ ส่วนข้อกังวลของกลุ่มพนักงาน กทพ.ที่ไม่เห็นด้วยกับการขยายอายุสัมปทาน

ยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการระงับข้อพิพาทและเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในภาวะปัจจุบัน โดยได้ใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบนาน 4 เดือน

ฟากรักษาการผู้ว่าการ กทพ. “สุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ” ก็ออกมาสำทับอีกว่าจะหารือกับผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เพื่อขอความชัดเจนกรณีการลงบัญชีรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการขยายอายุสัมปทาน 30 ปีให้ BEM นั้นว่าส่งผลกระทบต่อกทพ.หรือไม่ หากสตง.ยืนยันว่าการลงบัญชีเกิดผลกระทบเชิงลบ ทำให้กทพ.ขาดทุน ก็พร้อมจะแก้ไขหรือยกเลิกการขยายอายุสัมปทาน

เส้นทางจากนี้ไป ไม่ทราบล่วงหน้าเช่นกันล่ะครับว่านายกฯลุงตู่จะเห็นดีเห็นงามและเงี่ยฟังเหตุผลจากสหภาพฯหรือไม่?

ดูทิศทางลมแล้วเผือกร้อนนี้น่าจะถูกโยนให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาแน่ๆ!

แต่ที่แน่ๆยิ่งกว่าแช่แป้ง หากรัฐบาลชุดใหม่อาจหาญกล้าอนุมัติให้ขยายอายุสัมปทานเอกชนถึง 30 ปี ประวัติศาสตร์ต้องจารึกเอาไว้ชั่วลูกชั่วหลานได้จดจำ ตั้งแต่มีการให้สัมปทานสาธารณูปโภคพื้นฐานโครงการแรกจนถึงบัด NOW

ยังไม่ปรากฏมีโครงการใดได้รับการขยายอายุสัมปทานนานถึง 3 ทศวรรษปีมาก่อน

หากเป็นจริงเยี่ยงนี้….มันช่างอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา… “ค่าโง่ซ้ำซาก”จริงๆ!

:ปีศาจขนส่ง